อยู่ที่ภูมิหลัง


จู่ๆ ก็มีผู้บริหารออกมาเสนอความคิดจะปิดถนนหลวงให้วัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์แข่งกันสักวัน น่าจะช่วยลดปัญหาการขี่รถซิ่งของวัยรุ่น ซึ่งพลันเขาเสนอแนวคิดสู่สาธารณะก็พบว่า แทบจะไม่มีใครขานรับนโยบายนี้เลย

หมอสนใจเรื่องการเจริญเติบโตของเด็กๆ ว่าจะพ้นช่วงวัยรุ่นที่มีปัญหาทางอารมณ์ได้อย่างไร ความใจร้อน เจ้าอารมณ์ ความบ้าบิ่น เป็นสิ่งที่ดูจะเป็นวัฏจักรปกติที่ไม่อาจมีหนทางดูแลได้เลย หลายคนต้องยอมคิดว่าเป็นเรื่องของโชคชะตา เพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่วัยรุ่นจะซ่าส์แบบนี้ แต่หมอกลับไม่ยอมปล่อยผ่าน น่าจะมีหนทางป้องกันได้

วิธีคิดของวัยรุ่นที่มีความใจร้อน เจ้าอารมณ์ บ้าบิ่นเป็นสิ่งที่มาตามการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามธรรมชาติ ซึ่งฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมชาติที่มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ ปัจจัยที่หมอเชื่อว่า เป็นส่วนทำให้วัยรุ่นแรงขึ้นน่าจะเป็นจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก และสภาพสังคมรอบตัว

ในเรื่องการเลี้ยงดูนั้น พ่อแม่ โรงเรียนคือส่วนสำคัญ หมอเองเคยคิดเปรียบเทียบว่า หมอกับคุณพ่อมีดีกรีความเข้มงวดกับลูกเป็นอย่างไร คุณพ่อกำหนดแนวทางเรื่องการรักษาศีลห้า แต่กำกับทางสังคมไม่ให้ต้องเจอะเจอกับสังคมภายนอก ไม่เคยอนุญาตให้ออกนอกรั้วบ้านไปวิ่งเล่นกับบ้านอื่นเลย ไม่เคยไปบ้านเพื่อนๆ หรือไปไหนตามลำพัง ไม่ให้ดูหนังสือที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ให้ดูหนังทีวีพร่ำเพรื่อ

เรื่องข้อห้ามต่างๆ เหล่านี้หมอไม่เข้มงวดเท่าคุณพ่อ แต่จะผ่อนปรนบ้าง เพราะมองว่าการกีดกันออกไปจากสิ่งไม่ดีทั้งหลายไม่ใช่วิธีป้องกันไม่ให้เขาหลุดเข้าไปในวงจรไม่ดี บวกกับเชื่อว่าการบังคับจะทำให้มีการต่อด้านหนัก ไม่เป็นผลดีแต่อย่างใดก็เลยลองวิธีนี้กับลูกดู ทำให้พบประเด็นสำคัญคือ ถ้าโรงเรียนเองก็หย่อนยานในการปลูกฝังคงส่งผลกระทบตรงยิ่งขึ้น

ในสมัยเด็กๆ หมอไปโรงเรียนก็จะพบกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่าที่บ้าน อบอุ่นน่าอยู่มากกว่า ที่โรงเรียนจะมีการเน้นการปลูกฝังเรื่องการเป็นคนดี บวกกับหลักสูตรสมัยเก่าที่ยังพอมีวิชาพื้นฐาน สอนวิชาหน้าที่พลเมือง ทำให้เด็กๆ รู้หลักการว่าพลเมืองดีต้องเป็นอย่างไร มีวิชาศีลธรรมช่วยให้รูศีล ข้อห้าม ความเป็นมาของศาสนาพุทธ สร้างจิตสำนึกในการทำดี นอกจากนี้ยังมีวิชาภูมิศาสตร์ ทำให้เรารู้จักประเทศไทยว่าแต่ละภาคมีเอกลักษณ์อะไรพิเศษ เกิดความรักความภูมิใจในทรัพยากรของไทย และวิชาสำคัญที่สุดคือวิชาประวัติศาสตร์ที่สอนให้เรารู้ว่าประเทศไทยเกิดมานานแค่ไหน มีใครรุกรานบ้าง ความภูมิใจในความเป็นคนไทย ความผูกพัน พระมหากษัตริย์เกิดจากวิชานี้แหละ

ถ้าดูจากหัวข้อวิชาในสมัยก่อนก็จะเห็นชัด มีการสอนหลักการดีๆ เป็นเรื่องเป็นราว แต่พอมาดูหลักสูตรสมัยนี้ วิชาเหล่านี้หายไปหมด กลายเป็นวิชา สลน.บ้าง อะไรต่อมิอะไรมากมาย กลายเป็นว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่มีความรู้ของแก่นวิชาต่างๆ เลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพระพุทธเจ้าประสูติที่ไหน ประเทศไทยมีวิกฤติเกือบเสียเมืองกี่ครั้ง ทำเลของประเทศไทยดีอย่างไร ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้ได้หายไปจากระบบการศึกษา ทำให้เยาวชนในยุคนี้ไม่สนใจเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมเลย คงสนใจแต่เรื่องราววัตถุนิยม

