Smart Play Smart Brain


“สมอง” แม้ทางกายภาพจะเป็นเพียงเจ้าก้อนเนื้อนุ่มนิ่ม แต่หน้าที่กลับใหญ่หลวงยิ่งนัก ตั้งแต่การเจริญเติบโตทั้งด้านร่างกาย จิตใจ เรียกว่าเป็นศูนย์บัญชาการทุกระบบในตัวมนุษย์เราก็คงไม่ผิดนัก รู้ว่าสำคัญแบบนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่จึงควรดูแลเอาใจใส่สมองเจ้าตัวเล็กกันเป็นพิเศษ แต่จะช่วยกระตุ้นเสริมความแข็งแรงให้สมองด้วยวิธีไหนถึงจะมีคุณภาพและเหมาะกับวัย คำตอบรออยู่ที่นี่แล้วค่ะ…

Brain booster

สมองของลูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนกระทั่งหลังคลอดออกมาทำความรู้จักโลกภายนอก สมองลูกน้อยก็ยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด โดยเฉพาะในช่วงสามปีแรกของชีวิตซึ่งถือเป็นช่วงเวลาทองที่จะสร้างเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ต่างๆ ในสมอง ยิ่งเจ้าเส้นเชื่อมต่อใยสมองสามารถประสานดยงใยและแข็งแรงมากขึ้นเท่าไหร่ นั่นก็หมายถึงพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกจะยิ่งพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งเท่านั้นแต่สิ่งที่ต้องย้ำกันลืมก็คือ เซลล์สมองของลูกน้อยใช่ว่าจะสร้างขึ้นได้เองตามลำพังนะคะ การสร้างที่มีคุณภาพนั้นต้องเกิดจากการกระตุ้นและส่งเสริมทักษะผ่านประสาทสัมผัททั้ง 5 คือ หู ตา จมูก ลิ้น การสัมผัสและเคลื่อนไหว ที่สำคัญรูปแบบการเล่นจะต้องสนุกและสร้างความสุขให้กับเด็กด้วยจึงจะได้ผลดีค่ะ

น้องเล็กวัยเบบี๋ 0-1 ปี การเล่นในวัยนี้ถือเป็นการจุดพลังแห่งการเรียนรู้ให้ลูกน้อยเป็นช่วงที่เซลล์สมองเริ่มสร้างเส้นใยเชื่อมต่อ วัยนี้ขอให้ได้เล่นกับคุณพ่อคุณแม่เถอะค่ะสุขยิ่งกว่าสิ่งไหนแล้ว ถือเป็นอาหารเพิ่มพลังให้กับสมองแล้วล่ะ

ส่วนเจ้าหนูวัย 1-3 ปี เล่นอะไรได้มากขึ้นค่ะ เซลล์สมองก็ยังคงทำหน้าที่สร้างเส้นจุดเชื่อมโยงต่างๆ ในสมองอยู่ ช่วงนี้คุณแม่จะเริ่มเห็นแล้วว่าลูกมีพัฒนาการด้านความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมที่ค่อนข้างเด่นชัดขึ้น นั่นเป็นเพราะเซลล์สมองส่วนนี้พัฒนาขึ้นมาก แล้วถ้ายิ่งได้รับการกระตุ้นและส่งเสริมอย่างสม่ำเสมอเซลล์สมองและเส้นใยสมองในกลุ่มนี้จะอยู่ยงคงทน

สำหรับพี่ๆ วัยคิดส์ 3-6 ปี เรียกว่าพัฒนาทักษะต่างๆ ได้เกือบครบแล้ว ยิ่งสมองส่วนสังคมและอารมณ์ที่เรียกว่าลิมบิก (Limbic) ก็พัฒนามากขึ้นจากประสบการณ์การเล่นที่ต่อเนื่องมานี่ล่ะค่ะ

Let's Plays

เรื่องเล่นของหนูๆ ไม่ใช่จะสร้างความเพลิดเพลินให้เท่านั้น แต่ในความสนุกสนานยังช่วยกระตุ้นและเสริมพัฒนาการให้อีกด้วยค่ะ


