เปิดศักราชใหม่ อยากจะชวนคุณพ่อคุณแม่แลไปข้างหน้าค่ะ...
ยุคนี้และยุคหน้าเป็นยุคที่โลกมีความเคลื่อนไหวรวดเร็วเพียงแค่ปลายนิ้วคลิก
สังคมที่เราและลูกยืนอยู่เป็นสังคมสื่อ อิทธิพลของสื่อถาโถมเข้ามาสู่ครอบครัวอย่างไม่อาจทัดทานได้
ทำให้เด็กๆ ของเราต้องเชิญกับเรื่องของความรุนแรง เซ็กซ์ และกระแสบริโภคนิยม
จนน่าเป็นห่วงว่าลูกเราจะตกเป็นเหยื่อสังคมยุคใหม่ เหมือนที่นักวิชาการออกมาให้คำจำกัดความว่า
เด็กยุคใหม่มั่วเซ็กซ์ ช้อปแหลก แดกด่วน ด้วยหรือไม่
พอดีกับไปได้ฟังคุณหมอยงยุทธ วงศ์รมย์ศานติ์ ผู้ทรงคุณวุฒิของกรมสุขภาพจิตแนะนำ
หน้าต่างแห่งโอกาส 7 บาน คู่มือเลี้ยงลูกในโลกที่เปลี่ยนไป ค่ะ ก็เลยเก็บมาฝากคุณผู้อ่าน
เพื่อเป็นเครื่องมือปรับกลยุทธ์ในการเลี้ยงลูกให้เท่าทันกระแสสังคมที่เชี่ยวกรากใน พ.ศ.2548
หน้าต่างแห่งโอกาส คืออะไร?
เด็กที่จะเติบโตอย่างมั่นคงในยุคนี้ได้ คุณหมอยุงยุทธบอกว่า ในแต่ละช่วงวัยที่เติบโตเขาจะต้องได้รับการหล่อหลอม
พัฒนาสิ่งสำคัญบางเรื่อง ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วคนเราจะเรียนรู้หรือพัฒนาบางเรื่องได้ดีเฉพาะในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
ช่วงเวลาที่เหมาะสมนี้เราเรียกว่า หน้าต่างแห่งโอกาส...
คุณหมอบอกว่า หน้าต่างโอกาสจะเปิดเป็นเวลา ซึ่งพ่อแม่ต้องฉวยโอกาสพัฒนาเรื่องที่เหมาะสมกับวัย
และสำหรับในการเติบโตเป็นเด็กที่เอาตัวรอดปลอดภัยในสังคมอนาคตได้ คุณหมอบอกว่าต้องปลูกฝังเรื่องต่างๆ
ในวัยต่างๆ ดังนี้ค่ะ
วัยอนุบาล (3-5 ปี)
1. สอนให้ลูกรู้จักควบคุมอารมณ์
...ถ้าพ่อแม่พลาดการปลูกฝังเรื่องนี้ในช่วงนี้ไปแล้ว พอถึงวัยประถมเขาจะเติบโตเป็นวัยรุ่นที่ตามใจตัวเอง
ควบคุมตัวเองไม่ได้ สังเกตดูก็ได้ว่า ถ้าผู้ใหญ่คนใดเวลาโกรธหรือไม่พอใจแล้วกระทืบเท้า ตบโต๊ะ
เมื่อย้อนไปดูในวัยเด็กของคนคนนั้น จะพบว่า เขาเป็นเด็กที่มีปัญหาการควบคุมอารมณ์
เวลาไม่ได้ดังใจจะลงไปดิ้นกับพื้น... พ่อแม่จำนวนมากสงสารลูก หรือรู้สึกผิดที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก
จึงชดเชยด้วยการตามใจ... ดังนั้นในวัยนี้พ่อแม่จึงต้องใจคอเข้มแข็งเข้าไว้ ปลูกฝังให้ลูกรู้จักควบคุม
ยับยั้งความต้องการ รู้จักรอคอย ก่อนหน้าต่างบานนี้จะปิดลง
2. สอนให้ลูกรู้จักถูกผิด
แม้ว่าเด็กเล็กยังไม่รู้ว่าการกระทำอะไรก่อให้เกิดผลอย่างไร ยังไม่รู้จักเรื่องของเหตุผล
แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรเริ่มสอนเรื่องผิดถูก เหมาะควรได้บ้างแล้ว เช่น ถ้าลูกไปหยิบของคนอื่นมา
ก็ต้องบอกลูกว่าไม่ถูกต้อง ให้เอาไปคืนเจ้าของ หรือลูกชอบใช้ความรุนแรงกับคนอื่นหรือสัตว์เลี้ยง
ก็ต้องสอนให้รู้ว่าไม่ดี ...หากเริ่มสอนเรื่องผิดชอบชั่วดีตั้งแต่วัยนี้ จะได้ผลดีที่สุดที่จะกล่อมเกลาให้ลูกมีคุณธรรม
จริยธรรมต่อไปในวัยที่โตขึ้น
วัยประถม (6-12 ปี)
3. ประหยัด
พ่อแม่มักมาสอนให้เด็กประหยัดตอนวัยรุ่น ซึ่งหน้าต่างแห่งโอกาสมันปิดไปแล้ว
เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่เริ่มจับจ่ายใช้สอย และมีของล่อใจมากมาย จึงไม่ค่อยได้ผล...
