เขาและเธอ เกิดมาภายใต้ฮอร์โมนเพศคนละชนิด เขามีฮอร์โมนเพศชาย
ส่วนเธอมีฮอร์โมนเพศหญิง แนวทางของความคิดเห็น จึงไม่มีทางเหมือนกันได้
การเรียนรู้ ผู้ชาย...เข้าใจผู้หญิง จึงมีประโยชน์ตรงนี้ โดยเฉพาะการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นว่า
เขาและเธอคิดอย่างไรกับ 'เรื่องนั้น'
เขา ... อยากมีอะไรกับเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเขามีความคิดแบบผู้ชายว่า
การที่สามารถมีกิจกรรมดังกล่าวกับเธอได้มากๆ ครั้ง แสดงว่าเขาแข็งแรง
เธอ ... อยากมีอะไรกับเขาอย่างสุขสมร่วมกันโดยไม่ได้สนใจว่าจะต้องมีเป็นจำนวนมากๆ
เธอต้องการคุณภาพมากกว่าปริมาณ และการร่วมรักที่มีคุณภาพคับแก้วเท่านั้น ที่จะทำให้เธอสุขสม
เขา ... ร่วมรักอย่างรีบร้อน รวดเร็ว และรุนแรง เพราะแค่เพียงเขาคิดอยากมีอะไรกับเธอ
เขาก็คิดไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุของปัญหาใหญ่สำหรับชายชาตรีก็คือการหลั่งเร็ว
และคงจะเป็นปัญหาไปอีกนานเท่านาน ตราบใดที่ผู้ชายยังคงมีความคิดในการร่วมรักแค่จะไปให้ถึงจุดสุดยอด
เธอ ... ต้องการร่วมรักที่ทะนุถนอม ถ่ายทอดความรักอย่างนุ่มนวล ค่อยเป็นค่อยไป
เพราะเธอเปรียบเสมือนเตาไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเปิดสวิตช์แล้วต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะร้อนจนใช้การได้
ขณะเดียวกันเมื่อปิดสวิตช์เธอก็ต้องใช้เวลาอีกช่วงหนึ่งกว่าจะเย็นลง ต่างจากผู้ชายที่เปรียบเสมือนเตาแก๊ส
ร้อนอย่างรวดเร็ว แล้วเมื่อปิดก็วูบดับทันที
เขา ... ต้องการที่จะใส่อวัยวะของเขา เข้าไปสัมผัสรักกับอวัยวะของเธออย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เธอ ... ต้องการการประเล้าประโลมด้วยการลูบไล้สัมผัสถ่ายทอดความรักทางผิวกาย
ในรูปแบบของการกอดจูบลูบไล้ก่อน จึงค่อยจะให้เขาเติมคำในช่องว่าง ในขณะที่เขาพยายามหาช่องว่างที่จะเติมส่วนนั้นของเขาเข้าไป
เขา ... รีบผละจากเธอไปทันทีหลังจากสุขสมแล้ว
เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผู้ชายเกิดความรู้สึกอ่อนแออย่างกะทันหัน
ภายหลังจากได้หลั่งน้ำรักออกไปแล้ว เขาจึงไม่ค่อยสนใจห้วงเวลาหลังความสุขสม
เธอ ... สนใจว่าเขาจะยังคงห่วงใยและห่วงหาอาทรเธอไหมหลังจากสุขสมไปแล้ว
ดังนั้น ห้วงเวลาหลังความสุขสมจึงเป็นห้วงเวลาที่ผู้หญิงไขว่คว้าหาชายคนรักของเธออยู่ตลอด
แต่มักจะไม่ค่อยได้