เบบี๋ 0-1 ปี

วัยนี้ของเล่นเยอะเชียวค่ะ ยิ่งเป็นลูกคนแรกใครๆ ก็พากันช็อปของแทบทุกชิ้นในท้องตลอด แต่ถ้าจะให้เหมาะควรเป็นของเล่นที่เหมาะกับพัฒนาการและความต้องการของวัย ซึ่งดีที่สุดก็คุณพ่อคุณแม่นี่ล่ะเป็นของเล่นชิ้นยอด ช่วงวัย 0-1 ปี ถือเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของเจ้าหนูเยอะกว่าวัยอื่นค่ะ จากคลานเป็นนั่งแล้วก็ยืนซึ่งแต่ละช่วงเดือนเจ้าหนูมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลง การหาของเล่นมาช่วยกระตุ้นและเสริมทักษะช่วงวัยนี้ก็ถือว่าสำคัญที่สุด

Fun with Game
  • จ๊ะเอ๋…เบบี๋ เกมฮิตครองใจที่เล่นได้กับเด็กทุกเพศทุกวัย มีเพียงคุณแม่และมือกับผ้าผืนเล็กๆ คุณแม่แค่มาปิดหน้าตัวเองสลับกับหน้าลูกแล้วเปิดมาจ๊ะเอ๋ เท่านี้ก็เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้แล้ว หนำซ้ำยังช่วยให้เจ้าตัวเล็กรู้จักกับใบหน้าของคนรอบๆ ตัวอีกด้วย ถ้าโตอีกนิดก็เปลี่ยนเป็นเล่นเกมซ่อนของในมือ ถ้าตอบถูกก็อย่าลืมชมด้วยนะ เกมนี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกมีความอย่ากรู้อยากเห็นและรู้จักค้นหามากขึ้น

  • ไขว่คว้า เอาของเล่นที่ลูกน้อยชอบที่สุดมาวางไว้ในระยะที่เอื้อมมือถึง แล้วเรียกให้ลูกคืบตัวมาจับ ช่วงฝึกตากับมือให้ทำงานประสานกัน

  • ตกไม่เก็บ วัยนี้ชอบปล่อยสิ่งของลงพื้นบ่อยๆ นั่นเป็นเพราะพัฒนาการมือช่วงนี้ของเขายังจับได้ไม่นาน เห็นคุณแม่ก้มเก็บของบ่อยๆ เขาก็หัวเราะชอบใจคิดว่าเป็นการเล่นอย่างหนึ่ง คุณแม่ก็อย่าเพิ่งหงุดหงิดไปนะคะ เดี๋ยวก็เบื่อเลิกเล่นเอง

  • โยกเยก เกมนี้สนุกค่ะเพราะลูกจะได้มีโอกาสนั่งบนเข่าคุณแม่ หรือไม่ก็ขี่หลังคุณพ่อควบเป็นม้าวิ่งทั่วห้อง อย่าควบแรงนักค่ะแล้วต้องจับลูกให้มั่นด้วย

  • ตบแผะ ให้ชวนลูกน้อยมาตบมือสลับข้างกัน นอกจากส่งผ่านสัมผัสความอบอุ่นผ่านมือ ยังฝึกให้ลูกใช้ทักษะการเคลื่อนไหวด้วย
Enjoy with Toys
  • โมบายล์ สะดุดตาเจ้าหนูตรงที่มันหมุนแกว่งไปมาได้ ดึงดูดให้มองตามได้ดี หามาติดไว้ในที่ที่ลูกเห็นได้ชัดและถนัดตา จะให้ดีก็เปลี่ยนแบบใหม่ๆ เพื่อให้เกิดความหลากหลาย แล้วยังช่วยกระตุ้นสายตาด้วยสีสันและรูปทรงที่แตกต่างกันด้วยล่ะ

  • ของเล่นดูดได้ อาจจะเลือกแบบวงแหวนหรือตุ๊กตายางอ่อนนุ่ม เพื่อให้ลูกได้จับถนัดมือและเอาเข้าปากได้ ชิ้นนี้จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการสัมผัสและแก้มันเขี้ยว

  • ตุ๊กตาส่งเสียง เสียงที่ออกขณะเด็กทุบเด็กเขย่ากระตุ้นทักษะการฟังได้ดีค่ะ แต่ของเล่นประเภทนี้ต้องไม่เป็นพลาสติกที่แตกหักง่ายและต้องไม่ประกอบด้วยชิ้นเล็กๆ หลายชิ้น เพราะถ้าพังแล้วชิ้นส่วนอาจจะหลุดร่วง เผลอหยิบเข้าปากล่ะก็ติดคอแย่แน่เลย

