เมื่อพ่อแม่หรือใครพบรอยด่างที่เป็นวงขาวๆ ตามร่างกายของลูกน้อย มักสันนิษฐานกันไปต่างๆ
นานาตามประสบการณ์ของตนเอง เคยสงสัยกันไหมคะว่ารอยด่างวงขาวๆ ที่เราเห็นนั้น แบบไหนเรียกว่า ด่างขาว
และแบบไหนไม่ใช่ด่างขาว และโรคด่างขาวที่แท้จริงมีลักษณะอาการหรือรูปร่างเป็นอย่างไร
แตกต่างจากอาการที่เป็นวงขาวๆ ชนิดอื่นๆ อย่างไร ก่อนที่เราจะไปตามล่าหาความจริงเกี่ยวกับอาการด่างขาว
เรามาศึกษาแยกแยะรอบด่างวงขาวๆ ที่เราเห็นกันก่อนนะคะว่ามาจากสาเหตุใดได้บ้าง
ความเหมือนที่แตกต่าง...อย่าเข้าใจผิด
หลายคนพอเห็นรอยด่างตามร่างกายเด็กมักแยกแยะไม่ได้ว่าเป็นโรคอะไรกันแน่ โรคด่างขาว เกลื้อน หรือกลากน้ำนม
คุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นและแยกแยะให้ออก ดังนี้ค่ะ
โรคด่างขาว มักจะขึ้นตามบริเวณที่ถูกเสียดสีหรือโดนแดด อาจเป็นที่เดียวหรือหลายที่ก็ได้ มีขอบเขตชัดเจน
ไม่คัน ไม่ชา และมักเป็นเรื้อรัง ใช้เวลารักษานานเป็นปี
เกลื้อน เป็นเชื้อราชนิดหนึ่งมีการติดต่อกันได้จากการสัมผัส มักขึ้นเป็นรอยแต้มๆ มีสีต่างๆ ไม่มีขอบชัดเจน
มีขุยบางๆ และหลุดออกเมื่อใช้เล็บขูด มักเกิดบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะๆ เช่น ใบหน้า คอ ไหล่ หน้าอกส่วนบน
หลังส่วนบน เมื่อใช้ยารักษาเกลื้อน ก็มักจะหายได้เป็นพักๆ
กลากน้ำนม จะเป็นวงด่างขาวๆ เหมือนกัน แต่มีขอบเขตไม่ชัดเจนและมีขุยบางๆ เวลาไล่ขอบดูจะไม่พบ
เป็นผิวหนังอักเสบชนิดอ่อน ไม่มีอาการอักเสบหรือแดงมากนัก ถ้าปล่อยไว้นานๆ ขุยอาจหายไปกลายเป็นวงขาวเกลี้ยงๆ
เหตุแห่งรอยด่างขาว
แยกแยะกันได้แล้วใช่ไหมคะว่าอะไรเป็นอะไร ทีนี้เรามาดูกันให้ชัดและลึกดีกว่านะคะว่า โรคด่างขาวมีสาเหตุจากอะไรกันแน่
ซึ่ง ศ.คลินิกเกียรติคุณ พญ.สุจิตรา วีรวรรณ กุมารแพทย์ด้านโรคผิวหนัง กล่าวว่า
โรคด่างขาวเป็นภาวะที่ผิวหนังบางส่วนกลายเป็นรอยด่างขาว เนื่องจากผิวหนังในบริเวณนั้นไม่มีเซลล์สร้างเม็ดสี (melanocyte)
จึงไม่สามารถสร้างเม็ดสี (pigment) ได้เป็นปกติเช่นเดียวกับผิวหนังส่วนที่อยู่โดยรอบ
การเกิดโรคด่างขาว ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่มีการสันนิษฐานไว้ 3 กลุ่มใหญ่ๆ ตามลักษณะอาการที่พบ
สาเหตุแรกเกิดจากกระบวนการสร้างเม็ดสี เซลล์เม็ดสีถูกทำลายโดยสารพิษ ในขณะที่กำลังผลิตเม็ดสี
ส่งผลให้ไม่สามารถผลิตเม็ดสีได้
สาเหตุที่สองจะพบในกรณีที่เด็กเป็นรอยด่างตามแนวระบบประสาทส่วนปลาย สันนิษฐานว่าเกิดจากสารเคมีบางอย่าง
ที่ประสาทส่วนปลายปล่อยออกมาแล้วทำลายเม็ดสีทำให้สร้างเม็ดสีไม่ได้ หรืออาจมีการกระตุ้นปลายประสาท
ทำให้มีการหลั่งสารที่ทำลายเซลล์เม็ดสีในกระบวนการสร้างเม็ดสี หรืออาจมีการสะสมของสารบางอย่างที่มีฤทธิ์ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี
ส่วนสาเหตุสุดท้ายคาดว่าเกิดจากการสร้างภูมิค้มกันทำลายเม็ดสี อาการด่างขาวลักษณะนี้มักพบร่วมกับโรคทางระบบต่อมไร้ท่อหลายๆ
โรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน เช่น โรคต่อมไทรอยด์อักเสบ ต่อมหมวกไตทำงานไม่ดี โรคเบาหวานหรือโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน
ซึ่งสารสร้างภูมิคุ้มกันนั้นจะทำลายเม็ดสีทำให้เกิดเป็นรอยด่างขาวขึ้น สาเหตุนี้พบได้มากถึง 50% ของเด็กที่เป็นโรคนี้
