ต้องกล้าดี


ข่าวนักศึกษาแฟนคลับของคุณสรยุทธ ถูกรถเมล์ปิดประตูหนีบมือจนร่วงลงมาถูกล้อรถทับเสียชีวิต เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พอๆ กับข่าวตำรวจใช้สิบล้อดักจับวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ซ่าที่ถนนพระรามสอง จนถูกตำรวจล้อมจับได้กว่าร้อยคนเป็นอะไรที่เห็นแล้วหดหู่ใจ

ทั้งสองข่าวมีมุมมองได้หลายจุด ซึ่งจุดแรกก็คือคุณภาพของคนทั้งคนขับรถทั้งวัยรุ่น แต่อีกกลุ่มที่ไม่ได้พูดถึงก็คือ คนทั่วๆ ไป ในกรณีของน้องนักศึกษาที่ถูกประตูหนีบ พลเมืองที่อยู่ในรถมีปฏิกิริยาทันทีอะไรบ้าง หลายครั้งที่เราคงได้อ่านข่าวการกระทำผิดต่อหน้าผู้คนมากมาย แต่ไม่มีใครยื่นมือช่วยเหลือ คงปล่อยให้มีการกระทำผิดรุนแรง ผู้คนที่พบเห็นมีปฏิกิริยาสองอย่างคือ วิ่งหนีเอาตัวรอด หรือเข้าช่วยเหลือ

เมื่อปีที่แล้วมีข่าวนักเรียนช่างกลเขม่นนักเรียนอีกโรงเรียนทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักเขา รู้เพียงว่าแต่งเครื่องแบบของโรงเรียนคู่ปรับถึงขนาดลงมือฆ่าได้โดยไม่ยั้งคิด โดยใช้มีดจ้วงแทงจนขาดใจตาย กว่าจะจับคนร้ายได้ก็ผ่านไปเป็นปี ซึ่งก็ไม่รู้ว่ายังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงอยู่ไหม

หัวใจของเด็กที่ลงมือฆ่าคิดอะไร วัยรุ่นที่ออกมาขี่มอเตอร์ไซค์ประลองความเร็วคิดอะไร เวลาเขาได้ดูข่าวการเสียชีวิตของพวกซิ่งซ่าแล้วคิดอะไรบ้าง วันก่อนรายการข่าวเสนอภาพที่วัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ วิ่งหนีการจับกุมย้อนศรก็เลยประสานงากับรถปิคอัพที่แล่นสวนมาอย่างจัง ตายคาที่

ในส่วนของของขับรถเมล์ที่ปิดประตูหนีบมือนักศึกษาจนหล่นลงมาคงไม่เหมือนในกรณีนี้ แต่เป็นเรื่องคุณภาพของคนเหมือนกัน ความจริงคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนจำนวนมาก ควรมีความระมัดระวังมากกว่าคนธรรมดา ระบบที่ดูแลก็ควรจะเอื้อมากกว่านี้ คนขับรถบรรทุก หรือรถเมล์ส่วนใหญ่ได้ค่าจ้างไม่มาก เพราะบริษัทกดราคา แถมใช้งานหนัก ทำให้เขาต้องใช้ยาบ้ากระตุ้นให้มีพลังเกินจริงเพราะถ้าไม่ทำก็อดตาย

เจ้าของบริษัทจะไม่สนใจเพราะถือว่าไม่ทำเดี๋ยวก็หาจ้างเอาใหม่ ในยุโรปเขาควบคุมเรื่องนี้ดีมาก คนขับรถจะขับรถยาวติดๆ กันไม่ได้ ต้องพัก ซึ่งเขามีวิธีตรวจสอบ ถ้าหากทำผิดกฎจราจร ก็จะถูกตัดแต้มส่งผลต่อการถอนใบขับขี่ ซึ่งมีความหมายมากเพราะถ้าเขาไม่มีใบอนุญาตขับขี่ก็จะหมดอาชีพทันที ไปสมัครใหม่ก็จะถูกตรวจสอบประวัติเก่า ก็เลยเป็นระบบควบคุมที่ดี

นึกถึงประเทศไทย การกวดขันผู้ขับขี่ที่ผิดระเบียบเน้นการจับปรับเอาเงินเปอร์เซ็นต์ มากกว่าปรับอุปนิสัยในการขับขี่ ผู้ขับขี่ทำผิดจริงๆ เช่น ขับเร็ว เมา ฝ่าไฟแดง มึนเมากลับไม่ค่อยถูกเรียกก็สามารถต่อรองได้ ซึ่งนี่คือระบบไม่ดีเอื้อให้มีคนด้อยคุณภาพอยู่พอสมควร

คนขับรถเมล์มีนิสัยพื้นฐานเหมือนกันหมดคือ ชอบจอดรถเกะกะ จอดนอกป้าย ออกรถเร็ว กระชาก ขับขี่ฉวัดเฉวียนทุกครั้งที่นึกจะแซง จะโยกพวงมาลัยก็ออกเลยโยไม่ยกสัญญาณไฟ ไม่ดูทาง โดยคงคิดว่าตัวเองใหญ่ที่สุด ทุกคนต้องให้ทาง ซึ่งคุณสมบัติแบบนี้แหละที่ทำให้เกิดอันตรายบ่อยครั้ง คนที่ทำงานในลักษณะนี้จำต้องมีคุณภาพดี การเปิดปิดประตูให้ผู้โดยสารขึ้นเป็นสิ่งที่คนขับต้องระมัดระวังอยู่แล้ว แต่กลับกลายเป็นปัญหาตลอดมา