การฝึกเด็กให้รู้จักประหยัด ต้องฝึกตอนประถม เพราะเด็กวัยนี้รู้ความหมายและคุณค่าของจำนวน
เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า 5 บาท ต่างกับ 10 บาทยังไง ...จึงควรให้ค่าขนมที่เหมาะสม ฝึกให้วางแผนการใช้เงิน
รู้จักการออม
รวมทั้งสอนเรื่องการประหยัดน้ำ ไฟทั้งในบ้านและนอกบ้านด้วย เพราะบางคนอยู่บ้านประหยัด
แต่พอไปโรงแรมกลับเปิดน้ำเปิดไฟใช้เต็มที่ หรือไปงานบุฟเฟต์ตักเต็มจานแล้วกินไม่หมด
พ่อแม่กลับบอกไปว่าไม่เป็นไรลูก เพราะจ่ายไปแล้ว นี่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี...
ถ้าลูกรู้จักประหยัดเขาไม่เพียงช่วยครอบครัวได้ แต่ยังสอนให้เขานึกถึงสังคมด้วย
4. มีวินัย
หนึ่ง - รู้จักแบ่งเวลา... เด็กที่เรียนได้ดีเป็นเพราะมีวินัยโดยเฉพาะในระดับชั้นต่อไปที่การเรียนยากขึ้น
มีการบ้านและงานกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เด็กจึงต้องรู้จักแบ่งเวลาและต้องเริ่มตั้งแต่วัยนี้
ไม่เช่นนั้นจะพบกับความยากลำบากในการเรียนหรือการทำงานในอนาคตข้างหน้า
สอง รู้จักความรับผิดชอบ สมัยนี้พ่อแม่มักไม่ค่อยให้ลูกรับผิดชอบอะไร ให้เรียนหนังสืออย่างเดียว
แล้วจัดหาคนทำให้ หรือมีเครื่องอำนวยความสะดวก แต่อย่างน้อยก็ควรให้ลูกได้มีหน้าที่รับผิดชอบช่วยเหลืองานในบ้านบ้าง
เพราะจะทำให้เด็กได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งเป็นการฝึกทำงานต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว รู้จักวางแผน
มีวินัย (เพราะงานบ้านต้องทำเป็นเวลา) รู้จักช่วยเหลือรับผิดชอบต่อส่วนรวม ...เรื่องนี้ถ้าไปฝึกตอนเป็นวัยรุ่นจะยาก
แต่ถ้าเราฝึกมาดี เขาจะรู้จักช่วยงานโดยไม่อิดออด และเมื่อเขาเติบโตไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานอะไร
ก็จะทำได้ดีและปรับตัวเข้ากับคนได้ง่ายเพราะไม่ดูดาย
5. ใฝ่รู้
การให้ลูกเรียนหนังสืออย่างเดียว ไม่ใช่การใฝ่รู้... เราควรให้เด็กสนใจกิจกรรมอย่างอื่นด้วย
เช่น เล่นกีฬา ดนตรี พิพิธภัณฑ์ เข้าค่ายต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เขามีความกระตือรือร้น เรียนรู้ในสิ่งที่เขาสนใจ
และเป็นการเปิดโลกกว้างให้ลูก ความใฝ่รู้ในวัยประถมจะทำให้เด็กเรียนรู้ได้ดีในระดับชั้นที่ยากขึ้น
และค้นหาความสามารถ ความสนใจที่แท้จริงของตัวเองได้เร็ว
