สองสามปีที่ผ่านมา มีเสียงโวยวายจากผู้ใหญ่ในสังคมมากถึงการใส่เสื้อสายเดี่ยวของสาววัยรุ่น
เพราะดูจะโป๊เกินงาม จากนั้นก็มีเสียงดังกลับมาจากเด็กๆ ทำนองว่าเรื่องของหนู คุณปู่คุณย่าอย่าเป็นห่วง
สักพักหนึ่งก็มีสินค้าตัวใหม่ออกสู่ตลาดคือครีมทารักแร้ดำ หลังจากสินค้านี้โฆษณาจนติดหน้าจอ
ผมสังเกตว่าเสื้อสายเดี่ยวเริ่มลดลง สงสัยหนูๆ วัยใสคงเลิกใส่สายเดี่ยว ด้วยความกังวลถึงวงดำใต้รักแร้
อันที่จริงเรื่องการแต่งกายของวัยรุ่นก็เป็นที่ขัดหูขัดตาผู้ใหญ่ตั้งแต่เรายังไม่เกิด
สมัยก่อนที่เป็นเอามากก็รุ่นที่นิยมเอลวิส ซึ่งคนยุคนั้นถ้าอยู่จนป่านนี้ก็ได้เป็นคุณปู่คุณย่าไปแล้ว
นึกภาพเวลาท่านปล่อยแก่ก็ยังขำอยู่เลยครับ ยุคต่อมาก็พวกมินิสเกิร์ต ช่วงยุคเดือนตุลาฯ พี่ๆ ยุคนั้น
กลุ่มที่เน้นแสงสีเล่าให้ฟังว่า ใส่กันสั้นขนาดเวลานั่งเก้าอี้ ส่วนที่สัมผัสเก้าอี้คือเนื้อกับกางเกงในล้วนๆ
กระโปรงเกือบไม่โดนอะไรเลย จากนั้นก็มาผมทรงแอฟโร่ ฟูเหมือนใส่หมวกกันน็อกผิดขนาดแว่ตาโตๆ
กางเกงขาบานลากพื้นจนกวาดถนนแถวราชดำริกับสยามสแควร์เสียสะอาดเอี่ยม
หลังขาบานก็ตามมาด้วยกางเกงทรงขาลีบใส่แล้วเหมือนคนเป็นโปลิโอ
แต่ละยุคที่ผมเล่ามา จะมีรอยต่ออยู่ระยะหนึ่งที่เด็กวัยรุ่นแต่งเนื้อแต่งตัวอยู่กับร่องกับรอยไม่ผาดโผนนัก
บางคนบอกว่ากระแสสังคมโลกจะแกว่งเหมือนลูกตุ้ม คนรุ่นหนึ่งจะอยู่ขั้วหนึ่ง
พอผ่านไปคนรุ่นต่อมาก็จะไม่ค่อยพอใจวิถีของรุ่นเก่าจึงพากระแสแกว่งกลับมาอีกข้าง ฟังดูก็เข้าท่าดี
แกว่งไปแกว่งมา วันหนึ่งคงหาจุดพอดีเจอนะครับ โลกก็หมุนไปหมุนมาตามวาระ
ผ่านคนรุ่นหนึ่งก็มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอีกอย่างหนึ่ง ผ่านอีกรุ่นก็เปลี่ยนไปอีกอย่าง
การเลี้ยงเด็กก็ไม่ต่างกันนัก จากรุ่นที่พ่อแม่บังคับมาก ดุด่าหรือตีอย่างหนัก
จนหลายๆ คนไม่อยากจำชีวิตวัยเด็ก เพราะมีแต่ความกดดัน พอโตมีลูก
การเลี้ยงลูกก็แกว่งกลับมาเป็นตามใจ ไม่บังคับกลัวกระทบกระเทือนจิตใจลูก
อันที่จริงแรงกดดันในชีวิตเป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้เด็กมีจิตใจแข็งแกร่ง
เรียนรู้ที่จะปรับตัวไม่ว่าจะเป็นการสอบแข่งขัน สอบวัดผล การตั้งความหวัง การพยายามดิ้นรนไปสู่สิ่งที่หวัง
และสุดท้ายคือความสมหวังหรือไม่สมหวัง ทั้งหมดล้วนเป็นบทเรียนชีวิตที่สำคัญต่อการเติบโตของจิตใจทั้งสิ้น
แรงกดดันในชีวิตของเด็กเล็กก็อาจจะเป็นการถูกบังคับให้ช่วยตัวเองในกิจวัตรประจำวัน
เช่น กินข้าว อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้า ไปจนถึงการบังคับให้ช่วยงานบ้าน เหล่านี้ก็เป็นความกดดันแบบเด็กๆ
แต่ทำให้จิตใจเติบโตได้เหมือนกัน การเอาประสบการณ์ในวัยเด็กของตัวเรามาดัดแปลงให้ลูก
ได้รับสิ่งที่ดีกว่าที่เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่การนำมาใช้ต้องมีใจเป็นธรรมกับอดีตของเราด้วย
อย่าให้ความเจ็บใจในเรื่องบางเรื่องมาทำให้เสียความพอเหมาะพอดี
การเรียนรู้จากประสบการณ์นั้นมีประโยชน์ แต่สำหรับการเลี้ยงลูกจะมีลักษณะเฉพาะคือ
เราจะมีอารมณ์ร่วมกับประสบการณ์เดิมด้วย จึงไม่เหมือนการเรียนรู้จากประสบการณ์อื่น
เช่น การแต่งตัว พอวัยรุ่นได้ประสบการณ์จากรุ่นพี่ว่าการใส่เสื้อสายเดี่ยวอาจจะทำให้คนเห็นวงดำใต้รักแร้ได้
ก็เริ่มหันมาหาเสื้อรัดเต้าแทน ปรากฏว่ามีบริษัทชุดชั้นในออกยกทรงรุ่นใหม่มีหลายทรง
ทั้งทรงลูกแอปเปิ้ล ลูกพีช อะไรอีกหลายๆ ลูก แต่ยังไม่มีลูกฟักหรือมะละกอ
เรียกว่าให้แต่ละคนเลือกที่เหมาะกับเต้าของตัวเอง ยกทรงชุดนี้ถ้าขายดี
สาวๆ คงระวังเหมือนตอนสายเดี่ยวกับรักแร้ จะใส่เสื้อคับคงต้องชำเลืองดูทรงของตัวเองว่าเป็นลูกอะไร
สุดท้ายเสื้อไซส์หลายเอสที่ผู้ใหญ่หงุดหงิดใจ อาจจะหายไปเหมือนสายเดี่ยวก็เป็นไปได้
นี่ก็เรียนรู้จากประสบการณ์เหมือนกัน
(update 23 กันยายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 110 กันยายน 2548]
|