เขา ... ชอบการร่วมรักในท่วงท่าที่แปลกใหม่เร้าใจ
ชอบเปลี่ยนสถานที่ในการร่วมรัก
เธอ ... อนุรักษนิยม หรือค่อนข้างจะหัวโบราณ
เมื่อมีความสุขในรูปแบบไหนแล้วก็อยากให้เขาทำแบบเดิมๆ อีก
โดยไม่เคยคิดว่าการทำอะไรก็ตาม ถ้าเริ่มต้นก็เป็นแบบนั้น ลงท้ายก็จบลงอีแบบนี้
แล้วจะสามารถที่จะทนทำกิจกรรมแบบนั้นไปได้อีกนานเท่าใด
เขา ... บอกรักผ่านการมีเซ็กซ์
เธอ ... ยอมมีเซ็กซ์กับเขา เพื่อบอกเขาว่า เธอรักเขา
เรา ... มีเซ็กซ์กันเพื่อแสดงความรักต่อกัน
ถ่ายทอดความรักให้แก่กันด้วยสัมผัสทางผิวกายที่แนบสนิทกัน
เสียดสีกัน เป็นการบอกว่า เรารักกัน
เขา ... รักเธอมากขึ้นเมื่อได้สุขสมกับเธอแล้ว
เธอ ... รู้ว่าเขารักเธอมาก เธอจึงสุขสมเมื่อได้ร่วมรักกับเขา
เรา ... ต้องรักกัน จึงจะสามารถสุขสมจากการร่วมรักได้
เพราะการร่วมรักนั้น เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่จะต้องเรียนรู้
และเป็นธรรมชาติที่จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
แต่คนเราไม่ได้เกิดมาเป็นคู่กันเพื่อที่จะร่วมรักเท่านั้น เราอยู่กันเป็นคู่
เพราะความรักที่ต้องการจะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขสมานฉันท์ให้นานที่สุด
ถ้าเตรียมตัวเตรียมใจมาดีแล้ว ปัญหาต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น หรือถ้าเกิดขึ้นบ้างก็จะไม่หนักหนารุนแรง
และสามารถที่จะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี... ด้วยความคิดที่ดีในทางสร้างสรรค์ร่วมกัน
ให้เกิดความรักสมัครสมานทั้งบทพิศวาสและความรัก
...เพราะความคิดที่ว่า เราสองเกิดมาคู่กัน ย่อมจะต้องเป็นทั้งคู่บุญและคู่กรรม
บางครั้งก็ได้รับความสุขจากผลบุญที่ได้ทำร่วมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ขณะเดียวกันก็อาจจะตกทุกข์ได้ยาก
ต้องฝ่าวิบากกรรมบ้าง เพราะผลกรรมที่อาจจะเคยกระทำต่อกันมาในชาติก่อน
นี่เป็นความคิด ในแง่ของบุญกรรมทำแต่งถ้ามีจริง!!!
ถึงแม้คนในยุคสมัยใหม่จะไม่ค่อยเชื่อกันก็ตาม แต่คงจะต้องบอกว่าที่จริงแล้วบุญกรรม
เกิดจากการกระทำของคนเราในชาตินี้ด้วยเช่นกัน
ทำกรรมดีย่อมได้รับผลดีตอบแทน... ถึงแม้ว่าจะมาช้าหน่อยและต้องคอยนาน
แต่ถ้าทำกรรมชั่ว... ไม่นานผลกรรมต้องตามมาตอบสนอง
เช่นเดียวกับคู่บุญ และคู่กรรม นั่นแหละ
เอาเป็นว่า เมื่อเตรียมใจที่จะพบทั้งความทุกข์และสุขในการมีชีวิตคู่ ตลอดจนใช้ชีวิตคู่ร่วมกันแล้ว