  • ล้อลาก ลากรถ ของเล่นจำพวกรถยนต์ หรือสัตว์ชนิดต่างๆ ที่เคลื่อนที่บนล้อยางหรือล้อพลาสติกขนาดใหญ่ เป็นเครื่องมือช่วยให้ลูกน้อยหัดคลานได้ดี

  • บล็อกผ้า เลือกบล็อกใหญ่ เล็ก คละกันไป ให้ลูกได้เล่นทั้งแบบวางซ้อนกัน ต่อเป็นรูปจะช่วยกระตุ้นให้ได้ใช้ความคิดและเสริมสร้างจินตนาการและฝึกใช้ตาให้สัมพันธ์กับมือ

  • ตักตวงลอยน้ำ อาบน้ำ ก็ถือเป็นการเล่นอย่างหนึ่ง ถ้ามีถังตวงน้ำหรือสมุดนิทานที่ลอยน้ำได้มาให้ลูกเล่นลูกดู จะได้ทั้งความสนุกสนาน ช่วยฝึกการใช้มือไปพร้อมๆ กัน

น้องหนู 1-3 ปี

Fun with Game

เด็กวัยนี้ควรเป็นการเล่นที่เชื่อมโยงกับการเลียนแบบในชีวิตประจำวัน เช่น ชุดครัวพลาสติก ตุ๊กตาสัตว์ตัวเล็กๆ รถลาก ลูกบอล หรือชุดของเล่นคุณหมอ ของเล่นเหล่านี้จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และซึมซับสิ่งรอบตัว หรือจะเป็นของเล่นที่ช่วยส่งเสริมจิตนาการ อย่างแป้งโดว์ สีไม้ น้ำ ตัวต่อ รูปหุ่น แล้วการเล่นที่สนุกสนานจะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการเคลื่อนไหว
  • บทบาทสมมติ เป็นคุณหมอกับนางพยาบาลตัวน้อย หรือแม้ค้ากับลูกค้า เล่นแบบนี้ช่วยกระตุ้นจินตนาการและพัฒนาทักษะการพูด การแสดงอารมณ์ออกทางสีหน้า ท่าทาง แล้วยังเป็นการเพิ่มคลังคำให้เด็กด้วย แต่การเล่นแบบนี้ดูจะเหมาะกับเด็กหญิงมากกว่า ส่วนเด็กชายจะเด่นทักษะด้านคณิตศาสตร์ มิติ และทิศทางและการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อใหญ่ดีกว่าฉะนั้นเราจะเห็นเด็กชายชอบเล่นรถลากหุ่นยนต์มากกว่า ซึ่งวัย 3 ขวบนี้เราจะเห็นว่าลูกแยกของเล่นชาย-หญิงบ้างแล้ว

  • จังหวะ เสียงเพลง ชวนกันร้องเพลงสนุกๆ ร้องง่าย ใช้คำซ้ำๆ อย่าง “แมงมุมลายตัวนั้น ฉันเห็นมันอยู่บนหลังคา…” ขณะร้องก็ทำท่าประกอบไปด้วย เพลงที่มีท่าทางประกอบชัดเจนจะช่วยให้เด็กฝึกเชื่อมโยงระหว่างเพลงกับท่าทางเป็นอาหารให้สมองอย่างดี

  • ศิลปะเริงใจ เบื่อวาดรูปบนกระดาษแล้วก็เปลี่ยนบรรยากาศมาวาดบนเฟรมผ้าใบผืนใหญ่ดู ละเลงบนผืนผ้าใบทั้งผืนเสร็จแล้วติดบนผนังเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจ หรือถ้ายังอยากใช้กระดาษก็เปลี่ยนจากสีเทียนเป็นใบไม้ ดอกไม้ แปะทับผสมปนเปกันไปเป็นงานอาร์ตสไตล์ธรรมชาติ

  • ปีนป่ายแสนสนุก ขนหมอนในบ้านนับสิบกองรวมเป็นภูเขาเลากา สูงบ้างต่ำบ้างปีนยากบ้างง่ายบ้างเพิ่มความท้าทายให้เจ้าหนูดีเชียว หรือจะแข่งกันปีนกับคุณพ่อก็น่าสนุกดี ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อได้ทั้งมัดเล็กและมัดใหญ่
Enjoy with Toys
  • สามล้อมาแล้วจ้า ชวนลูกปั่นจักรยานสามล้อ งานนี้ฝึกเป็นนักปั่นตัวจิ๋วช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ เรียนรู้เรื่องระยะทางและรู้จักควบคุมทิศทาง ที่สำคัญสนุกมากยิ่งชวนไปปั่นที่สวนสาธารณะ พ่อปั่นแม่ปั่นสนุกดีออก หากิ่งไม้ ถังน้ำ มาขวางทางสักหน่อยได้ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปในตัวด้วย

