เรื่องนั้น...ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า เซ็กซ์ เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษยชาติในการเจริญเผ่าพันธุ์
เป็นเรื่องราวที่อาจจะเป็นสีสันของชีวิต ทำให้เกิดความสุขสม เป็นสัมผัสรักที่จับต้องได้เหมือนที่กล่าวกันมาเสมอๆ ว่า
กามารมณ์เป็นพื้นฐานของชีวิตคู่ แต่เซ็กซ์ก็เป็นดาบสองคม ซึ่งอาจจะกลับมาบาดตัวเองให้เป็นแผลลึกที่เจ็บปวด
และต้องรำลึกถึงเสมอไปก็ได้ ใครจะรู้
การเรียนรู้ถึงพฤติกรรมทางเพศของคนเรา จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี
และปลอดภัยจากความรักและกามารมณ์ที่ไม่เหมาะสม
การสำรวจพฤติกรรมทางเพศของมนุษยชาติทั่วโลกนั้น กระทำกันทุกปี และเชื่อไหมว่า ผลการสำรวจวิจัยต่างๆ
เกี่ยวกับพฤติกรรมของคนเราในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสัมพันธภาพทางเพศ น่าสนใจและน่าศึกษา
เพื่อที่จะได้นำมาเป็นข้อมูลใช้ในการดำเนินชีวิตในยุคใหม่ ที่ความรักและกามารมณ์มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย
และโอกาสจะเกิดความผิดพลาด ก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
เมื่อพูดถึงคำถามที่รอคอยคำตอบของหนุ่มสาวยุคใหม่แล้ว มีคำถามที่น่าสนใจมาก
ทราบไหมครับว่า หนุ่มสาวนั้นมีคำถามคาใจต่างๆ ที่ติดอันดับแรกๆ แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
จึงมีคำกล่าวว่า ผู้ชายมาจากดาวอังคาร และผู้หญิงมาจากดาวพระศุกร์นั่นแหละ
เพราะผู้หญิงจะคิดถึงความรักก่อนเสมอ ในขณะที่ผู้ชายจะคิดถึงปฏิบัติการทางเพศก่อน!!
และยังคงเป็นแบบนี้มาในทุกยุคทุกสมัย โดยไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
ปัญหาคาใจอันดับหนึ่งถึงสาม ที่ผู้ชายอยากจะถามก็คือ
- ทำอย่างไรจึงจะทราบว่าผู้หญิงคนที่คบอยู่ ไม่เคยมีความสัมพันธ์กับชายใดมาก่อน
- ทำอย่างไรจึงจะสามารถปฏิบัติการร่วมรักกับแฟนได้อย่างมีความสุข
- ทำอย่างไรจึงจะสามารถทำให้คู่นอนมีความสุขไปพร้อมๆ กับตัวเองได้
สามอันดับแรกของคำถามคาใจของหนุ่มๆ นั้น อันดับที่หนึ่งและสองเป็นคำถามที่ติดอันดับมาตลอดในทุกยุคทุกสมัย
มีแต่อันดับสามเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไป ในอดีต สิ่งที่เป็นคำถามคาใจอันดับสามของชายหนุ่มก็คือ
ทำอย่างไรจึงจะไม่ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้ชายยุคเก่านั้น คิดถึงตนเองเป็นส่วนใหญ่
หรือจะพูดแบบชาวบ้านก็ว่า เห็นแก่ตัวเองเป็นที่ตั้ง คิดถึงความสุขสมของตนเองเป็นเรื่องใหญ่
คิดถึงความปลอดภัยเฉพาะแต่ของตนเอง โดยไม่สนใจคู่ที่มีสัมพันธ์สวาทว่าจะเป็นอย่างไร
จนกระทั่งสองสามปีที่ผ่านมานี้เท่านั้นที่คำถามคาใจอันดับสามเริ่มจะเป็นว่า
ทำอย่างไรจึงจะทำให้คู่ของตนมีความสุขสมพร้อมไปด้วย... นับว่าน่าจะเป็นนิมิตใหม่ที่ทำให้สาวๆ
ทั้งหลายมีความสุขมากขึ้น
แต่แน่นอน ที่ครองอันดับแรกก็คือ พวกเขาอยากรู้ว่าผู้หญิงคนที่เขาจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งนั้น
เป็นของเขาเป็นคนแรกหรือเปล่า เพราะเคยมีคำกล่าวว่า ผู้ชายนั้นจะเป็นผู้ที่มีสโลแกนประจำใจว่า "ข้าฯ
จะไปเหยียบย่างยังดินแดนที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อน"
เขาต้องการเป็นคนแรกของเธอ...