และใน 50% นี้มี 25% พบอาการของโรคก่อนอายุ 8 ขวบ
โรคด่างขาวไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ จึงไม่ติดต่อไปยังผู้อื่น อายุที่เด็กเริ่มเป็นไม่แน่ชัดว่าเมื่อไร
ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่ที่เด็กได้รับสารพิษทั้งจากร่างกายและสิ่งแวดล้อม เด็กอาจโดนสารพิษจากร่างกายเด็กเองหรือจากสิ่งแวดล้อม
เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำยางที่เกี่ยวกับการทำยาง ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยาง ซึ่งจะมีสารไฮโดรฟีโนนกัดผิวทำให้เกิดรอยด่างขาว
ในโรคด่างขาวเรามักจะเห็นดวงขาวๆ ชัดเจน เป็นได้หลายที่ เช่น ตามใบหน้า บริเวณรักแร้ ขาหนีบ รอบปาก รูทวาร
บริเวณที่มีการเสียดสีหรือบริเวณที่โดนแดดบ่อยๆ ซึ่งวงขาวๆ จะชัดเจน ขอบเข้มขึ้น หรืออาจเป็นรอยแดงๆ
เกิดขึ้นโดยไม่มีการอักเสบมาก่อนในเด็กทารกกรณีที่เป็นโรคด่างขาวมักจะเป็นเด็กเผือกมาตั้งแต่กำเนิด
คือไม่มีการสร้างเม็ดสีให้ร่างกายเลย ไม่สามารถสู้แสงได้ และมีอาการตาถั่วร่วมด้วย พญ.สุจิตรา กล่าว
อาการที่เกิดขึ้น
ลักษณะอาการของรอยด่างขาวจะเป็นผื่นราบสีขาว ขอบเขตชัดเจน มีรูปร่างไม่แน่นอนและมีขนาดต่างกันไปตั้งแต่ 1 ซม. ถึง 10 ซม.
ซึ่งอาจเกิดที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของผิวกายได้ แต่มักจะเกิดตรงบริเวณหน้า ริมฝีปาก คอ หลังมือ และหลังเท้า
บริเวณที่มีการเสียดสีหรือโดนแดดบ่อยๆ
ขอบของวงด่างขาว จะมีลักษณะโค้งหรือนูนออกจึงทำให้ผิวหนังส่วนที่ปกติอยู่โดยรอบมีลักษณะตรงกันข้ามคือเว้าเข้า
ขนหรือผมที่ขึ้นอยู่ในรอยด่างขาวจะกลายเป็นสีขาวเช่นกัน
รอยด่างขาว เมื่อถูกแดด มักจะมีอาการแพ้แดดได้ง่าย ทำให้ผิวแดงและแสบร้อนหากไม่โดนแสงจัด
แต่โดยปกติจะไม่มีอาการคัน หรือปวดแสบปวดร้อนแต่อย่างไร และยังมีการรับรู้ความรู้สึกได้เป็นปกติ
รอยด่างขาวมักจะลามออกไปอย่างช้าๆ บางคนจะเป็นเฉพาะที่ แต่บางคนอาจมีรอยด่างขาวกระจายไปเกือบทั่วตัว
แต่อาจมีบางคนที่พบว่ารอยด่างขาวสามารถหายได้เอง หลังจากเป็นอยู่เป็นแรมเดือนแรมปี แต่พบได้เป็นส่วนน้อย
รักษาอย่างไรดี
การรักษาโรคด่างขาวมักใช้เวลานานตามแต่อาการที่เกิดขึ้น ซึ่ง ศ.คลินิกเกียรติคุณ พญ.สุจิตรา วีรวรรณ
อธิบายว่า ถ้าเด็กเป็นโรคนี้ในระยะเริ่มต้นหรือเป็นไม่มาก ไม่ต้องทำอะไร เพราะไม่มีอันตรายแต่อย่างไร
แต่ถ้าเป็นมากหรือลุกลามจนน่าเกลียดควรปรึกษาแพทย์ทางโรคผิวหนัง ซึ่งอาจให้ยารักษามีทั้งชนิดกินและทา
เช่น ยาสเตียรอยด์ และยาน้ำสำหรับทาชนิดเจือจาง 0.1% หลังทายาควรให้ผิวหนังส่วนที่เป็นด่างขาวอาบแดดอ่อนๆ
หากอาการดีขึ้นผิวหนังส่วนนั้นจะเริ่มแดงก่อนต่อมาจะมีสีคล้ำ โดยเริ่มจากบริเวณรอบๆ ขนก่อน
แล้วจะค่อยๆ ขยายกว้างออกไป ระยะเวลาของการรักษาอาจนานถึง 2-3 ปี บางคนหลังหยุดยาสีผิวอาจกลับขาวได้อีก
บางคนหากใช้วิธีดังกล่าวไม่ได้ผล อาจต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นแทน ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่ได้ผลถาวรและน่าพอใจ
(update 25 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 พฤศจิกายน 2547 ]
|