ถึงเวลา หมวกกันน็อค ของเด็กหรือยัง?


คุณหมอไม่ได้สนับสนุนให้เด็กทุกกลุ่มอายุนั่งมอเตอร์ไซด์นะครับหากหลีกเลี่ยงได้ ใช้วิธีการเดินทางทางอื่นดีกว่าครับ

แต่เข้าใจนะครับว่าหลายคนยังมีความจำเป็น เด็กนักเรียนในกทม. ร้อยละ 10 - 20 ต้องใช้ไปโรงเรียนทุกเช้า บางคนที่บ้านมีรถคันเดียว พ่อแม่ก็ออกแต่เช้า โรงเรียนอยู่ไม่ไกลนัก คุณยายก็ดูแลให้มอเตอร์ไซด์รับจ้างทำหน้าที่รับส่งให้ บางคนพ่อแม่ก็ส่งได้แค่ปากซอยโรงเรียน เด็กต้องนั่งมอเตอร์ไซด์เข้าซอยเอง เป็นต้น

หากจำเป็นต้องนั่งมอเตอร์ไซด์แบบนี้ก็ไม่ว่ากันครับ แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยกันหน่อย เดี๋ยวนี้มีหมวกกันน็อคเด็กแล้ว สามารถหาได้ตั้งแต่อายุสองสามขวบเป็นต้นไปครับ

อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ทำให้เด็ก (0 - 15 ปี) ได้รับบาดเจ็บปีละ 1,000,000 คน นอนโรงพยาบาลปีละกว่า 12,000 รายและเสียชีวิตอีกกว่า 450 ราย และ 99% ของเด็กที่เสียชีวิตนั้น ไม่ได้สวมหมวกกันน็อค

…สถิติที่อยู่ตรงหน้า ทำให้คิดถึง “น้องบูม” เด็กชายตัวกลมวัย 10 ขวบ (ประถม 4) ที่คุณพ่อพามาตรวจเช็กร่างกายที่คลินิกอีกครั้ง หลังจากเมื่ออาทิตย์ก่อนประสบอุบัติเหตุ…มอเตอร์ไซด์ล้ม

ทั้งเช้าและเย็นน้องบูมจะนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ของคุณพ่อที่รับส่งไปโรงเรียนแล้วก็เป็นเช่นที่ปฏิบัติโดยทั่วไป ก็คือคุณพ่อสวมหมวกนิรภัยเพียงเพื่อกันตำรวจจับในขณะที่น้องบูมไม่ได้สวม…และแล้วเช้านั้นก็เกิดเรื่องเข้าจนได้

รถของคุณพ่อล้มฟาดลงไปกับพื้นเนื่องจากเสียหลักจากการหลบรถที่แซงขึ้นมาอย่างเร็ว ผลก็คือสองพ่อลูกกลิ้งไปคนละทาง ยังดีอยู่บ้างที่คุณพ่อไม่ได้ใช้ความเร็วสองพ่อลูกจึงไม่ประสบความรุนแรงไปกว่านี้โดยคุณพ่อแค่ถลอกปอกเปิก และเพราะสวมหมวกกันน็อค ศรีษะจึงไม่เป็นอะไรส่วนน้องบูม…สลบคาที่

แต่เดชะบุญที่เมื่อคุณหมอและพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งเยียวยาไม่นาน น้องบูมก็ฟื้นและเป็นปกติ และหลังผ่านการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ผลปรากฏว่าน้องบูมปลอดภัยไม่มีปัญหา

แต่ปัญหาของคุณหมอก็คือ จะต้องพูดคุยกับผู้ใหญ่ทั้งหลาย ในเรื่องความจำเป็นของหมวกนิรภัยสำหรับเด็ก ในส่วนของคุณพ่อน้องบูม ที่เกือบต้องสูญเสียลูกชายไปนั้น ก็ได้แต่หน้าเศร้า บ่นแต่ว่าเสียใจและรู้สึกผิดมากๆ คุณหมอจึงได้แต่ปลอบโยนว่ายังไงๆ น้องบูมก็ปลอดภัยดีแล้ว ควรทำใจให้สบายจะได้มีกำลังดูแลครอบครัวต่อไป เพียงแต่หากยังจำเป็นต้องใช้รถจักรยานยนต์เพื่อรับส่งลูก ก็จะติ้งหาหมวกกันน็อคให้เหมาะสมและได้มาตราฐานมาให้น้องบูมได้ใส่ด้วย

นอกจากนั้นแล้ว คุณหมอก็ยังฝากคุณพ่อน้องบูมให้ช่วยรรรงค์ให้คุณพ่อคุณแม่ที่ใช้จักรยานยนต์ หาหมวกกันน็อคให้เด็กๆ เพราะปัญหาในบ้านเราวันนี้ก็คือ ผู้ใหญ่สวมหมวกนิรภัยเพียงเพื่อไม่ให้ตำรวจเล่นงาน โดยละเลยลูกๆ ที่นั่งซ้อนท้ายไปด้วยกัน

