อุบัติเหตุเนื่องมาจากการลื่นล้มดูเป็นเรื่องที่พบเห็นกันอยู่บ่อยๆ แต่คำว่า บ่อยๆ นี่สิที่น่าเป็นห่วงเพราะจากสถิติตัวเลขของผู้คนที่ประสบอุบัติเหตุลื่นล้มนั้น เรียกได้ว่าสูงลิ่วทั้งในคนหนุ่มสาว คนชรา และเด็กๆ
ในบรรดาเด็กที่บาดเจ็บแล้วมารับการรักษาในห้องฉุกเฉิน มีจำนวนกว่า 30-40% เกิดจากการลื่นหกล้ม ซึ่งสถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่ก็คือในบ้านนั่นเองโดยเฉพาะเด็กๆ เจ้าของเซลล์ประสาทกว่า 200 คูณ 1,000 ล้านเซลล์ ซึ่งกำลังพัฒนาอย่างคึกคัก จึงเป็นเรื่องน่าเศร้าสุดๆ หากเรายังปล่อยให้ลูกๆ หลานๆ หกล้มลื่นไถล จนกระทบกระเทือนต่อร่างกายและสติปัญญาทั้งๆ ที่ป้องกันได้ง่ายกว่า หากเราเอาใจใส่มากกว่านี้ครับ
จริงๆ แล้วการบาดเจ็บจากการลื่นล้มอย่าเบาะๆ ก็หัวโน หัวปูด หรือหัวแตกเลือดอาบ ที่อันตรายมากคือ มีเลือดคั่งในสมอง ทั้งที่หลังการลื่นล้มใหม่ๆ อาจจะไม่มีบาดแผลอะไรเลย แต่ที่สังเกตได้ในขั้นต้น คือ ปวดหัว มึนงง คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึม และการทรงตัวไม่ดี ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ หากรักษาไม่ทัน
ในรายที่หกล้มไม่รุนแรงก็อาจมีอาการซ่อนเร้นได้เช่นกัน มีรายงานการศึกษาว่าเด็กที่หกล้มแล้วบาดเจ็บที่ศรีษะเล็กน้อย ไม่สลบ ต่อมามีอาการแขนขาอ่อนแรงตรวจพบว่าเกิดมีภาวะเนื้อสมองบางส่วนขาดเลือดไปเลี้ยง
นอกจากนั้นการลื่นล้มของเด็กๆ (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ) ยังอาจทำให้ขาหรือแขนได้รับการบาดเจ็บตั้งแต่เล็กๆ น้อยๆ ถึงสาหัส เช่น อาจจะแค่ถลอก เกิดแผลใหญ่ ขาแพลง เอ็นยึดข้อฉีกขาด ข้อต่อเคลื่อนเกิดอาการปวดบวม กระทั่งกระดูกหัก
อีกทั้งการลื่นล้มหน้าคว่ำของเด็กๆ ยังจะทำให้จมูกและปากได้รับการกระทบกระเทือน บางคนถึงกับฟันหัก เห็นมั้ยครับว่าการลื่นหกล้มนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยจึงควรที่เราต้องเพิ่มการเอาใจใส่กับปัญหาที่ไม่ใช่เล็กๆ นี้ด้วยครับ มาเริ่มกันในบ้านของเรากันเลย
ห้องน้ำ อย่าปล่อยเจ้าตัวเล็กเข้าห้องน้ำตามลำพัง (ตั้งแต่เดินได้ ถึงก่อน 3 ขวบ) เพราะเป็นวัยที่เกิดอันตรายได้ง่าย
อุ้ย
หนูเจี๊ยบแกเก่งค่ะ เดินขึ้นเดินลงอ่างอาบน้ำเองเป็นว่าเล่น!
