เลี้ยงลูกแบบ unplug


ครั้งหนึ่ง (เมื่อไม่นานมานี้) บรรดาพ่อแม่ ผู้ใหญ่รวมไปถึงนักวิชาการพัฒนาการเด็ก พากันวิตกว่า ทีวีนี่แหละตัวร้ายทำร้ายลูกหลานของเรา ทั้งสุขภาพกายใจ และพฤติกรรม

มีงานวิจัยออกมาว่า ลูกๆ หลานๆ ของเราที่ดูทีวี ติดทีวี
...จะเห็นภาพเซ็กส์ทางทีวี 14,000 ภาพต่อปี เฉลี่ยวันละเกือบ 40 ภาพ
...มีผลการเรียนตกต่ำ
...กินอาหารขยะ เป็นโรคอ้วน
...ลอกเลียนพฤติกรรมไม่ดีจากที่เห็นทางทีวี ความก้าวร้าวรุนแรง เรื่องเพศ ค่านิยมผิดๆ

มาวันนี้ ความห่วงกังวลของพ่อแม่เรื่องลูกติดทีวียังไม่ทันมีทางออก ลูกๆ ก็หันมาติดเกม ติดคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอีก ประมาณว่าดูทีวีแล้วต่อด้วยเล่นเกม พักยกด้วยการแช็ตกับเพื่อน แช็ตเสร็จแล้วเล่นเกมต่อจนดึกดื่นยันเช้า ไม่ได้หลับได้นอน บางคนติดเกมถึงขนาดไม่ยอมไปโรงเรียนก็มี

อย่างคุณแม่คนหนึ่งเล่าว่า ลูกชายติดเกมอย่างหนัก การเรียนจากเดิมเคยได้เกรด 3.5 ขึ้นไป ตกลงเหลือ 2 กว่าๆ คุณครูฟ้องว่าไปนอนหลับในห้องเรียนเป็นประจำ พอกลับถึงบ้าน เสื้อผ้าไม่เปลี่ยน เล่นเกมตั้งแต่กลับถึงบ้านจนตี 3 การบ้านไม่ทำ ข้าวปลาอาหารไม่กิน วันหยุดไปร้านเกมกินแต่บะหมี่สำเร็จรูป นิสัยก็เปลี่ยนไป จากลูกที่น่ารักกลายเป็นคนก้าวร้าว ไม่มีเหตุผล ชอบเอาชนะ สกปรก ไม่อาบน้ำ

ปัญหาเรื่องติดเกมของลูกกลายมาเป็นความทุกข์ของพ่อแม่ ไม่แพ้ลูกติดยาเสพติด
แล้วอย่างนี้ถ้าจะใช้มาตรการเด็ดขาด...ถอดปลั๊กซะเลยจะดีมั้ย !!

นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและแก้ไขเด็กติดเกม กรมสุขภาพจิต บอกว่า เราไม่สามารถห้ามเด็กเล่นคอมพิวเตอร์ได้อย่างเด็ดขาด เพราะวิถีชีวิตปัจจุบัน เด็กๆ มีโอกาสใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีเหล่านี้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน เช่นที่โรงเรียน หรือร้านเกม พอเราห้ามลูกเล่นเกมที่บ้าน เขาก็ออกไปเล่นนอกบ้านได้อยู่ดี

ดังนั้นถ้าเราคิดจะ unplug ลูก สำคัญกว่าการถอดปลั๊กทีวีหรือคอมพิวเตอร์ เราควรหาวิธีช่วยลูกให้รู้จักควบคุมตัวเอง รู้ว่าเวลาไหนเล่นเกม ดูทีวีได้ เวลาไหนต้องเลิกเล่นเลิกดู รู้จักตัดใจจากความเพลิดเพลินตรงหน้าได้ เพื่อทำสิ่งต่างๆ ที่ควรทำ ไม่ให้เสียสมดุลในชีวิตประจำวัน ซึ่งต้องบอกว่าเรื่องนี้คุณพ่อคุณแม่ ผู้ใหญ่ในบ้านจะต้องลงแรงมากหน่อย ด้วยวิธีเหล่านี้ค่ะ
  • สื่อสารทางบวก ร้อยทั้งร้อยเลยล่ะ ถ้าคุณวีใส่ลูกที่เขาไม่ยอมลุกจากหน้าจอ เขาจะโต้ตอบกลับอย่างรนแรง ก็แหม... กำลังทำคะแนนอยู่ มาขัดจังหวะอย่างนี้เท่ากับเป็นตัวขัดโรค นอกจากวาจาของคุณจะไม่ศักดิ์สิทธิ์สัมฤทธิ์ผลแล้ว ยังทำให้ความสัมพันธ์แม่-ลูก (เป็นแม่ซะมากกว่าพ่อ ที่จะเข้าไปจัดการเรื่องนี้) ร้าวฉาน พูดจากันไม่รู้เรื่องยิ่งขึ้น เอาน้ำเย็นเข้าลูบ หาเวลาที่เขาละจากจออารมณ์ดีพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น “แม่ว่าตอนนี้การเรียนของลูกตกลงมากนะ ลูกน่าจะจัดตารางเวลาเสียใหม่ เมื่อไหร่เล่นเกม เมื่อไหร่ทำการบ้าน” แล้วเราก็กำหนดเวลาให้เขาว่า จะเล่นเกมได้วันละกี่ชั่วโมง ช่วงไหน เช่น ทำการบ้านเสร็จ อาบน้ำทานข้าวแล้วให้เล่นเกมได้ 1-2 ชั่วโมง ระหว่างพูดคุย ตกลงกัน ไม่ต้องสนใจอาการโมโห ฮึดฮัด พูดจาไม่ดีของลูก ให้เน้นสิ่งที่เราอยากให้เขาปรับปรุง และกฎระเบียบที่เรากำหนด ที่สำคัญ พ่อแม่ต้องมีเวลาควรควบคุมให้เขาทำตามตารางเวลาที่กำหนด ถ้าไม่ทำตามที่ตกลง ลงโทษด้วยการตัดค่าขนม ตัดสิทธิ์บางอย่างที่เขาต้องการ

