แต่งงานกันมา 2 ปีแล้วค่ะ มีเพศสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่เคยถึงจุดสุดยอดเลย
แม้ว่าแฟนจะเป็นคนที่น่ารักมาก เอาใจทุกอย่าง" เธอเล่าให้ฟัง
" ผมก็พยายามศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมีเซ็กซ์ที่สุขสมร่วมกันของชายหญิง
ทั้งตำราไทยตำราเทศอ่านมาหมดแล้ว พยายามลองทำดูเท่าที่พอจะยอมรับได้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
แต่ก็สังเกตว่าเวลาทำให้เธอภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการใช้นิ้วมือกระตุ้นหรือใช้ปากทำรักให้
เธอจะมีความสุขมาก และบางครั้งเธอก็บอกว่า น่าจะถึงจุดสุดยอดด้วย เพราะตัวเกร็งไปหมด
พอทำให้เธอมีความสุขภายนอกแล้ว ผมก็ใช้อวัยวะผมกับเธอ พอผ่านเข้าไปภายในของเธอ
เธอบอกรู้สึกอึดอัดและไม่ค่อยสบาย แต่เธอก็ไม่ว่าอะไร เพราะรู้ว่าผมต้องทำแบบนั้นจึงจะถึงจุดสุดยอด"
เขาอธิบายให้ฟังเพิ่ม
" แล้วคุณผู้หญิงเคยใช้นิ้วมือกระตุ้นตัวเองเข้าไปภายในบ้างไหมครับ"
" ไม่เคยหรอกค่ะ จริงๆ แล้วกลัวมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ไม่กล้าที่จะแตะต้องตรงส่วนนั้นเลย
เพราะทั้งพ่อแม่และครูบาอาจารย์ สอนมาว่าเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ควรจะไปยุ่งหรือแตะต้องบริเวณนั้น
ก็เลยเกิดความรู้สึกกลัวที่จะจับต้องส่วนนั้น นี่ก็เพราะรักเขานะคะ เลยยอมให้เขาทำแบบนั้น
ไม่อย่างนั้นไม่ยอมหรอกค่ะ เกิดมาเป็นตัวเป็นตนก็ไม่เคยเลยแบบที่เขาเรียกว่าช่วยตัวเองว่าทำอย่างไร" เธอตอบ
" คิดว่าเรื่องของการมีความสัมพันธ์ทางเพศของชายและหญิง เป็นเรื่องปกติธรรมชาติไหมตอนนี้
หรือยังคิดว่าเป็นเรื่องไม่ดี ไม่ควรคิดถึงเหมือนที่เคยได้รับการสั่งสอนมาอีก"
" ที่จริงตอนนี้ก็เข้าใจแล้วนะคะ ว่าชายหญิงนั้น เมื่อมาใช้ชีวิตคู่กันย่อมจะหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้
เคยอ่านหนังสือที่ว่า ผู้ชายบอกรักผ่านการมีเพศสัมพันธ์ก็เข้าใจค่ะ และแฟนก็น่ารักมาก ไม่เคยข่มเหงน้ำใจ
ให้ความรักอย่างสม่ำเสมอ ดูแลทุกข์สุขเป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นผู้ชายในฝันเลย เห็นเขามีความสุขเวลามีอะไรกับเรา
ก็มีความสุขตามเขาไปด้วย ถ้าจะถามจริงๆ ว่า สนใจว่าจะถึงจุดสุดยอดไหม ก็ตอบตามตรงต่อหน้าคุณหมอเลยว่า
ไม่ได้สนใจหรอก ขอแค่ให้เขารักเราเสมอต้นเสมอปลาย แบบนี้ก็พอ แต่ตัวเขากลัวไปว่าถ้าทำให้แฟนไม่มีความสุข
แล้วกลัวเราจะเบื่อเขา รับรองได้เลยว่า ถ้าเขารักเราแบบนี้ ไม่เบื่อหรอกคะ วันไหนถึงเหนื่อยๆ กลับบ้าน
ไม่มีอารมณ์ แต่มองเขาแล้วรู้ว่าเขาต้องการ ก็ยอมมีอะไรกับเขาอย่างเต็มใจ แล้วไม่เคยฝืนใจเลย
