"เป็นอะไร หน้าตาดูกังวล"
"กลุ้มใจจะให้หน้านวลผ่องอยู่ได้ยังไง"
"อ้าว! กลุ้มเรื่องอะไรลองเล่าไปซิ"
"อ๋อ รู้แล้ว เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก ถึงเวลาอยากเล่นไพ่ ทรัพย์ไม่มีใช่ไหมล่า"
"ฉันเล่นไพ่ที่ไหนกัน เกิดเป็นหญิงแสนลำบากน่ะใช่ เพราะเป็นเรื่องพูดไม่ได้"
"ถ้างั้นสวัสดี ไปก่อนละ ไว้สบายอกสบายใจค่อยเจอกันใหม่"
"เฮ้ย! นั่นจะไปจริงๆ เหรอ ไม่คิดจะช่วยเพื่อนมั่งเลยรึไง ฉันมีเพื่อนไว้ทำไมกันนี่"
"ก็บอกเล่าไม่ได้ เล่าไม่ได้ ฉันเป็นแต่ล้วงควักอย่างอื่น วิธีล้วงความลับฉันทำไม่เป็นว่ะ"
"เล่าก็ได้ แต่ห้ามไปบอกใครนะ ฉันอายเขา อาการมันหนักเข้าทุกที เลยกลุ้ม เพราะมันเป็นเรื่องอย่างว่า"
"ทำไมล่ะ มีปัญหาขึ้นไม่ถึงสวรรค์เหรอ เท่งหรือหล่อนล่ะ"
"ก็ไม่เชิงนะ เป็นปัญหาทางอ้อม ก็เพราะกลัวว่าไม่ถึงสวรรค์ ฉันก็เลยหาตัวช่วย
ช่วยไปช่วยมา ชักแกะไม่ออก ตามฉันตลอดแม้แต่ตอนนอน"
"หา! นี่หล่อนแอบไปหาหมอผี หมอเสน่ห์แล้วเสียท่ามันแล้วสิ
ฉันเตือนพวกหล่อนกี่ครั้งแล้วว่าถ้ามีปัญหาอะไรก็ให้มาบอกมาเล่า
จะได้ช่วยแก้ไข ห้ามไปหาหมอเสน่ห์..."
"จะบ้าเหรอ หมอเสน่งเสน่ห์อะไร ฟังก่อนซิ คือนิสัยฉันเป็นคนขี้คลั่งไคล้ไหลหลงพวกคนดังทั้งหลาย
รวมทั้งพวกดารานักร้องแกก็รู้ ฉะนั้นตอนนอนกับเท่งเค้า ฉันกลัวเขาจะจับได้ว่าเขาไม่สามารถพาฉันขึ้นสวรรค์ได้
แล้วเค้าจะหมดความมั่นใจในความเป็นชายของเขา ฉันก็เลยใช้วิธีสร้างจินตนาการเอาว่าฉันกำลังนอนอยู่กับดาราคนนั้น
นักร้องคนนี้ นักการเมืองคนโน้นบ้างน่ะ
ปรากฏว่า เท่งเขาไม่รู้หรอก เขาคิดว่าเขามีทีเด็ดพาฉันขึ้นสวรรค์ ฉันก็เลยใช้กลยุทธ์นี้เรื่อยมา
แต่หลังจากใช้มากๆ ความคิดฉันชักจะหนักข้อเข้าทุกทีถึงกับเก็บเอาไปฝันเป็นตุเป็นตะ
บางทีก็ถึงกับละเมอออกมา กลัวเท่งเขาจะจับได้ ฉันเป็นผู้หญิงด้วย ถ้าเป็นผู้ชายก็พอจะอภัยได้"
"หล่อนนี่ไม่มีสำเหนียกในเรื่องความเท่าเทียมเลยนะ ผู้หญิงหรือผู้ชายก็มีสิทธิเท่าเทียมกันที่จะคิดอะไรก็ได้
หล่อนไปเอามาจากไหนว่าเรื่องชู้ทางใจนี่คิดได้เฉพาะผู้ชาย ผู้หญิงห้ามคิด การห้ามการกระทำน่ะพอจะห้ามกันได้
แต่ห้ามความคิดนี่ห้ามไม่ได้ เราคิดอะไรใครจะไปรู้ เรื่องของหล่อนนอกจากไม่สร้างปัญหาแล้ว
ยังเป็นการป้องกันปัญหาอีกด้วย หล่อนจะทุกข์ไปทำไม"
"ไม่เป็นไรได้ไง ปรกติเรื่องอย่างนี้ผู้ชายเท่าที่เป็นฝ่ายเสนอ ผู้หญิงเป็นฝ่ายสนอง
ผู้หญิงจะลุกขึ้นมาเป็นฝ่ายเสนอบ้างน่าเกลียดตาย ฉันเองก็รับไม่ได้
พอๆ กับเรื่องที่แกเรียกว่าชู้ทางใจอะไรนี่น่ะ รับไม่ได้เหมือนกัน"
"โธ่เอ๋ยแม่เด็กไร้เดียงสา หล่อนแน่ใจได้ยังไงว่าพ่อเท่งของหล่นเขาจะไม่เคยคิดว่า
เขากำลังนอนอยู่กับน้องแคทหรือน้องบัว น้องนั่นน้องนี่แทนที่จะเป็นปลาร้าค้างปีแบบหล่อน"
"บ้า"
"คิดไปเถอะตราบใดที่มันช่วยให้หล่อนและเขามีความสุข รู้มั้ยพวกมีปัญหาสวรรค์ไม่เคยถึง
ดาวดึงส์ไม่เคยเฉียดเนี่ยบางทีนักเพศบำบัดเขาก็ใช้วิธีนี้เป็นวิธัหนึ่งในการรักษา"
"จริงเหรอ"
"จริงซิ ชู้ทางใจไม่มีอะไรผิดหรอก ไม่เหมือนชู้ทางกาย แต่ก็อย่าให้มันเลยเถิดถึงขนาดคิดเป็นจริงขึ้นมาก็แล้วกัน