  • อย่าให้ลูกจมจ่อมอยู่ในโลกของตัวเอง หมกมุ่นอยู่หน้าจอทั้งวัน เราควรแวะเวียนเข้าไปหาเขา ชวนเขาไปทำกิจกรรมต่างๆ และตั้งทีวี คอมพิวเตอร์ไว้ห้องกลาง ไม่เปิดทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน เมื่อใช้เสร็จแล้ว หรือดูจบแล้วก็ปิดเสียจะได้ไม่ดึงดูดให้ลูกเข้ามาดูมาเล่นอีก

  • พาลูกออกห่างจากจอ ด้วยการพาออกไปข้างนอกในวันหยุดแทนที่จะปล่อยให้ลูกอยู่บ้านเล่นเกม เข้าใจว่าคุณพ่อคุณแม่ที่ทำงานนอกบ้าน วันหยุดคงหมดเรี่ยวแรงจนไม่อยากใส่ใจ แต่ถ้าเราเห็นว่าเป็นปัญหา ก็ต้องยอมสละเวลาช่วยลูก มองหากิจกรรมนอกบ้านที่น่าสนใจ เช่น การแสดงดนตรี นิทรรศการ เข้าค่าย เรียนรู้กิจกรรมพิเศษต่างๆ เช่น ดนตรี ยูโด ร้องเพลง วาดรูป งานประดิดประดอย ฯลฯ

  • สอนลูกให้รู้จักความสุขด้านอื่น ทำให้ลูกรู้ว่ามีสิ่งอื่นๆ อีกมากมายที่จะทำให้เกิดความสุข เช่น
    มีงานอดิเรก ถ้าเป็นเด็กผู้ชาย คุณพ่ออาจเข้ามาช่วยด้วยการชวนกันสะสมอะไรต่างๆ เล่นรถบังคับวิทยุ ซ่อมนั่นนี่ ฯลฯ คุณแม่ชวนลูกสาวเข้าครัว เย็บผ้า ทำงานประดิดประดอย ฯลฯ
    เล่นดนตรี ทำงานศิลปะ ควรไพเราะของเสียงเพลงและความงามทางศิลปะ เยียวยาจิตใจให้เป็นสุขอาจเป็นกิจกรรมของลูกแล้วพ่อแม่ร่วมชื่นชม หรือทำร่วมกัน
    อ่านหนังสือ หนังสือสนุกๆ ที่ตรงกับเพศ วัย และความสนใจของลูก จะดึงดูดลูกให้หันมาติดหนังสือแทน
  • สร้างบรรยากาศที่ไม่เงียบเหงา ความเหงาทำให้เด็กหันไปหาสิ่งที่ให้ความเพลิดเพลินกับตัวเอง เช่น กลับมาบ้าน แล้วไม่มีใครอยู่บ้าน หรือบ้านที่ต่างคนต่างอยู่ พ่อแม่ทะเลาะกัน ไม่ลงรอยกัน ไม่มีกิจกรรมร่วมกัน ก็ทำให้เด็กๆ หันไปหาความสุขจากจอ ถ้าบ้านไหนเป็นอย่างนี้หันมา สร้างบรรยากาศครื้นเครงภายในบ้านโดยด่วนค่ะ ด้วยการเปิดเพลง ทำอาหารกินกันสนุกๆ ในวันหยุด พูดคุยเล่าเรื่องต่างๆ ชวนเพื่อนฝูงญาติพี่น้องมาบ้าน เล่นกีฬากัน ฯลฯ

  • พ่อแม่รู้เท่าทันเทคโนโลยี คุณแม่ที่มีลูกติดเกมคนหนึ่ง บอกว่า ตัวเองใช้คอมพิวเตอร์ เล่นเกมไม่เป็น รู้สึกเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เข้าไม่ถึงลูก พูดจากันไม่รู้เรื่อง ใครรู้สึกเช่นนี้น่าจะพยายามเรียนรู้วิธีใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต SMS วิธีแช็ต ลองเล่นเกม เพื่อเข้าใจและมีทัศนคติที่ดีกับสิ่งเหล่านี้ แล้วจะเข้าใจมากขึ้นว่าสิ่งที่เป็นปัญหาไม่ใช่เทคโนโลยี จนเราต้องปฏิเสธมัน แต่เราควรฝึกลูกให้รู้จักควบคุมตัวเอง มีวินัยกับตัวเองมากกว่า
บอกเทคนิควิธีตั้งมากมาย แต่คุณๆ จะ unplug ลูกสำเร็จหรือไม่ สำคัญอยู่ที่ “มีเวลาให้ลูก” หรือเปล่า เท่านั้นแหละ


(update 3 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา.. kids & family ปีที่ 114 ปีที่ 10 กันยายน 2548]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600