วัยรุ่น (13 ปี ขึ้นไป)
ที่วัยรุ่นมีปัญหาอยู่ทุกวันนี้ เพราะเขาสะสมต้นทุน 5 อย่างดังที่กล่าวมาตอนก่อนเข้าสู่วัยรุ่นมาไม่ครบ
แต่ถ้าเราสร้างต้นทุนไว้ดี ตอนวัยรุ่นจะเหลือเพียงเรื่องของอัตลักษณ์ที่ต้องปลูกฝังกัน
พูดง่ายๆ คือ ค่านิยม นั่นเอง มีสำคัญอยู่ 2 เรื่อง คือ
6. อัตลักษณ์ทางเพศ
จากการวิจัยพบว่าเด็กไทยดูหนังสือโป๊ วีซีดีโป๊ ตั้งแต่ก่อนมัธยมศึกษา ประมาณ 41 กว่าเปอร์เซ็นต์
แสดงว่าปัจจุบันเด็กถูกปลูกฝังค่านิยมทางเพศผ่านสื่อ ซึ่งมักไปในทางที่ผิด สื่อเหล่านี้กลุ่มวัยรุ่นเข้าถึงง่ายมาก
และปัญหาคือ เด็กแยกถูกผิดไม่ได้ รวมทั้งสื่อโฆษณาก็ปลูกฝังค่านิยมที่ผิด เช่น เป็นผู้หญิงต้องอวดผิวได้
ถึงจะทันสมัย เด็กผู้ชายต้องกล้าเข้าไปลวนลาม แทะโลมผู้หญิงถึงจะเรียกว่าแน่ หรือคนไทยที่ทันสมัยต้องดื่มเบียร์
ดังนั้นพ่อแม่ต้องสอนลูก โรงเรียนต้องเปลี่ยนหลักสูตร ต้องเอากรณีศึกษา เหตุการณ์ต่างๆ มาคุยกับเด็ก
และที่สำคัญสื่อก็ต้องตระหนักในผลกระทบถึงเยาวชนด้วย เรื่องนี้พ่อแม่คงต้องช่วยกันเรียกร้องสื่อนะคะ
เห็นโฆษณาชิ้นไหนไม่เหมาะควรก็ต้องลุกขึ้นมาประท้วงกัน
7. อัตลักษณ์ทางสังคม
สิ่งที่พ่อแม่ต้องพูดคุยกับลูก หนึ่ง จะมีวิถีชีวิตอย่างไรในขณะที่สื่อและโฆษณาบอกว่าให้ฟุ้งเฟ้อ
พ่อแม่ต้องสอนลูกให้เท่าทัน อย่าตกเป็นเหยื่อ และมีค่านิยมที่จะอยู่แบบพอเพียงแบบในหลวงท่านว่า
สอง มีเป้าหมาย มีหลักคิดอย่างไรในการดำเนินชีวิต เพื่อตนเองหรือเพื่อสังคม เลือกอาชีพตามถนัดเป็นอาชีพสุจริต
หรือว่าเลือกตามเพื่อน หรืออาชีพอะไรก็ได้ขอให้ฉันได้เงิน... ซึ่งทั้งสองเรื่องดังกล่าว
พ่อแม่คงต้องตั้งคำถามกันเองก่อนกระมังคะ ถึงจะบอกจะสอนลูกได้
การสร้างคุณลักษณะทั้ง 7 ประการนี้ให้มีอยู่ในตัวลูก นอกจากต้องโฟกัสตามหน้าต่างแต่ละบานแล้ว
เราต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นโดยอาศัยวิถีชีวิตในครอบครัว สอนไปพร้อมๆ กับการดำเนินชีวิตประจำวัน
เชื่อแน่ว่าหากลูกของเราโตมามีคุณลักษณะเหล่านี้ติดตัว ไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนแปลงแปรปรวนไปอย่างไร
เขาก็สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและอยู่รอดปลอดภัยค่ะ
(update 21 เมษายน 2005)
[ ที่มา..
life&family (kids&family) ปีที่ 9 ฉบับที่ 106 มกราคม 2548 ]
|