  • พี่บอลที่รัก ไม่ว่าจะบอลผ้า บอลยาง บอลพลาสติก ล้วนสร้างความสนุกสนานได้ทั้งนั้นจะโยนแล้วให้ลูกรับแบบเล่นแฮนด์บอลหรือจะฝึกให้ลูกเตะเป็นพี่เบคตัวน้อยก็ได้ฝึกพัฒนากล้ามเนื้อได้ทั้งนั้น

  • มุดๆ แหย่ๆ วัยอยากรู้อยากเห็นชอบเชียวที่จะเอานิ้วแหย่รูปลั๊กไฟ เปลี่ยนเป็นหาของเล่นบล็อกไม้หยอดรูปทรงหรือแป้นตอกหมุด แบบนี้จะช่วยบริหารและฝึกควบคุมกล้ามเนื้อมือ แถมยังได้เรียนรู้ผิวสัมผัสของไม้ และรู้จักรูปทรงไปในตัวด้วย

  • นิทานก่อนนอน นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า... สำหรับเจ้าหนูวัยไม่ประสียังไม่เข้าใจหรอกค่ะ แต่ที่จะได้จากนิทานคือการได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ไม่ว่าจะคน สัตว์ สิ่งของรอบตัว แล้วยังเป็นการเสริมสร้างจินตนาการ แล้วยังฝึกเชื่อมโยงความคิดคำพูดของคุณแม่กับรูปภาพในนิทานอีกด้วย ที่สำคัญปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่ตอนนี้ล่ะ

พี่ๆ วัยอนุบาล 3-6 ปี

Fun with Game

วัยนี้ต้องให้เล่นแบบพิเศษขึ้นมาหน่อยค่ะ ชอบเชียวล่ะที่จะเล่นกับเพื่อนๆ หรือชอบเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่ แล้วการเล่นของของเขาช่วงนี้ก็เริ่มมีกฎกติกาเพิ่มขึ้นแล้ว ยิ่งถ้าเสริมทักษะด้านจินตนาการ สังคม และการการเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากช่วงสามปีแรกจะส่งผลดีกับลูกน้อย
  • วาดภาพ ปั้นดินน้ำมัน ระหว่างที่ลูกจับปากกาขีดเขียน วาดภาพหรือปั้นดินน้ำมันลูกกำลังรวบรวมประสบการณ์จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว แล้วถ่ายทอดออกมา พ่อแม่จึงควรสนับสนุนให้ลูกได้ทำงานศิลปะ โดยไม่กำหนดกรอบจินตนาการ

  • ตัด-พับ กระดาษ เด็กวัย 3 ขวบครึ่งขึ้นไปสามารถใช้กรรไกรตัดกระดาษได้บ้างแล้วแต่อาจยังควบคุมทิศทางของการตัดกระดาษได้ไม่ดีนัก คุณแม่ลองหากระดาษและกรรไกร (ปลายทู่ของเด็ก) ให้ลูกตัดตามใจชอบ หรือชวนลูกพับกระดาษเป็นรูปต่างๆ

  • ขายข้าวขายแกง นี่ก็เกมสุดฮิตอมตะนิรันดร์กาล เด็กๆ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงจะสนุกสนานกับการใช้จินตนาการสมมุติใบไม้เป็นผัก หั่นดินเหนียวเป็นหมู และสมมุติตัวเองและเพื่อนๆ เป็นแม่ค้าและลูกค้ากันอย่างสนุกสนาน และยังเรียนรู้การนับเงิน ทอนเงินอีกต่างหาก