และเขาก็ไม่เคยบังคับอะไรเลยจริงๆ" เธอบรรยายจนละเอียดซาบซึ้ง พร้อมกับมองตาชายคนที่เธอรักไปด้วย
" ผมแค่อยากให้เธอถึงจุดยอดบ้างเท่านั้นแหละครับ เพราะถ้าผมมีความสุขอยู่คนเดียว
แล้วเธอไม่เคยมีประสบการณ์ความสุขกับผมเลย ก็เหมือนผมเป็นผู้ชายที่ไม่มีฝีมืออะไรแบบนั้นแหละ
คุณหมออย่าหัวเราะกับความคิดโง่ๆ ของผมนะครับ" เขาบอก
ที่จริงแล้ว ความคิดของเขาไม่โง่เลย แต่เป็นความคิดของผู้ชายส่วนใหญ่ในยุคนี้
ที่คิดว่าในการร่วมรักกันระหว่างชายหญิงนั้น ผู้ชายมีหน้าที่ที่จะให้ความสุขกับผู้หญิงคนที่เขามีสัมพันธ์รักด้วย
ไม่ใช่ตักตวงความสุขจากเธอเพียงฝ่ายเดียว
และเป็นความคิดที่แสนจะประเสริฐที่สุด ที่ควรจะมีในผู้ชายทุกคน แต่ในทางกลับกัน
ผู้หญิงส่วนใหญ่มีความสุขจากการได้ร่วมรักกับผู้ชายที่รักเธอ
โดยไม่จำเป็นจะต้องมีอาการไม่ถึงจุดสุดยอดแบบเกร็งไปทั้งตัว หรือร้องเสียงดัง
หรือมีน้ำอะไรต่อมิอะไรหลั่งออกมาภายนอกจนชุ่มโชกเหมือนในภาพยนตร์เรตเอ็กซ์ทั้งหลาย
- ผู้หญิงต้องการบทโหมโรงก่อนที่จะเครื่องร้อน ?
เป็นความจริงที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการเวลาสักระยะหนึ่งกว่าที่ร่างกายจะตอบสนองต่อกระบวนการ
หรือกิจกรรมทางเพศ... ซึ่งต่างกับผู้ชายที่เปิดปุ๊บติดปั๊บ ดังนั้น บทโหมโรง หรือ Fore Play
จึงเป็นสิ่งที่ผู้ชายที่เข้าใจในผู้หญิงทุกคนจะต้องยึดถือปฏิบัติ และปรับปรุงเทคนิคการเล้าโลมเป็นประจำสม่ำเสมอ
เพื่อที่คุณจะได้เป็นชายที่ผู้หญิงทุกคนถวิลหาหลังห้วงเวลาแห่งความสุขสมผ่านไป
จุดสัมผัสเสน่หาในตัวผู้หญิง เริ่มตั้งแต่ริมฝีปาก ซอกหลังใบหูทั้งสองข้าง ซอกคอ เนินอก
ยอดทับทิมเหนือเนินอก หน้าท้องที่นูนพองามเหนือหัวเหน่า บริเวณเนินหญ้าเหนือปากถ้ำหยก
รวมทั้งปุ่มปมประสาทสัมผัสเหนือปากทางเข้าสู่ส่วนสงวนของเธอ ล้วนแล้วแต่เป็นจุดที่ผู้ชายทุกคน
ควรจะต้องจำไว้ให้ขึ้นใจว่า เป็นจุดที่ต้องสัมผัสเพื่อที่จะให้เกิดอารมณ์และความต้องการที่จะเป็นของกันและกันเพิ่มขึ้น
การกระตุ้นที่ได้ผลดีที่สุดจะต้องเริ่มจากแผ่วเบาจนถึงเน้นหนักตามการตอบสนองของเธอ แต่ต้องจำไว้ว่า
อย่าทำให้เธอเจ็บ เพราะอาจทำให้อารมณ์ที่กำลังกระเจิดกระเจิงของเธอ ต้องหดหายไปได้
ผู้ชายที่เข้าใจ บางครั้งอาจใช้การพูดคุยถึงบทรักที่วาบหวามในการประกอบกิจกรรมกัน
ก่อนที่จะเริ่มบรรเลงเพลงรักโดยแบบนี้ถ้าเขาปฏิบัติกับสาวคนรักที่พร้อมจะเป็นของเขาแล้ว
เธอก็จะมีจินตนาการที่กระเจิดกระเจิงไปก่อนที่จะลงมือปฏิบัติการจริง
การเริ่มต้นที่ดีแบบนี้ ก็เท่ากับเห็นจุดหมายปลายทางไปครึ่งหนึ่งแล้ว
เหลืออีกครึ่งหนึ่งให้ 'ความเป็นชาย' เป็นผู้กระทำบ้าง ก็น่าจะดี!!
