บ่อยครั้งใช่มั้ย ที่คุณโมโหจนอยากจะร้องกรี๊ดด้วยความเจ็บ เมื่อลูกคนดีฝังคมเขี้ยวลงกับเนื้อ บางคนอาจถึงขั้น หลุด เผลอลงไม้ลงมือทำโทษหรือต่อว่าเจ้าตัวเล็กไปโดยอัตโนมัติด้วยเพราะความเป็น หนูน้อยนักกัด ของลูก
เรื่องความเป็นเด็กช่างกัดของลูกน่ะเป็นพฤติกรรมธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับเด็กวัยนี้ถ้าลูกแสดงอาการกัด คุณพ่อคุณแม่ควรจะใจเย็นๆ และสังเกตหาเหตุผลว่าเหตุใดลูกถึงกัด แล้วแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจะเหมาะกว่าค่ะ ความเข้าใจถึงสาเหตุของพฤติกรรมการกัด จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ยับยั้งพฤติกรรมและสามารถสอนให้ลูกค่อยๆ เรียนรู้วิธีจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้
เหตุผลของการกัดนั้นมีหลากหลายและวิธีการแก้ไขก็แตกต่างกันค่ะ
- กัดเพื่อสำรวจ-หาประสบการณ์
การกัดของลูกอาจทำเพื่อหาประสบการณ์ เช่น การกัดไหล่ของพี่เลี้ยงขณะอุ้มพาดบ่าค่ะ
การกัดเพื่อการสำรวจนั้นเป็นเพราะลูกอยากจะสัมผัส ดมหรือลิ้มลองคนอื่น (คนที่ถูกกัด) เพื่อที่จะเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว โดยเฉพาะช่วงอายุขวบถึงขวบครึ่งนั้นลูกกำลังเรียนรู้ปฏิกิยาตอบกลับจากการกระทำของลูกตัวเอง ลูกจึงสนุกกับการที่เห็นปฏิกิริยาร้องเสียงหลงเมื่อคุณหรือใครถูกแกกัด และเมื่อถึงช่วง 1-3 ปี กล้ามเนื่อของลูกอยู่ในช่วงพัฒนาทำให้ลูกอยากสำรวจและทดสอบตัวเองมากยิ่งขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรแก้ไขด้วยการเตรียมการเล่นที่มีความหลากหลายของพื้นผิวหรือของเล่นที่มีสีสัน เพื่อกระตุ้นให้ลูกอยากสำรวจของเล่นมากกว่าการกัดค่ะ
ลูกวัยพ้นขวบมาหมาดๆ ยังอยู่ในช่วงที่ฟันน้ำนมกำลังขึ้นลูกอาจมีอาการเจ็บหรือคันเหงือก ทำให้เจ้าตัวเล็กอยากจะกัดอยากจะเคี้ยวอะไรต่างๆ ให้หายมันเขี้ยว
ฉะนั้นคุณควรจัดหาของเล่นหรืออาหารให้ลูกได้กัดค่ะ เช่น บิสกิตของเด็ก ผลไม้แข็งๆ เช่น แอปเปิ้ล หรือแครอต หรือของเล่นที่มีลักษณะแข็งแต่ต้องไม่เป็นอันตรายนะคะ ควรเลือกของเล่นที่ไม่มีสารพิษปนเปื้อน เช่น แปรงสีฟันยางสีต่างๆ
เด็กในช่วงวัยนี้โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปี เมื่อรู้สึกหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดีเพราะไม่ได้อะไรอย่างใจ พูดง่ายๆ ว่าอยากให้คนตามใจ ก็มักใช้การกัดเป็นวิธีสื่อสารอารมณ์ ความรู้สึกนั้นเนื่องจากเขายังไม่สามารถบอกกล่าวสื่อสารได้ดีนัก หรือบางครั้งแม้จะรู้ว่าการกัดหรือการทำร้ายคนอื่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำพ่อแม่ไม่ยอมรับ แต่ด้วยวัยที่ยังควบคุมอารมณืตัวเองไม่ค่อยได้ยังไม่รู้วิธีจัดการกับสถานการณ์ด้วยวิธีอื่น เมื่อเกิดอารมณ์จึงแสดงออกด้วยวิธีนี้ เช่น กัดเพราะกลัวเพื่อนแย่งของเล่น กัดเพราะโกรธที่เพื่อนแย่งของเล่น กัดเพราะโกรธที่เพื่อนแกล้งหรือกัดเพราพโมโหที่คนอื่นไม่ทำอย่างที่ตัวเองต้องการ เป็นต้น
- กัดแบบคุกคามหรือกัดเพื่อขู่
การที่ลูกกัดเพราะต้องการคุกคามหรือการขู่นั้น เป็นเพราะว่าลูกกำลังมีความรู้สึกว่าไม่มั่นคงปลอดภัย หรืออาจเป็นเพราะลูกอาจถูกสภาพแวดล้อมครอบงำหรือบีบบังคับให้ลูกกัด
สภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงที่ลูกได้รับ เช่น การที่,กอยู่ห่างจากคุณพ่อคุณแม่ คุณแม่กลับไปทำงาน หรือว่าญาติผู้ใหญ่เสียชีวิต อาจทำให้เขาแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ซึ่งการกัดก็เป็นหนึ่งในพฤติกรรมเหล่านั้น การแก้ไขพฤติกรรมการกัดที่มาจากสาเหตุนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างสัมพันธ์อันดีความอบอุ่นระหว่างลูกและสมาชิกในครอบครัวหรือแม้กระทั่งพี่เลี้ยงเด็ก เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจความไว้วางใจให้ลูกค่ะ
ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่อาจทำให้ลูกเป็น หนูน้อยนักกัด ได้แต่เมื่อภาษาพูดของลูกพัฒนามากขึ้น การกัดจะค่อยๆ ลดลงและหายไปเพราะลูกสามารถพูดจาสื่อสารบอกความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น และเวลานั้นก็เลยวัยที่ลูกจะเรียกร้องความสนใจด้วยการกัดแล้ว
ถึงแม้พฤติกรรมนี้จะเป็นเรื่องปกติแล้วจะหายไปเมื่อลูกโตขึ้นแต่ก่อนจะไปถึงวัยนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องค่อยๆ ดูแล สอนและปรับพฤติกรรมลูกไปด้วย มากกว่าจะปล่อยปละละเลยเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็เลิกไปเอง เพราะลูกอาจคิดไปว่าการแสดงอารมณ์ด้วยการกัดหรือวิธีทำร้ายคนอื่นเป็นเรื่องปกติ นั่นก็จะทำให้ลูกมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่นในอนาคตได้ค่ะ
- คุณพ่อคุณแม่เองต้องนิ่งและใจเย็นค่ะ ทุกครั้งที่ลูกมีพฤติกรรมกัด หรือแม้แต่พฤติกรรมทำร้ายผู้อื่น เช่น ตี ดึงผมคุณต้องแสดงให้ลูกรับรู้ว่าการกระทำเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องและคุณเองก็ไม่ยอมรับ และต้องแสดงออกอย่างนี้ทุกครั้งนะคะเพื่อไม่ให้ลูกรู้สึกสับสนและคิดว่าคุณไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้นัก
- แยกลูกออกจากคนที่ถูกกัด แล้วเบี่ยงเบนความสนใจลูกไปที่เรื่องอื่นก่อน อย่าเพิ่งพูด สอน เพราะไม่ใช่เวลาที่ลูกจะสนใจในสิ่งที่คุณพูด รอจนกว่าลูกสงบก่อนแล้วจึงค่อยอธิบายว่าการกัดเป็นการทำร้ายคนอื่น จะทำให้คนอื่นเจ็บ และไม่ควรทำ จากนั้นคุณแม่ควรจะให้ลูกเข้ามาช่วยดูแลเพื่อนที่ถูกกัดหรือเข้ามาให้กำลังใจ โดยมีคุณแม่แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างก่อนค่ะ
- วิธีนี้จะทำให้เข้าถึงจิตใจของลูกอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการที่คุณจะทำโทษลูกค่ะ
- คุณพ่อคุณแม่ห้ามตี ดุ ด่า ต่อว่า หรือ กัดตอบ เพราะวิธีเหล่านี้อาจหยุดพฤติกรรมของลูกได้ชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้ลูกเชื่อฟัง ตรงกันข้ามลูกอาจเกิดความรู้สึกคับข้องใจแล้วแสดงออกด้วยวิธีรุนแรงและก้าวร้าว
- พยายามไม่ให้ลูกรู้สึกว่า เมื่อลูกกัดแล้วลูกจะได้รับความสนใจใดๆ แม้แต่ความสนใจด้านลบ เช่น การตีหรือการว่ากล่าวด้วยอารมณ์ที่รุนแรง เพราะหากลูกรู้สึกว่าเขาได้รับความสนใจเมื่อเขากัดคนอื่น ครั้งต่อไปเมื่อลูกต้องการเรียกร้องความสนใจเขาจะใช้การกัดอีกค่ะ
- คุณพ่อคุณแม่ และผู้เลี้ยงควรเลี้งควรร่วมมือกันดูแลและหาวิธียับยั้งพฤติกรรมการกัดของเด็ก โดยศึกษาถึงสาเหตุของการกัดและการแก้ไขตั้งแต่ในบ้าน เพื่อไม่ให้ลูกแสดงพฤติกรรมนี้กับคนอื่นๆ
- คอยสังเกตสภาพแวดล้อมและอารมณ์ของลูกขณะที่ลูกกัด เช่น บ่อยครั้งที่ลูกกัดคนคนเดิมหรือเปล่า เวลาที่ลูกกัดเป็นเพราะลูกรู้สึกเหนื่อยหรือหิวหรือไม่ เมื่อทราบถึงสาเหตุคุณควรแก้ไขที่สาเหตุอย่างเร่งด่วนค่ะ
- สอนให้ลูกใช้ภาษาสื่ออารมณ์ ความต้องการ ความรู้สึกของตัวเองแทนการกัด พร้อมๆ กับสอนให้ลูกรู้จักการควบคุมอารมณ์ของตนเอง เช่น เมื่อลูกโกรธคุณอาจชวนลูกไประบายสี เล่นลูกบอล วิ่งเล่นนอกบ้าน ลูกก็จะค่อยๆ เรียนรู้ไปเองว่านอกจากการกัดแล้วยังมีวิธีอื่นที่ทำให้อารมณ์โกรธหายไป แม้จะช้าหน่อยแต่ดีกว่าไม่ได้เริ่มค่ะ
พฤติกรรมนี้คือ การแสดงออกทางอารมณ์ของลูกวัยนี้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างใกล้ชิด ให้ความรัก และค่อยๆ ปรับพฤติกรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากลูกจะเลิกพฤติกรรมนี้แล้ว ลูกก็จะเติบโตขึ้นเป็นเด็กที่ร่าเริง แจ่มใส และมีความมั่นคงทางอารมณ์ด้วยค่ะ
(update 30 สิงหาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 281 มิถุนายน 2549 ]
|