นอกจากความสัมพันธ์ทางกายแล้ว
เรื่องของความสัมพันธ์ทางใจของสามีภรรยาหลังมีลูกมาเชยชม
เป็นอีกเรื่องที่ต้องพิถีพิถันใส่ใจไม่แพ้กัน
มีคำถามจากท่านผู้อ่านและพ่อลูกอ่อนหลายคู่ ถามถึงเรื่องเพศสัมพันธ์หลังคลอดบุตรว่ามีเพศสัมพันธ์กันได้ไหม
จะต้องรอหลังคลอดบุตรแล้วนานเท่าใดจึงจะมีเพศสัมพันธ์กันได้อย่างปลอดภัย
และควรปฏิบัติตัวต่อกันและกันอย่างไร ฯลฯ
ผมต้องเรียนกันตามตรงว่า ผมเป็นแพทย์ก็จริงแต่มีความถนัดและเน้นหนักไปในงานทางด้านจิตเวชศาสตร์
และถนัดมากหน่อยในด้านจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น ดังนั้นความรู้เกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์หรือเพศสัมพันธ์ว่าทำได้ไหม
และเร็วที่สุดควรจะเริ่มเพศสัมพันธ์หลังคลอดได้เมื่อไรนั้น ในรายละเอียดและเพื่อความถูกต้องผมขอแนะนำให้ถามสูติ-นารีแพทย์
คงจะได้คำตอบที่เที่ยงตรงกว่า แต่เท่าที่เล่าเรียนมาตามทฤษฎีหรือตามตำราบอกไว้ว่า
ในช่วงหลังคลอดเมื่อน้ำคาวปลาหมดก็น่าจะมีเพศสัมพันธ์กันได้
อย่างไรก็ตามนอกจากเรื่องของเพศสัมพันธ์ แต่ผมอยากจะเน้นให้คู่สามีภรรยาสนใจในเรื่องของความสัมพันธ์
ความเกื้อหนุน ความรัก ความมีใจให้แก่กัน การให้กำลังใจ และความภาคภูมิใจที่มีให้กัน
และกันที่สามีควรมีให้แก่ภรรยาในช่วงระยะเวลาหลังที่เธอคลอดใหม่ๆ เป็นประเด็นที่สำคัญ
ทำไมผมจึงเน้นเรื่องนี้เป็นสำคัญ คงต้องลองติดตามอ่านต่อนะครับ
ผมขอยกตัวอย่างกรณีศึกษาจริงๆ ที่ผมได้ดูแลรักษาปัญหาทางด้านจิตใจหลังจากคลอดบุตรของแม่บ้านคนหนึ่ง
เรื่องมีอยู่ว่า สามีภรรยาคู่หนึ่งรักกันมาก ทั้งคู่เป็นคนดี การศึกษาดี การงานดี อยู่กันอย่างราบรื่นและมีความสุขมาก
เมื่อภรรยาตั้งครรภ์สามีเอาใจใส่ดูแลภรรยาเป็นอย่างดี สุขภาพของภรรยาระหว่างตั้งครรภ์ดีมาก เธอฝากครรภ์
และพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ จนครบกำหนดคลอด เธอคลอดลูกเป็นผู้ชาย
ซึ่งเธอรู้สึกภูมิใจมากที่มีลูกชายให้แก่สามีและครอบครัว
เมื่อออกจากห้องคลอด เธอได้หลับพักผ่อนอยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าพยาบาลได้นำบุตรชายของเธอ
ซึ่งกำลังนอนคุดคู้อยู่ในที่นอนเด็กเล็กมาไว้ข้างเตียงของเธอ โดยมีสามีนั่งอยู่ใกล้ๆ ข้างเธอและลูก
เธอดีใจมากน้ำตาแห่งความรักและความผูกพันในตัวลูกน้อยเอ่อล้นขึ้นมาอีก
สองวันหลังคลอด ในห้องพักโรงพยาบาล เพื่อนฝูง ญาติมิตร คุณตาคุณยาย
คุณปู่คุณย่าของเด็กต่างมาดูแลและแสดงความรักความชื่นชมในตัวลูก เธอรู้สึกว่ามีความสุขมากที่สุด
รู้สึกคุ้มค่ากับเวลาแห่งการรอคอย คุ้มค่ากับความเหนื่อยล้าตลอดการตั้งครรภ์
คุ้มค่ากับการต้องเจ็บครรภ์อย่างมาก แล้วคิดล่วงหน้าว่าเธอจะมีลูกอีกสักสองคน
เมื่อถึงเวลากลับบ้าน ทุกอย่างดำเนินด้วยดี สามีภรรยาคู่นี้ต่างเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วในช่วงก่อนคลอด
ทั้งเครื่องใช้และอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับลูกน้อย สามีและเธอมีความสุขในการเลี้ยงดูลูกดี
แม้จะมีความกังวลอยู่บ้างด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเด็กมาก่อน