...แต่เธอต้องการเป็นคนสุดท้ายของเขา
เหมือนปัญหาคาใจอันดับต้นๆ ของพวกเรา ซึ่งมีว่า...
- ทำอย่างไร ชีวิตคู่จะยืนยาวและเป็นสุข
- ครั้งแรกมันเจ็บไหม
- ทำอย่างไร จึงจะไม่ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
แน่นอนว่า คำถามคาใจ 2 อันดับแรกของสาวๆ นั้น ครองอันดับมาทุกยุคทุกสมัยเช่นกัน
เพราะในความเป็นผู้หญิงนั้น สิ่งที่เธอต้องการก็คือ ความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่น ความมั่นคง
ความจริงใจจากชายคนรักของเธอ เธอเป็นคนที่กว่าจะเกิดความรักนั้น...ยาก แต่เมื่อเกิดแล้วความรักจะดำรงอยู่ตลอดไป
และเธอจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะทำให้นาวารักของเธอและเขา สามารถผ่านมรสุมร้ายต่างๆ
ไปอย่างไม่ย่อท้อ ...นั่นจึงเป็นสัญชาตญาณเบื้องต้นของความเป็นหญิง ที่เมื่อรักใครแล้วมักจะคิดถึง
และสนใจความรู้สึกของเขามากกว่าของตนเอง
อย่างไรก็ตาม คำร่ำลือเกี่ยวกับการเจ็บปวดรวดร้าวจากการร่วมรักครั้งแรกนั้น
ก็เป็นคำถามที่อยู่ในใจของสาวๆ เกือบทุกคน แม้ว่าเรื่องราวเกี่ยวกับการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์
ที่เขียนบรรยายในหนังสือต่างๆ จะแสนหวานอย่างไร... เธอก็ยังกลัวอยู่
และความรักเท่านั้น... ที่ทำให้เธอยอมเป็นของเขาโดยไม่กลัวเจ็บ
เมื่อมาถึงปัญหาคาใจของสาวๆ นั้น ในอดีตจะเป็นคำถามว่า จะปกป้องตัวเองอย่างไรไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ในขณะที่ยังไม่พร้อมอยู่
แต่ปัจจุบันคำถามดังกล่าวเปลี่ยนไปเป็น จะป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างไร
คงจะเป็นเพราะในปัจจุบันมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่หลากหลาย
ทั้งๆ ที่คำตอบของทั้งสองคำถามดังกล่าวนั้น เป็นตอบเดียวกันก็คือ...
ให้ฝ่ายชายสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่จะมีเพศสัมพันธ์กัน
ยอมเขาทุกอย่างแล้ว ถ้าเขายังไม่ยอมสวมถุงยางอนามัยอีก...
จะไปยอมเสียตัวให้เขาเพื่อที่จะมาเสียใจทีหลังทำไม
นอกจากเขายอมไปตรวจก่อนแต่งว่าปลอดภัยจากโรคร้ายที่จะถ่ายทอดทางเพศสัมพันธ์แล้ว
จึงค่อยยอมเป็นของเขาโดยไม่มีถุงยางอนามัยมาปกป้องภยันตราย... ก็จะปลอดภัยแล้วนี่นา
แม้ว่าจะไม่ปลอดภัยจากการตั้งครรภ์ที่ยังไม่พร้อมก็ตาม... แบบนั้นผู้หญิงก็อาจจะยอมคุมกำเนิดโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้แหละ คำถามเกี่ยวกับวิธีการเลือกใช้การคุมกำเนิด จึงเป็นคำถามในอันดับที่สี่ของหนุ่มสาว
ทราบไหมว่า... ครั้งแรกของกันและกันนั้น เขาและเธอเป็นของใคร คำตอบก็คือ ครั้งแรกของหนุ่มๆ นั้น
3 ใน 4 คนมีเพศสัมพันธ์กับสาวคนรัก (หรือที่คิดว่ารัก) ในขณะที่ครั้งแรกของสาวๆ นั้น ร้อยละ 95
มีความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มของเธอ... ด้วยความรักและในบรรยากาศแสนโรแมนติกที่เป็นใจ
มีแต่ผู้ชายอีกเกือบ 1 ใน 4 เท่านั้น ที่แสวงหาประสบการณ์ครั้งแรกด้วยการ 'ขึ้นครู' กับสาวๆ ที่ให้บริการทางเพศ
ซึ่งอาจจะเป็นครูคนแรกของพวกเขาในประสบการณ์พิศวาส และหนุ่มที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ต้องหมดอนาคตลงไป
เนื่องจากไม่ป้องกันตัวเองโดยการสวมถุงยางอนามัยเพื่อขึ้นครูในครั้งแรก
คำถามสำคัญที่ควรจะเป็นคำถามอันดับแรกในยุคนี้ จึงควรจะเป็น...
การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยควรจะเป็นอย่างไร เสียมากกว่า... จริงไหมครับ
จะรักจะใคร่จะเป็นของกันและกันอย่างไร ขอให้ปลอดภัยไว้ก่อน
สำหรับผู้หญิงแล้ว การรักนวลสงวนตัว นอกจากจะทำให้มีคุณค่า เป็นกุลสตรีที่ชายผู้มีความเป็นสุภาพบุรุษหมายปองแล้ว
ยังเป็นการปกป้องตนเองจากอันตรายของการมีเซ็กซ์ก่อนเวลาด้วย
และผู้ชายทั้งหลาย คงจะต้องเริ่มมีความเป็นสุภาพบุรุษมากขึ้นด้วย
...เพื่อสังคมที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้
จะได้ไม่มาพูดกันว่า แต่งก่อนอยู่...หรืออยู่ก่อนแต่ง
เพราะถ้าจะดูจากคำสอนทางศาสนาต่างๆ แล้ว ใครๆ ที่ศึกษาค้นคว้ามาอย่างจริงจัง ก็รู้ทั้งนั้นว่า...
การมีเพศสัมพันธ์ก่อนสมรสเป็นบาป และเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
แต่ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป... ยุคสมัยที่ใช้ความคิดความต้องการของตนเองเป็นใหญ่
ยุคที่แสวงหาความสุขทางวัตถุนิยม ศีลธรรมจรรยา ย่อมจะเสื่อมทรามไปตามลำดับ
เรื่องนั้น... ก็เลยกลายเป็นเรื่องธรรมดาไป
เป็นเรื่องที่ชายหญิงสามารถที่จะเสพสุขจากร่างกายของกันและกันเพื่อแสวงหาความสุข
โดยปัดความรับผิดชอบทิ้งไป
เดี๋ยวนี้เราจึงเห็นผู้หญิงตีจากชายที่เธอมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งไปอย่างหน้าตาเฉย...
ไม่แคร์ต่อความรู้สึกของใครๆ เพราะคิดว่า หาเอาใหม่ข้างหน้า
สัมพันธภาพในครอบครัวยุคใหม่... จึงเปราะบาง
ไม่ใช่เพราะ...เรื่องนี้
แต่เป็นเพราะไม่รู้จักว่า... เรื่องนั้น ควรจะเป็นอย่างไร จึงเหมาะสมและปลอดภัยต่างหาก
ธรรมชาติคือการเปลี่ยนแปลง...ธรรมชาติไม่หยุดนิ่ง
เมื่อหมุนไปจนตกขอบขวาแล้ว ก็จะวกกลับไปตกขอบซ้ายใหม่... ทำอย่างไรจึงจะพบกันครึ่งทางตรงกลาง
ก็ยากที่จะบอกได้
เมื่อชะตากรรมของมวลมนุษยชาติยุคใหม่เป็นแบบนี้... หลายต่อหลายคนก็มักจะปล่อยตัวปล่อยใจ
ไปตามกระแสสังคมยุคใหม่ที่เชี่ยวกราก
มาว่ายทวนน้ำกันบ้าง... จะดีไหม
เพราะปลาเป็นมักจะว่ายทวนน้ำ... แต่ปลาตายลอยตามน้ำ!!!
(update 14 กุมภาพันธ์ 2005)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 14 ฉบับที่ 661วันที่ 31 ม.ค.- 6 ก.พ. 2548 ]
|