  • การเล่นพื้นบ้านไทย การละเล่นพื้นบ้านที่น่าสนใจ อาทิ “หมากกุ๊บกั๊บ” (เดินกะลา)” เด็กๆ ต้องยืนบนกะลาโดยใช้นิ้วหัวแม่เท้าและนิ้วชี้หนีบเชือก แบ่งเป็นฝ่ายหนีและฝ่ายไล่ หรือ “หนอนวง” ต้องขีดวงกลมวงโตๆ ให้เด็ก 1 คน ยืนนอกวงและพยายามแตะเพื่อนๆ ในวงให้ครบทุกคน หรือการเล่นที่เรารู้จักกันดีคือ “รีรีข้าวสาร” หรือ “งูกินหาง”
Enjoy with Toys
  • บล็อกไม้ เพิ่มสมาธิ ทำให้หนูๆ ได้แปลงร่างเป็นวิศวกรตัวน้อยที่มีงานแปลกๆ ใหม่ๆ ไม่ใช่แค่บล็อกเรียงแถวติดกันเหมือนก่อน เช่น หอคอยสูง คุณแม่อาจจะสร้างเงื่อนไขในการเล่นเพิ่มขึ้น เช่น บล็อกแค่ 10 ชิ้น ต่อเป็นรูปอะไรดี

  • ต่อจิ๊กซอว์ เป็นตัวกระตุ้นให้ลูกได้มองหาความสัมพันธ์ระหว่างช่องว่างและสีและชิ้นส่วนของภาพ วัย 3 ขวบ ควรเลือกตัวต่อที่ขนาดใหญ่ จำนวนชิ้นไม่มาก และสีสันสดใส

หลากเกมส์หลายของเล่นอุปกรณ์ครบครันเพื่อพัฒนาสมอง ถึงจะเยอะแยะยังไงคุณพ่อคุณแม่ก็ยังเป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยพัฒนาสมองให้ลูกอยู่ดีนะคะ


Sensory Motor

การพัฒนา Sensory คือ การพัฒนาประสบการณ์ให้สมอง เพื่อร่างกายของลูกพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในขั้นสูงขึ้นไป


0-1 ปี 1-3 ปี 3-6 ปี
ลิ้มรส นมแม่เป็นรสชาติแรกที่ลูกควรได้ลิ้มลองแต่หากเป็นนมต้องไม่เติมน้ำตาล การได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ จะช่วยกระตุ้นให้เจ้าหนูอยากเคี้ยว อยากกลืน แถมยังช่วยกระตุ้นประสาทการรับรสอาหารได้ดี ให้ลูกได้ลิ้มรสอาหารรสชาติใหม่ๆ และมีส่วนร่วมในการทำอาหาร
ได้ยิน เสียงที่จะกระตุ้นการได้ยินและความสนใจของลูกดีที่สุด คือเสียงที่อ่อนหวานของแม่หมั่นคุยกับลูกนะคะ เปิดเพลงบรรเลงหรือเพลงคลาสสิกคลอในบ้านสร้างความสุนทรีย์ หรือจะชวนเล่นเกมค้นหาต้นเสียงก็เวิร์ก เริ่มเรียนรู้เรื่องภาษาและตัวอักษร อ่านหนังสือนิทานโดยเลียนเสียงตัวละคร
มองเห็น โมบายล์สีสันสดใสจะช่วยกระตุ้นให้การมองเห็น พาไปวิ่งเล่นนอกบ้าน วิวทิวทัศน์ที่นอกเหนือจากนิทานช่วยกระตุ้นการมองเห็นดีเชียว ชี้ชวนให้ลูกสังเกตปรากฏการณ์รอบตัว เช่น พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก
ดมกลิ่น วัยนี้แยกแยะกลิ่นเหม็นหอมได้แล้ว หมั่นให้ได้ดมกลิ่นหอมเข้าไว้นะคะ จุดเทียนหอมกลิ่นอโรมาช่วยสร้างความผ่อนคลาย พร้อมรับการเรียนรู้ใหม่ กลิ่นจะช่วยพัฒนาทักษะในด้านความจำให้กับลูกไดด้วย ลองปิดตาให้ลูกดมกลิ่นแล้วทายว่ากลิ่นอะไร
สัมผัสและ
เคลื่อนไหว
หมั่นกอดหมั่นอุ้มจะดีกับลูกค่ะ หรือหาของเล่นที่มีผิวสัมผัสแตกต่างมาให้ลูกได้เรียนรู้ “รักลูกกอดลูก” การสัมผัสตัวลูกเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างไขมันล้อมรอบเส้นใยสมองเกี่ยวกับความฉลาดของลูกน้อยโดยตรง ลองให้ลูกวิ่งสัมผัสกับวัตถุที่หลากหลาย เช่น วิ่งบนทราย หญ้า หรือสัมผัสกับวัตถุที่แตกต่างกัน


(update 26 สิงหาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก Vol. 11 No. 127 May 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600