ฮัลโหล
ว่างค่ะ
อ๋อ
คุยด้ายค้า
ลูกจอยนั่งเล่นน้ำในกะละมัง
กะลังเพลิน
มีธุระอาไรเชิญคุยตามสบายได้เลยค้า
นี่ล่ะครับ ตัวอย่างของความประมาทที่ทำให้ตัวเลขที่เด็กๆ ลื่นล้มจนบาทเจ็บยังอยู่ในอัตราที่สูง! เด็กก่อนวัยเรียน (ไม่เกิน 3 ขวบ) ยามเข้าห้องน้ำจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้ใหญ่
ควรละเว้นการใช้วัสดุปูพื้นที่ลื่นเป็นมัน
ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องหินขัดที่ดูหรูหราเงาวับจับตา แถมบางรุ่นก็ราคาแสนจะแพงแต่ลื่นแสนลื่น โปรดเลือกเอาความปลอดภัยของลูกๆ เป็นหลักเถิดครับ จะได้ไม่มีใครมานินทาลับหลังได้ว่า คนบ้านนี้เค้าหน้าใหญ่เห็นแก่ความหะรูหะรา มากกว่าห่วงว่าลูกๆ จะลื่นล้มหัวแตก!
แผ่นไวนิลกันลื่นในอ่างอาบน้ำ
- โปรดเลือกสิ่งที่จะนำมาปูพื้นที่ไม่ลื่นโดยเฉพาะห้องน้ำยิ่งต้องคำนึงถึงในข้อนี้ให้มาก ทั้งพื้นในอ่างอาบน้ำจะต้องเลือกวัสดุปูพื้นที่มีพื้นผิวหยาบ หรือมีความฝืดสูง เช่น พรมไวนิล ยางกันลื่นแบบต่างๆ
- พื้นห้องน้ำจะต้องไม่ลื่น อ่านมาถึงบรรทัดนี้ลองหยุดอ่าน (ชั่วคราว) แล้วเดินไปสำรวจพื้นห้องน้ำดูก่อนซิครับ เมื่อคุณก้มดูที่พื้นก็อาจตกใจ ก็เจ้าพื้นห้องน้ำไงล่ะช่างเกรอะกรังไปด้วยเศษสบู่ชิ้นเล็กชิ้นจิ๋วฝังอยู่ตามซอกหรือติดอยู่ตามพื้น เหมือนเป็นการต้อนรับให้เด็กๆ มาเผลอเหยียบจนลื่นล้มกระแทกพื้นล้มกระแทกพื้นด้วยความยินดี!
- รอยเขรอะเพิ่มความลื่น อีกทั้งคราบแชมพู ยาสีฟัน ผงซักฟอก หรือแม้แต่น้ำยาล้างส้วมที่ตะแคงอยู่ข้างโถชักโครกแถมกำลังหยดแหมะๆ อยู่ เพราะฝารั่วทั้งหมดนี้ล้วนเพิ่มความลื่นให้แก่พื้นห้องน้ำซึ่งหมายถึงการเพิ่มความเสี่ยงภายในบ้านเพราะความประมาท
ดังนั้น เริ่มตั้งแต่นาทีนี้ได้เลยครับ ที่คุณจะถลกแขนเสื้อขึ้นสูงๆ แล้วลงมือขัดถูพื้นห้องน้ำ เพื่อขจัดคราบไคล ตัวการแห่งความลื่น ก่อนที่มันจะทำอันตรายแก่สมาชิกทุกคนในบ้าน นอกจากพื้นแล้ว หากจะใช้ยาง/พรมกันลื่น ก็ต้องเลือกยี่ห้อที่เกาะพื้นแน่นๆ และกันลื่นได้จริงๆ มิฉะนั้นก็อาจเป็นเช่นเดียวกับหลานชายของผม ที่ต้องลื่นล้มในห้องน้ำเพราะ
เหยียบยางกันลื่น!
ผ้าหรือพรมปูพื้นหน้าห้องน้ำ ก็เช่นกันควรเลือกสไตล์หนา หนัก แห้ง มิฉะนั้นปัญหาลื่นไถลเพราะเหยียบผ้าหน้าห้องน้ำก็จะตามมาอีก
เอาละครับ
ออกมาสูดอากาศนอกห้องน้ำกันซะที แต่ก็ยังมาว่าในเรื่องของวัสดุปูพื้น ซึ่งแน่นอนว่าไม่ควรเลือกพวกกระเบื้องเคลือบ เพราะแม้จะดูเงาวับจับตาแต่ก็ลื่นสุดทน ยิ่งเลอะน้ำก็ยิ่งให้ห่วงหาเด็กๆ จะรอดพ้นต่อการลื่นกระแทกพื้นหรือไม่?