- ผู้ชายใจร้อน...อย่าร้อนใจ
ผู้ชายหลายราย พอถึงเวลานั้นเข้า มักจะใจร้อน รวมทั้งร้อนใจด้วย
ใจร้อนที่อยากจะถึงเวลานั้นเร็วๆ เวลาที่เธอกับเขาจะเป็นของกันและกัน
เวลาของความพิศวาสที่สมหวัง ฯลฯ
ร้อนใจ เพราะกลัวว่าจะไม่สามารถปฏิบัติกิจการให้ลุล่วง กลัวว่าไม่สามารถที่จะพานาวารักฝ่าคลื่นลมที่ปากอ่าว
จนเข้าสู่ห้องหอรอรัก จน...มีคำกล่าวว่า ขนาดของนาวารักนั้นน่ะไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า
กัปตันจะสามารถพานาวารักให้ผ่านพ้นการล่มปากอ่าวไปได้อย่างไร
เรื่องแบบนี้ มักจะเกิดขึ้นในการมีสัมพันธ์สวาทครั้งแรกๆ ด้วย
ทำให้หลายรายแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
ขอย้ำว่า การฝึกฝนช่วยได้ด้วยเทคนิคดังนี้ คือ
หมั่นฝึกซ้อม และสัมผัสกับอาวุธประจำกายเป็นประจำ การปลุกให้ตื่นตัวบ้างในเวลาอาบน้ำชำระร่างกาย
จะเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตให้ไปคั่งที่ส่วนนั้นเป็นประจำ ทำให้ขนาดของอาวุธได้ที่และพร้อมประจำการเสมอ
ถ้าจะช่วยตัวเองต่อเพื่อไปให้ถึงดวงดาวก็ควรจะทำแบบขยักๆ เป็นพักๆ โดยเวลาใกล้จะหลั่งให้จัดการบีบด้วยนิ้วหัวแม่มือ
และนิ้วชี้บริเวณคอคอดส่วนปลายอย่างแรง จะสามารถยับยั้งการหลั่งได้ รอจนอารมณ์สงบแล้วก็ทำใหม่เป็นระยะๆ
จนได้เวลายาวนานพอ แล้วค่อยปล่อยสักครั้งหนึ่ง
การช่วยตนเองสักครั้ง ก่อนจะมีสัมพันธ์สวาทที่ลึกซึ้ง ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งของการยืดเวลาแห่งความสุข
ระหว่างเขาและเธอออกไปได้
หมั่นฝึกฝนการออกกายบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน โดยการขมิบก้นวันละ 50-150 ครั้ง
นานครั้งละ 5-10 วินาที จะสามารถแน่ใจว่า ถ้าสั่งเมื่อใดกล้ามเนื้อดังกล่าวจะเกิดการหดตัวบีบรัดท่อน้ำเชื้อเมื่อนั้น
พอคุณรู้สึกจะหลั่งคุณก็สามารถขมิบกล้ามเนื้อดังกล่าวให้บีบรัดท่อน้ำเชื้อจนหยุดหลั่งได้
แต่ถ้าหลั่งเร็วไปแล้ว ก็บรรเพลงเพลงรักซ้ำใหม่ หรือไม่ก็ใช้อาวุธส่วนอื่นของร่างกายช่วยให้เธอไปถึงดวงดาวแทน
ก็เป็นไปได้ เพื่อให้เธอไปถึงจุดสุดยอด...ที่ใฝ่ฝัน
- สัมผัสรัก...ไม่จำเป็นจะต้องถึงจุดสุดยอดเสมอไป
สัมผัสรักที่เราทุกคนต้องการนั้น ยังมีความเข้าใจผิดกันอยู่เสมอๆ ว่า ต้องไปให้ถึงจุดสุดยอดให้ได้
ไม่เช่นนั้นจะไม่สุขสมเหมือนดังใจหวัง
เป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้ชีวิตคู่หลายคู่ต้องพบกับความผิดหวัง...
เพราะถ้าสมองถูกตั้งโปรแกรมไว้แบบนั้นแล้ว ถ้าฝ่ายหญิงไปไม่ถึงดวงดาว
เธอก็จะโทษว่าเป็นเพราะเขา... ทำไม่เป็น
เพราะแท้จริงแล้ว ปรัชญาของการร่วมรัก... คือ การมอบรักให้แก่กันด้วยภาษากาย!!
ไม่ใช่...มัวแต่มองหาจุดสุดยอด
(update 31 มีนาคม 2005)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 14 ฉบับที่ 664วันที่ 21 - 27 ก.พ. 2548 ]
|