ด่านแรกของชีวิตก็ไม่ปลูกฝัง ด่านที่สองก็หย่อนยาน จะให้เยาวชนเอาหลักการมาจากไหน เพราะช่วงวัยเด็กของเราคงมีแต่เพื่อนๆ เท่านั้นที่เข้ามาผูกพันในชีวิต ซึ่งก็เป็นวัยเดียวกัน มักทำอะไรไปทางเดียวกันหมด โดยเฉพาะที่ลอกเลียนแบบในสิ่งไม่ดี

ความเจ้าอารมณ์ ความต้องการโลกส่วนตัวเอง ความต้องการให้ผู้อื่นยอมรับจึงแสดงออกมา ในแนวของความกล้าบ้าบิ่น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่ยุคนี้เยาวชนส่วนใหญ่อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน การรวมตัวกันจึงไม่ยากนัก ปัญหาจึงอยู่ที่ภูมิหลังของเด็กๆ มากกว่า เมื่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ต่างก็มีส่วนปล่อยปละละเลย แล้วจะให้รัฐมนตรีมากำหนดนโยบายให้สังคมปล่อยให้เด็กๆ มีโอกาสตามใจตัวเองอีก คงเป็นการเพิ่มปัญหาสังคมแน่ๆ

หมอเองติดตามเรื่องราวแบบนี้มานานแล้วว่าจะมีแนวทางป้องกัน เตรียมตัว รวมทั้งแก้ไขได้อย่างไร เพราะเด็กๆ นั้นยิ่งโตเขาก็ยิ่งยอมรับเฉพาะเพื่อน ถ้าเราไม่เข้าดูแลช่วยเหลือตั้งแต่ต้นคงยากที่จะแก้ไขได้

วัยรุ่นที่ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ซิ่งเป็นความชอบโดยธรรมชาติของชายหนุ่มที่ชอบความเร็ว เมื่อมาเจอกับความตกต่ำของสังคม มีการทำผิดที่ดูจะยอมรับได้ ทั้งในเรื่องเพศ เรื่องการแสดงอารมณ์โกรธ การรวมตัวกันของวัยรุ่นที่มีแนวคิดแบบเดียวกันจึงไม่ยากนัก แก๊งรถซิ่งเหล่านี้มาได้อย่างไร ก็ต้องโทษพ่อแม่แน่นอนที่ซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ขี่แถมยังออกค่าน้ำมัน ก็ถ้าเขาไม่มีรถจะไปหามาขี่ได้อย่างไร เพราะไม่มีเงินไม่ได้ทำงาน

ปัญหามอเตอร์ไซค์ซิ่งเป็นเพียงเสี้ยวเดียวของปัญหาวัยรุ่น ยังมีเรื่องความรุนแรงอีกมากมาย โดยเฉพาะเมื่อมีอารมณ์เพศก็ไม่สามารถควบคุมได้ รวมตัวกันไปฉุดผู้หญิงมาข่มขืน เรียกง่ายๆ ว่า ไม่มีความเกรงกลัวต่อบาปกันเลย ข้อนี้แหละที่เป็นหัวใจสำคัญของการทำผิด

จะทำอย่างไรดี

จากการทำงานที่วัดย่านยาวในเหตุการณ์สึนามิมีวัยรุ่นมาร่วมงานมากมาย โดยไม่ทำตัวเป็นปัญหาเลย แถมยังช่วยทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยหรือแสดงความรังเกียจ แสดงได้ว่า ก้นบึ้งของหัวใจน่าจะยังมีความงดงามอยู่ เพียงแต่ไม่แสดงออกอาจเพราะไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีใครเป็นตัวอย่าง ไม่รู้ว่าทำแล้วมีอะไรดี

มุมมองของหมอจึงกลายเป็นการพยายามผลักดันให้ทุกคนทุกฝ่ายควรรู้สึกว่าเราต้องร่วมกันรับผิดชอบ ทั้งต่อลูกหลานเราและลูกหลานคนอื่นด้วย ในฐานะที่ทำงานด้านนี้มาก่อนก็คงต้องทักท้วง การเสนอแนวคิดที่ไม่เหมาะสมไม่สร้างสรรค์ สงสัยคงเป็นเพราะผู้บริหารทำงานเกี่ยวข้อง แต่เรื่องของวัตถุนิยมในเชิงธุรกิจ เลยไม่มีประสบการณ์ด้านสังคมในเชิงคุณธรรม จริยธรรม การเสนอความคิดเห็นแบบนี้น่าห่วงมากว่าคุณภาพของนักการเมืองหรือรัฐมนตรีจะไม่เหมาะสม เพราะหากทำตามข้อเสนอทุกเรื่องก็น่าจะเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย

สรุปว่าล้มเลิกแนวคิดนี้เถอะ


(update 26 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา.. kids & family ปีที่ 10 ฉบับที่ 116 พฤศจิกายน 2548]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600