เช่น หล่อนจินตนาการว่าเท่งของหล่อนเป็นดาราคนโปรด ก่อนร่วมรักห่อนก็เลยให้เขาโกนหัวตามแบบดาราคนนั้น
อย่างนี้มันก็เกินไปแล้ว
"ฉันไม่บ้าถึงขนาดนั้นหรอก แล้วที่ฉันฝันล่ะ ทำยังไงฉันกลัวเท่งเขารู้"
"ก็หล่อนคิดว่าถ้าเขารู้ เขาจะรับได้หรือไม่ล่ะ"
"ไม่ได้แน่ และฉันก็คิดว่าผู้ชายส่วนใหญ่รับไม่ได้"
"ถ้ารับไม่ได้ก็ต้องกำจัด"
"กำจัดยังไง ถ้าฉันไม่มีผู้ช่วยฉันก็ไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง"
"จำไม่ได้เหรอพระพุทธเจ้าท่านสอนว่ายังไง ท่านสอนให้เดินทางสายกลาง
ทุกอย่างถ้ามากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี"
"เฮ้ย! ฉันกับเท่งไม่ได้จัดนะ อาทิตย์ละ 2 ครั้ง บางอาทิตย์สภาวะไม่อำนวยก็เหลือแค่หนึ่ง
แต่บางอาทิตย์เกิดโรแมนติคขึ้นมาก็เพิ่มขึ้น ยืดหยุ่นเสมอถูกต้องตามตำราเปี๊ยบเลย"
"ฉันหมายถึงว่าหมกมุ่นครุ่นคิดในเรื่องนี้ อย่าปฏิเสธหน่อยเลย ม่ายงั้นไม่เก็บเอาไปฝันหรอก
ในเมื่อขาดผู้ช่วยไม่ได้ หล่อนก็ต้องจำกัดชอบเขตให้ผู้ช่วยของหล่อนอยู่ให้ถูกที่ถูกทาง
อย่าเที่ยวเพ่นพ่านออกมาโดยเฉพาะตอนหล่อนไม่รู้ตัว"
"ทำไงล่ะ"
"ก็อย่าให้ออกมาทางฝัน ทางละเมอ"
"คนเรานี่บังคับไม่ให้ฝันได้ด้วยเหรอ"
"ได้สิ บังคับไม่ให้ฝันในเรื่องที่เราไม่อยากฝัน เราเองเป็นคนฝันเป็นคนละเมอ
เราก็ต้องบังคับตัวของเราเอง การนอนของคนเราแบ่งตามคลื่นสมองออกเป็นระยะต่างๆ คือ
ระยะง่วง ระยะหลับและระยะหลับลึก จากนั้นก็ถึงระยะที่เรียกว่า REM ย่อมาจากคำว่า Rapid Eye Movement
เป็นระยะที่มีการเคลื่อนไหวของลูกนัยน์ตา เป็นระยะที่เกิดความฝันขึ้น ถ้าหล่อนพยายามควบคุมให้นอนอยู่ในระยะหลับลึก
หล่อนก็จะไม่ฝัน และระยะหลับลึกนี่แหละที่ร่างกายเราได้รับประโยชน์จากการนอนมากที่สุด
ฉะนั้นเราก็ต้องควบคุมให้การนอนของเราอยู่ในระยะหลับลึกมากที่สุด
ก่อนอื่นหล่อนต้องตั้งมั่นก่อนว่า จะกำจัดความฝันที่ไม่ต้องการให้ได้ด้วยการรักษาสุขภาพและอารมณ์ให้เป็นปรกติ
ไม่กินอาหารที่จะทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่ดูหนังฟังละครหรือทำอะไรที่จะทำให้อารมณ์กวัดแกว่งมากๆ
โดยเฉพาะก่อนนอน ก่อนนอนให้นั่งสมาธิทำใจให้สงบอย่างน้อย 15 นาที ตามด้วยสวดมนต์ไหว้พระอธิษฐาน
ขอให้นอนหลับสนิทโดยปราศจากการรบกวนของเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น แล้วจึงค่อยล้มตัวลงนอนอย่างสงบ
ไม่คิดถึงเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น
ข้อสำคัญบรรยากาศในห้องนอนต้องไม่มีตัวรบกวนการนอนหลับ เช่น ทีวี วิทยุ
แสงไฟหรือแม้แต่การสะกิดสะเกาจากเท่งสามีของหล่อน ถ้าหล่อนฝึกนอนได้แบบนี้รับรองว่า
ผู้ช่วยของหล่อนไม่มีวันแหลนออกมาในฝันของหล่อนเด็ดขาด"
"ฟังดูก็ไม่ยากนะ"
"ไม่ยากแต่จะได้ผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าหล่อนจะอดทนและขยันฝึกแค่ไหน ตายล่ะนี่สี่โมงแล้ว
แม่คุณสุดที่รักของฉันนั่งรอหน้าเป็นม้าหมากรุกแล้วป่านนี้ ฉันไปก่อนนะ ขอให้ทำสำเร็จและโชคดี
(update 31 สิงหาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 258 กรกฎาคม 2547 ]
|