จริงอยู่ ไม่มีใครกล้าคิดหรอกว่าพ่อแม่ใจร้ายไม่ห่วงเด็ก แต่อาจเป็นเพราะความประมาท “คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก” แต่อะไรเล่าที่จะเป็นหลักประกันให้เด็กๆ

ทั้งๆ ที่ พรบ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ระบุไว้ชัดเจน ในมาตรา 122 ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และคนโดยสามารถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันอันตรายในขณะขับขี่ และโดยสารรถจักรยานยนต์ แต่เวลานี้ผู้รับผิดชอบต่างก็ละเลยอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ ไม่ให้ความสำคัญเหมือนเห็นความปลอดภัยของเด็กเป็นเรื่องเล็กน้อย

ตำรวจจราจรส่วนใหญ่ก็ยังเพิกเฉยมองอย่างดูดาย ไม่แม้แต่จะเรียกมาตักเตือน (แต่ตำรวจบางแห่งก็ดีนะครับ โบกรถพ่อแม่มาเตือน สอนพ่อแม่ให้รู้จักอันตรายถ้าไม่ใส่หมวกกันน็อค แล้วแจกหมวกเด็กให้เลยก็มี เช่น ตำรวจ สน.พญาไท ตำรวจที่จังหวัดอยุธยา เป็นต้น)

ในเมื่อผู้ใหญ่ดูเหมือนขาดความห่วงใย (หรือเพราะเห็นว่าไม่ใช่เป็นลูกๆ ของท่าน) แล้วเราในฐานะที่เป็นพ่อแม่ ควรแล้วหรือที่จะไม่ทุกข์ร้อน และทำตัวตามกระแส…

อย่าเพียงคิดปลอบใจตัวเองไปวันๆ ว่า…แหม ใกล้แค่เนี่ย…ลูกของเราไม่โชคร้ายหรอกน่า…หรือ โธ่ ฝีมือการซิ่งของฉันเจ๋งสุดๆ อยู่แล้ว… ทางที่ดีขอให้มาดูข้อมูลการบาดเจ็บของเด็กที่ระบุไว้ว่าในบ้านเรานี้ เด็กๆ ต้องบาดเจ็บอย่างรุนแรงเนื่องจากรถจักรยานยนต์ถึง 12,000 คน (เฉลี่ยชั่วโมงละ 1.4 คน)

โดยได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ศรีษะ 5 พันกว่าคน และมีเด็กตายเพราะจักรยานยนต์ ถึงวันละ 1 - 2 คน…จึงอยากจะฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งครอบครัวยังต้องพาจักรยานยนต์ ให้จัดหา “หมวกกันน็อค” สำหรับลูกแต่ละคน


  • หมวกดีต้องมีมาตราฐาน
หมวกกระป๋องมีขายดาษดื่น หมวกกระป๋องหมายถึงหมวกที่ไม่มีมาตราฐาน เวลารถมอเตอร์ไซค์ล้มเปลือกหมวกเหล่านี้จะแตก เปลือกในซึ่งต้องดูดซับแรงกระแทกก็ไม่สามารถจะป้องกันได้เพียงพอ ทำให้แรงกระแทกถูกส่งผ่านไปยังศรีษะ และสมองของผู้ใส่ได้ดังนั้นหมวกเหล่านี้จึงไม่มีประโยชน์จริงๆ แล้วหมวกเหล่านี้ผิดกฎหมาย แต่ยังไม่มีหน่วยงานไล่ล่าจับอย่างจริงจัง


  • หมวกที่มีมาตราฐานสังเกตได้ว่า…
เปลือกนอก มีความแข็งแรงเคาะแล้วจะรู้สึกว่าไม่ใช่เป็นเพียงพลาสติกบางๆ (นอกจากรุ่นที่ออกแบบเปลือกในให้ดีพอ แต่รุ่นแบบนี้ยังไม่มีวางขายในตลาด) เปลือกในมักเป็นโฟม แต่ต้องมีความแข็งและหนาเพียงพอที่จะดูดซับแรงกระแทกหากลองเอานิ้วกดูแล้วอ่อนนิ่มยุบง่ายตามแรงกด หมวกนั้นมักจะไม่ได้มาตราฐาน

อีกอย่างให้สังเกต สายรัดคาง ต้องแข็งแรง บิดฉีกง่ายไปมาไม่กรอบแตกหรือฉีกขาด สายต้องยึดติดหมวกอย่างแน่นหนา ไม่หลุดง่ายเวลาออกแรงกระชาก หัวล็อคต้องแข็งแรง ใส่ง่ายถอดง่าย ล็อคแล้วลองกระชากดูว่าจะหลุดง่ายหรือไม่

หมวก ที่ได้มาตราฐานจะมีเครื่องหมายมาตราฐานอุตสาหกรรม และที่เครื่องหมายจะมีชื่อบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายอยู่ด้วยถ้ามาตราฐานปลอมมักมีแต่เครื่องหมายอย่างเดียว