หลังคลอดได้หกวัน สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อสามีตื่นขึ้นมากลางดึก
และพบว่าภายในห้องนอนไม่ปรากฏร่างภรรยาของเขาบนเตียงและไม่เห็นลูกน้อยนอนอยู่ที่นอนเด็ก
สามีเล่าให้ผมฟังว่าเขาตกใจมาก เมื่อเห็นภรรยาโอบกอดลูกน้อยนั่งเงียบอยู่ที่มุมห้อง
และเขายิ่งตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเดินไปใกล้ๆ พบว่าเธอกอดลูกด้วยน้ำตาไหลรินสีหน้าไม่สบายใจ ดูเศร้าหมอง
ภรรยาบอกกับเขาว่าในช่วงเวลาที่ดึกสงัดเธอรู้สึกกังวล หวั่นใจ ความไม่มั่นใจประดังเข้ามาหลายเรื่องคือ
เธอไม่อยากให้ลูกร้องไห้เพราะกลัวว่าสามีจะตื่นกลางดึก สามีของเธอต้องทำงานหนักในวันรุ่งขึ้น
และเมื่อลูกร้องก็ไม่รู้จะทำอย่างไรให้หยุดร้อง ลูกหิวหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือลูกไม่สบาย
และระยะนี้ความปีติที่เคยมีเหมือนเมื่อช่วงอยู่ที่โรงพยาบาลหลังคลอดใหม่ๆ ได้หายไปหมด
เธอรู้สึกว่าสามีเฉยกับเธอมาก สนใจเธอและลูกน้อยลงไป ทั้งๆ ที่เธอรู้ว่าสามีเธอเหนื่อยจากการตรากตรำต่องาน
แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า สามีเบื่อเธอหรือเปล่า ผู้หญิงคลอดคงจะไม่น่าดูกระมัง ผู้หญิงหลังคลอดคงไม่มีอะไรที่เป็นเสน่ห์ต่อสามีได้
ท่านผู้อ่านครับ สามีได้เล่าให้ผมฟังต่อว่า เป็นความผิดของเขาที่ไม่ค่อยนึกถึงการให้ความอบอุ่น
และเอาใจใส่ต่อภรรยาเท่าที่ควร เพราะเหนื่อยจากงานมาก หัวถึงหมอนก็หลับ
ครับ ภรรยาคนนี้มีอารมณ์ทุกข์ใจ และเกิดความรู้สึกโกรธผสมกับกังวลแล้วในที่สุดมีอารมณ์เศร้าหมองเสริมเข้าไปอีก
เธอจึงทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากที่ผมอธิบายให้สามีเข้าใจว่าสตรีหลังคลอดบุตรนั้นต้องการการประคับประคองทางใจ
แม้เธอจะเป็นสุขที่ได้ลูกตามตั้งใจ แต่ในส่วนลึกทางจิตใจก็อดหวั่นไหวและกังวลเล็กๆ น้อยๆ
ไม่ได้ว่าร่างกายได้เปลี่ยนแปลงไป และไม่เหมือนเดิม คู่ของเธอจะชื่นชอบและมีความเสน่หาอาลัยต่อเธอเหมือนเดิมหรือไม่
ดังนั้นเมื่อมีเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ เธอก็อาจจะตีความ แปลความหมายไปทางด้านลบได้ง่าย
และไม่สามารถอดทนต่อความเครียดใดๆ ได้อีกต่อไป
- อย่ามองข้าม ...จิตใจ แม่คนใหม่
จากกรณีตัวอย่างนี้ผมอยากให้เป็นข้อคิดสำหรับพ่อบ้านที่ภรรยากำลังตั้งครรภ์หรือหลังคลอดว่า
เพศสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จริง แต่ในเชิงคุณภาพทางด้านจิตใจที่จะมีให้ต่อกันนั้นน้อยกว่าการให้ความรัก
และความทะนุถนอมอย่างประมาณมิได้ โดยเฉพาะการทำให้ภรรยามั่นใจว่า สามีภูมิใจในตัวเธอ ยังรักและมั่นคง
และเธอเป็นคนที่มีเสน่ห์ให้ความสุขต่อเขามากที่สุด ประเด็นนี้เป็นการให้ที่มีความหมายและสำคัญมาก
อารมณ์สัมพันธ์นี้แม้จะไม่สนุก ซาบซ่า เสียวซ่านเท่ากับเพศสัมพันธ์ แต่อารมณ์สัมพันธ์จะให้ความสงบสุข
ความผูกพัน ความรักที่ผุดขึ้นอย่างมากมาย ความภาคภูมิใจ ความเชื่อมั่นและความมั่นใจที่มีต่อกันนั้น
มากมายกันอย่างเปรียบประมาณมิได้
(update 14 ตุลาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 115 พฤษภาคม 2548]
|