หากมองที่คุณภาพของวัยรุ่นที่ออกไปขับขี่รถซิ่งก็ยิ่งเห็นความชัดเจนของปัญหานี้ ความไม่รู้หรือไม่ยอมรับเรื่องของความดีงาม ความถูกต้องเป็นปัญหาใหญ่ เพราะการกระตุ้นจากสังคมรอบด้านมีมากแต่ภูมิคุ้มกันในตัวของเขาเองมีน้อย เพราะระบบการศึกษามักเน้นความสำเร็จที่การสอบผ่าน สอบเป็นเลิศมากกว่าคุณธรรมที่ดี

วัยรุ่นเติบโตขึ้นท่ามกลางปัญหาหลายด้าน ทั้งการเลี้ยงดูที่กระท่อนกระแท่น มาถึงการอบรมสั่งสอนจากระบบการศึกษาก็ไม่มุ่งเน้นการปลูกฝังเรื่องคุณธรรม บวกกับผู้คนในสังคมมักละวางการตรวจสอบสิ่งไม่ดี มักมองว่าธุระไม่ใช่ บางทีก็มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา การเติบโตของผู้คนในสังคมจึงมีคุณภาพน้อยลงเรื่อยๆ

ตรงนี้แหละจะช่วยกันแก้ไขอย่างไร

อย่าลืมว่า จากกรณีของคนขับรถเมล์ที่ขับรถยนต์ทับเด็กนักศึกษา ผู้คนในรถที่พบเห็นได้พากันส่งเสียงบอกโชเฟอร์หรืเปล่า เหมือนๆ กับกรณีที่นักเรียนช่างกลแทงนักเรียนโรงเรียนคู่อริ ทั้งๆ ที่เป็นเวลารถติดผู้คนมากมาย ซึ่งนอกจากจะไม่มีใครช่วยกันปกป้องจับกุมคนร้ายแล้ว ช่วงแรกๆ ตำรวจได้ประกาศหาพยานอยู่นาน

ทุกวันนี้ผู้คนมักกลัวการปฏิบัติหน้าที่พลเมืองดี เริ่มจากอายที่จะทำความดี ตามมาด้วยกลัวจะถูกหาว่าแปลก ไปจนกลัวว่าคนร้ายจะย้อนมาทำร้าย ซึ่งไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ดูจะเป็นการส่งเสริมให้มีคนชั่วมากขึ้นและคนช่วยลอยนวล

ทุกวันนี้หมอเองก็ครุ่นคิดตลอดเวลา อยากหยุดบทบาทของการผลักดันงานในกระบวนการยุติธรรม มาช่วยกันปลูกฝังรดน้ำพรวนดิน เมล็ดพันธุ์แห่งคนดี ที่นอกจากจะเป็นคนดีแล้วต้องกล้าทำดี ทำไมคนไทยมักอายที่จะทำดี แต่กับเรื่องแย่ๆ ดูจะไม่แคร์เลย

คงต้องเริ่มต้นทั้งปลูกทั้งฝังให้ยึดถือความดีความถูกต้องเป็นลำดับแรกก่อนเน้นเรื่องความเก่ง การปลูกฝังต้องทำต่อเนื่อง ซึ่งสังเกตจากการพัฒนาของลูกสาว ยิ่งโตเขายิ่งห่างยิ่งรับเอาอะไรที่ไม่ดีได้ง่ายจริงๆ

การชักชวนให้ผู้ปกครองคิดแบบหมอเป็นเรื่องยาก เพราะผู้คนส่วนใหญ่มุ่งให้ลูกไปสู่ความเป็นเลิศ ด้านความเก่งกาจโดดเด่นมากกว่าอยากให้ลูกเป็นคนดี ระบบการศึกษาก็เช่นกัน เน้นแต่เรื่องของผลสอบ ไม่เน้นการพัฒนาของเยาวชนด้านคุณธรรม เขียนถึงแล้วก็ทำให้นึกย้อนถึงเรื่องของข่าวข้อสอบรั่ว ซึ่งจากการสืบสวนก็ดูจะแน่ชัดว่ามีการเปิดดูอย่างไม่เหมาะสม เรื่องใหญ่ขนาดนี้ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องทุกคน ก็ยังคงเหมือนเดิม แสดงให้เห็นถึงปัญหาในทุกระดับตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงผู้ปฏิบัติระดับล่าง

ถ้าผู้คนในสังคมถูกปลูกฝังให้มีวินัย รักษาวินัย ดูแลวินัยของสังคม อะไรต่ออะไรก็น่าจะดีขึ้น หมอเป็นคนที่ถูกสั่งสอนจากครอบครัวและโรงเรียน จนความสำนึกเรื่องวินัยสำหรับตัวเองและสังคมหยั่งลึกมาก จะทำอะไรก็จะคิดให้จบว่าเป็นบาปหรือไม่ ขณะเดียวกันการคิดแบบนี้มันมักจะสวนกระแส ก็เลยกลายเป็นผลดีทางอ้อมที่ช่วยสร้างความเป็นตัวของตัวเอง เพราะหากทำตามคนอื่นก็อาจทำให้เราทำผิดได้

หมอยึดแนวคิดนี้กับการสอนลูก ไม่ใช่ปล่อยตามใจตัวเอง อิทธิพลของเพื่อนๆ ก็เป็นเรื่องใหญ่

มาช่วยกันปลูกฝังวินัยต่อตัวเองและต่อสังคมกันเถอะ


(update 7 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา.. kids & family ปีที่ 10 ฉบับที่ 114 กันยายน 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600