หมวกที่มีมาตราฐาน หมายถึงหมวกที่ได้รับการสุ่มตรวจทั้งคุณสมบัติการป้องกันแรงกระแทก การป้องกันแรงเจาะทะลุการเสียรูปของหมวกจากแรงบีบอีดความแข็งแรงของสายรัดคาง การทดสอบจะทำทั้งในอุณหภูมิปรกติ อุณหภูมิต่ำและอุณหภูมิสูงเพื่อป้องกันการสูญเสียคุณสมบัติการป้องกันอันตรายต่างๆ ในขณะที่มีอากาศหนาวหรือร้อนเกินไป

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นครับ..ที่ต้องเลือกหมวกที่ได้มาตราฐาน


  • เลือกหมวกกันน็อคให้เด็ก
โดยให้เลือกที่มีมาตราฐาน มอก.(369/2539) และเลือกขนาดให้ถูก เช่น
เด็กวัย 3 - 5 ขวบ เลือกขนาด 500 - 530 มิลลิเมตร
เด็กวัย 6 - 9 ขวบ เลือกขนาด 530 - 550 มิลลิเมตร
เด็กวัย 10 ปีขึ้นไปหรือมากกว่า ให้เลือกขนาด 570 มิลลิเมตร
ข้อสำคัญคือ ต้องซื้อให้พอดีศรีษะอย่า “ซื้อเผื่อโต” เพราะจะเป็นอันตรายต่อศรีษะและกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ หากเด็กสวมหมวกที่หลวมและหนักเกินไป ฉะนั้นจึงต้องหาขนาดให้พอดี เวลาไปซื้อหาหมวกต้องเอาเด็กไปด้วย ไม่ใช่ลอยเท้งเต้งอยู่บนหัวเด็ก ให้เด็กเหลือกตามองด้านบนจนสุดอย่างน้อยต้องมองเห็นขอบหมวกด้านหน้าถ้ามองไม่เห็นแสดงว่าหวมกลอยสูงเกินไปแล้ว คาดสายรัดหมวกใต้คางให้พอดีไม่หลวมไม่รัดแน่นเกินไป แล้วให้เด็กก้มๆ เงยๆ ดูหากหมวกหลุดจากหัวแสดงว่าหมวกไม่พอดีกับศรีษะ เลือกหมวกใบใหม่ได้ครับ

แล้วก็อย่าลืมสอนเด็กให้คาดสายรัดหมวกทุกครั้งที่นั่งจักรยานยนต์ การสวมหมวกโดยที่ไม่รัดสายรัด ก็เหมือนไม่ได้สวมหมวกนิรภัย เด็กโต เด็กวัยรุ่นชอบไม่คาดด้วยความเท่ หรือใส่หมวกกลับหัวกลับหางต้องช่วยกันดูแลครับ


  • อ่อนกว่าสองปี ต้องหลีกหนีมอเตอร์ไซค์
ส่วนเด็กน้อยที่อายุไม่เกิน 2 ขวบ ก็ขอกราบวิงวอนคุณพ่อคุณแม่ ณ ที่นี้ว่า…อย่านำบุตรหลานวัยละอ่อนขนาดนี้ ขึ้นนั่งรถมอเตอร์ไซค์เลย และเชื่อว่าอนาคตอันไม่ไกล ผู้คนในสังคมจะยอมรับไม่ได้เลย ถ้าจะพาเด็กวัยไม่เกิน 2 ขวบขึ้นนั่งมอเตอร์ไซค์ไปด้วย แล้วคุณก็จะโดนใครๆ มองแปลกๆ เหมือนคุณเป็น…ตัวประหลาด !!!

คุณเกษม ชัยณรงค์ (วัย 33 ปี) ได้ให้สัมภาษณ์ ใน นสพ.คมชัดลึก (30 ส.ค 48) คุณเกษมพ่อผู้ปวดร้าวกับการสูญเสีย “น้องแตงโม” ลูกสาววัยเพียง 2 ขวบที่มีญาติขอพาไปนั่งรถมอเตอร์ไซค์ แล้วก็แล่นฉิวออกไป…แต่แล้วเพียงชั่วครู่ก็มีคนวิ่งมาบอกข่าวร้ายว่าลูกสาวโดนรถกระบะชน คุณเกษมแทบสิ้นใจตามไปด้วย เมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็พบว่าน้องแตงโม..เสียชีวิตแล้ว เนื่องจากสมองถูกกระแทกมีเลือดคั่ง ความฝังใจทำให้ทุกวันนี้หากเห็นเด็กๆ นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ก็จะเข้าไปเตือนว่าให้หาหมวกกันน็อคมาใส่ซะก่อน

กฎหมายคุ้มครองเด็กมาตรา 26 (2) กล่าวว่าผู้ใดจงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งจำเป็นแก่การดำรงชีวิต หรือการรักษาพยาบาลแก่เด็กที่อยู่ในความดูแลของตนจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก ถือเป็นความผิด หมวกกันน็อคก็ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตครับ

กฎนี้ปรับตั้งสามหมื่นบาท พ่อแม่เข้าข่ายเลี้ยงลูกผิดวิธีต่างหาก ระวังกันหน่อยครับ.


(update 23 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 277 กุมภาพันธ์ 2549 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600