ก็ต้องรู้จักเคล็ดลับในการมีความสุขจากการใช้ชีวิตคู่บ้าง
หลายต่อหลายคน หลายต่อหลายคู่ ชอบบ่นว่า...ไม่ค่อยมีความสุขเลย
ทั้งๆ ที่ความสุขนั้นหาได้ไม่ยาก... แค่ปลดความทุกข์ออกไปวันละเล็กละน้อยเท่านั้นก็มีความสุขแล้ว
ปลดทุกข์ ... ที่มองคนรักไปในทางไม่ดี หวาดระแวงแคลงใจกัน ไม่ไว้ใจกัน
ปลดทุกข์ ...จากการหวังที่จะให้คนรักเป็นแบบโน้นแบบนี้ ตามที่ตนต้องการ
หันมามองรูปแบบที่เห็นและเป็นอยู่ รวมทั้งยอมรับในความเป็นจริง
ปลดทุกข์ ...จากการหวังที่จะให้คนรักทำแบบโน้นให้แบบนี้ให้
หันมาทำให้คนรักแทนก็ย่อมสมหวังได้
ปลดทุกข์ ... จากการมีความรักแบบที่ต้องพึ่งพากัน
หันมามีความสุขจากความรักที่ผูกพันกันโดยไม่ต้องพึ่งพา
ปลดทุกข์ ... จากการวิตกกังวล ในเรื่องที่ไม่ควรจะวิตก
หันมาใช้ความคิดในทางที่เป็นบวกให้ได้ผลที่ดี
ปลดทุกข์ ... อะไรก็ตามที่คิดว่าเป็นความทุกข์ออกไป
...เท่านี้ความสุขในการใช้ชีวิตคู่ก็เกิดขึ้นแล้วใช่ไหม!
มัวแต่จะหาความสุขกันอยู่นั่นแหละ พอหาทางทำให้มีความสุขไม่ได้ก็เกิดความทุกข์
ทั้งๆ ที่ความสุขนั้นมีได้ง่ายๆ ...แค่ปลดความทุกข์ออกไปบ้างเท่านั้นเอง
ถ้าอ่านถึงตรงนี้แล้วยังไม่เข้าใจ ...ขอให้กลับไปอ่านทบทวนใหม่หลายๆ ครั้งก็จะเข้าใจได้เอง
ขอแต่เพียงทำจิตให้ว่าง ทำใจให้ผ่องใสแล้วค่อยอ่านเท่านั้นเอง
...เช่นเดียวกับการมีคู่ และการเลือกคู่
มองให้นานๆ อ่านใจกันนานๆ ให้เวลาในการคบหาซึ่งกันและกัน
ก็จะหาพบคู่ในฝันคนนั้น มาสานความฝัน...ให้เป็นความจริง
เมื่อหาคู่ เลือกคู่ได้แล้ว ก็ต้องประคับประคองชีวิตคู่ให้ราบรื่นยืนยาวและสุขสมเหมือนที่หวังและตั้งใจเอาไว้ให้ได้
การตั้งใจที่จะประคับประคองชีวิตคู่นั้น...เป็นพลังความคิดในทางบวกที่ดีที่สุด
ซึ่งจะต้องเตรียมเอาไว้ก่อนที่จะมีคู่
เพราะเมื่อคิดว่า จะทำทุกอย่างให้ชีวิตคู่ยืนยาวแล้ว ก็จะมองเห็นหนทางที่จะกระทำการต่างๆ
ให้เป็นไปตามความมุ่งหวัง และแน่นอนว่าย่อมเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุดแบบหนึ่งเช่นกัน
ทั้งหมดนั้น จึงเป็นเคล็ดลับในการเตรียมตัว เตรียมใจ...ไว้มีคู่
เสร็จแล้ว ค่อยไปเตรียมการจัดงานแต่งงาน...ซึ่งง่ายกว่ามาก
เพราะมีมืออาชีพ... เขารอคอยเงินทองจากคุณอยู่แล้ว
แต่ความรัก ต้องเตรียมเอาเอง... ก่อนที่จะร่วมรัก!!!
...หรือว่าไม่จริง??
(update 13 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 14 ฉบับที่ 670วันที่ 4 - 10 เม.ย. 2548 ]
|