ห้องนอน หากมีงบประมาณพอ พรมหนานุ่มก็ดูอบอุ่นและปลอดภัย (แต่ควรขยันดูดฝุ่นด้วย) หากจะประหยัดหน่อยก็เลือกพรมชนิดบาง ขนสั้น การปูพื้นต้องแนบแน่นไม่ขยับไปมาในเวลาเหยียบหรือเดิน ส่วนพื้นไม้หรือกระเบื้องยางก็น่าสนใจตรงที่ไม่ลื่น (มาก) และมีหลายสีหลายสไตล์แถมยังไม่แพงนัก
ห้องครัว ไม่ว่าห้องครัวจะปูด้วยวัสดุใดเรื่องที่จะต้องหมั่นตรวจตราอยู่เสมอก็คือ อย่าให้พื้นเปียกน้ำหรือมีรอยเลอะคราบน้ำมัน หากพบเข้าต้องรีบเช็ดถูออกโดยทันที ยิ่งคราบน้ำมันด้วยแล้วทิ้งไว้ก็ยิ่งทำความสะอาดยาก กระทั่งกลายเป็นพื้นที่อันตรายประจำบ้าน!
ระเบียงบ้าน เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องพึงระวังเป็นพิเศษ หลายๆ บ้านมีบรรยากาศในบริเวณที่ร่มรื่นโรแมนติกดีมาก แต่เสียอยู่อย่างเดียว
พื้นลื่นเหลือเกิน ซึ่งสังเกตว่ามักจะใช้หินขัดมันเป็นวัสดุปูพื้น ทั้งที่พ่อแม่ลูกใช้ระเบียงบ้านเป็นที่สังสรรค์ปิกนิกกันในวันหยุด เป็นบริเวณสูดอากาศบริสุทธิ์ออกกำลังกาย ฝึกโยคะ เล่นกายบริหาร
ดังนั้น สิ่งที่ใช้ปูพื้นระเบียงบ้านจึงควรเน้นที่ไม่ลื่น มีความฝืดสูง และจะต้องเน้นเป็นพิเศษด้วย เนื่องจากบริเวณนี้มักจะลื่นเพราะเปียกน้ำอยู่เสมอโดยเฉพาะในฤดูฝนบันไดทั้งนอกและในบ้านก็เป็นจุดลื่นล้มบันไดต้องมีระยะก้าว และความกว้างของแผ่นกระดานที่เหมาะสม พื้นต้องไม่ลื่นมีราวจับทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ พื้นบ้าน ระเบียง และบันไดสามารถดัดแปลงให้พื้นไม่ลื่นได้โดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เทปกันลื่น พรม เป็นต้น
เมื่อได้สำรวจพื้นผิวในบ้านกันแล้ว เราลองย้ายออกมาตรวจตรานอกบ้านกันบ้างยิ่งหน้าฝนจะเห็นได้ชัด ก็พื้นรอบตัวบ้านยังไงล่ะครับ ไม่ว่าพื้นซีเมนต์ พื้นหินอ่อน หรือพื้นกระเบื้องก็ล้วนแล้วแต่ลื่นๆ (เพราะเปียกฝน) กันโดยทั่วหน้า
ดังนั้นการใช้วัสดุที่มีผิวหยาบซึ่งพอจะลดความลื่น และมีความปลอดภัยกว่าพื้นที่มีผิวเงามัน หากต้องเดินผ่านพื้นถนนที่เปียกมายังชานหน้าบ้านซึ่งเป็นพื้นลื่น ควรวางพรมไวนิลคอยดูดซับน้ำจากเท้าหรือรองเท้าเพื่อกันลื่นก็จะช่วยได้มากครับ
แม้ว่าการหกล้มส่วนใหญ่จะไม่เจ็บหนักแต่การป้องกันไม่ให้ล้มเลยนั้นดีกว่า ให้ความสนใจอีกนิด บวกเทคโนโลยีง่ายๆ อุปกรณ์เสริมอีกเล็กน้อย ก็ช่วยให้ลูกไม่เจ็บและปลอดภัยครับ
(update 17 พฤศจิกายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 285 ตุลาคม 2549 ]
|