ความรักไม่มีพรมแดนและอายุก็เป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น
จะอายุเท่าไหร่ 40...50...ก็ยังรักกันได้
ไม่รู้เป็นอะไรเดี๋ยวนี้ชอบคุยกับคนโน้นคนนี้เรื่องสมัยตอนเด็กๆ จนโดนแซวเลยว่า
คนที่ชอบคุยเรื่องอดีตแปลว่าชักจะเริ่มแก่แล้ว นั่นสินะ คิดดูแล้วก็เขียนอย่างว่ามาตั้งแต่อายุ 30 เวลาก็ผ่านไปอย่างกับสายน้ำ
ไม่น่าเชื่อเลยว่า เขียนเรื่องอย่างว่ามาสิบกว่าปีแล้ว จนวันหนึ่งตื่นขึ้นมาตกใจว่า โอ้โห...อายุ 40 แล้วหรือเนี่ย
คิดแล้วก็กลุ้ม ก็กลัวแก่เหมือนกันนี่ครับ สมัยก่อนผมหงอกผมขาวก็มีนิดๆ หน่อยๆ ถอนเล่นๆ แป๊บเดียวหมด
แต่เดี๋ยวนี้ถ้ามานั่งถอนก็คงต้องถอนกันหมดทั้งหัวแน่เลย นอนคิดนั่งคิดอยู่นานว่าจะทำยังไงถึงจะชะลอความแก่ได้นะ
จะหาเด็กเอ๊าะๆ สักคนก็คงจะไม่ดี ว่าแล้วตอนนี้ก็เลยเก็บกระเป๋าไปสมัครเรียนมหาวิทยาลัยอักรอบที่นิด้าเจอแต่เด็กๆ
น้องนุ่งเต็มไปหมด ตอนนี้ก็เลยรู้สึกกระชุ่มกระช่วยขึ้นมาตั้งเยอะ
ผู้ชายเรานี่ก็โชคดีเหมือนกันนะครับ ที่ความหนุ่มจะอยู่กับเราค่อนข้างนาน จากหนูน้อยก็มาเป็นหนุ่มน้อย
จากหนุ่มน้อยก็มาเป็นหนุ่มกระทง จากหนุ่มกระทงก็มาเป็นหนุ่มฉกรรจ์ จากหนุ่มฉกรรจ์ก็มาเป็นหนุ่มใหญ่
นี่ก็สี่สิบกว่าๆ แล้ว แต่ใครๆ ก็บอกว่าผู้ชายอายุสี่สิบนี่ ชีวิตมันเพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ ปกติแล้วผู้ชายอายุมากขึ้น
ก็จะดูสูงอายุขึ้นตามวัยครับ ดูภูมิฐานขึ้น แต่พอถึงวัยสี่สิบเอ็ดก็ดูเหมือนเวลามันหยุดนิ่งอยู่กับที่
ดูกี่ทีกี่ทีก็ยังเหมือนเดิมไม่ได้ดูแก่ขึ้นกว่าเดิมเลย นี่ถ้าไม่เชื่อก็มาดูผมเป็นตัวอย่างก็ได้
กาลเวลา... ภัยของสาวใหญ่
แต่สำหรับผู้หญิงนี่สิที่กาลเวลาเปรียบเสมือนศัตรูตัวร้าย สำหรับความสาวแล้วมันก็จะอยู่กับเราแค่ประเดี๋ยวประด๋าว
เผลอแป๊บเดียวความสาวก็จากไปเสียแล้ว ความสาวของผู้หญิงนั้นมันมีเวลาสั้นนัก
พออายุขึ้นสามสิบแล้วก็ไม่มีใครบอกว่ายังสาวอยู่หรอกครับ พออายุสามสิบห้าเกิดท้องขึ้นมาไปหาหมอฝากท้อง
บางทีหมอก็ไม่เกรงใจกันเลย ยังบอกอีกแน่ะว่าอายุป่านนี้แล้วทำไมเพิ่งมาท้อง ไปอยู่ที่ไหนมา
ถ้าท้องตอนอายุมากขนาดนี้ก็ต้องเจาะตรวจน้ำคร่ำนะ เพราะถ้าอายุมากแล้วตั้งครรภ์
ลูกในท้องก็จะมีโอกาสเกิดภาวะปัญญาอ่อนมากขึ้น พอผู้หญิงอายุขึ้น 40 นี่ ไม่ต้องพูดถึงความสาวเลยครับ
พออายุ 50 ก็เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนซะแล้ว เห็นมั้ยครับว่าเมื่ออายุมากขึ้น ผู้หญิงเราก็จะมีการเปลี่ยนแปลง
ไปสู่วัยชราได้เร็วกว่าผู้ชายเยอะทีเดียว
สมัยนี้ผู้หญิงเราก็มักจะแต่งงานกันค่อนข้างช้า ไม่เหมือนเมื่อสมัยก่อนที่อายุไม่ถึงยี่สิบก็มีลูกแล้ว
คนสมัยก่อนก็จะมองผู้หญิงเหมือนช้างเท้าหลัง เรียนไปมากๆ เดี๋ยวพอแต่งงานก็ต้องมาอยู่บ้านเลี้ยงลูก
แล้วจะไปเรียนเยอะแยะทำไมให้เสียเวลา มีลูกซะเลยดีกว่า แต่เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเราเปลี๊ยนไป๋...
จะบอกว่าเป็นช้างเท้าหลังเห็นจะโบราณไปแล้ว เดี๋ยวนี้เท้าหลังบางทีก็เดินแซงเท้าหน้า
ดีไม่ดีเท้าหลังอาจจะมาก่ายอยู่บนคอช้างซะด้วยซ้ำ ผู้หญิงเราเรียนกันมากกว่าแต่ก่อน
ดูสิที่เรียนๆ กัน ปริญญาโท ปริญญาเอก ก็มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น แถมส่วนใหญ่จะเรียนดีกว่าผู้ชายซะด้วย
ส่วนผู้ชายที่เรียนด้วยกันก็มักจะเสียสมาธิในการเรียนไปกับน้องๆ นุ่งๆ ซะบ่อยๆ พอเรียนจบแล้ว
เพิ่งจะคิดมาหาสามีก็เห็นจะช้าไปแล้ว เพราะผู้ชายรุ่นเดียวกันก็มักจะใจแตกไปหมดแล้ว
คงไม่มีใครมาอยู่หง่ำเหงือกรอหรอกครับ ยิ่งอายุมากเท่าไหร่ ตัวเลือกก็ยิ่งน้อยเท่านั้น
บางคนรอไปรอมาชาตินี้ก็เลยหมดโอกาสต้องไปหาโอกาสใหม่ถึงชาติหน้าโน่นแน่ะ
แล้วถ้าอายุมากจะแต่งงานได้มั้ย ? ได้สิครับ ไม่มีปัญหาหรอก เพราะความรักนั้นไม่มีพรมแดน
อายุก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้น จะอายุเท่าไหร่ก็แต่งงานกันได้ จะมาพบรักกันวันไหนก็ไม่สำคัญหรอกครับ
ขอเพียงแค่ รัก เท่านั้นก็พอ
แล้ว รัก ของคนอายุมากมันเป็นยังไง ผมว่าอายุมากแล้วมารักกันนี่สิดี
เพราะแต่ละคนก็ย่อมต้องมีประสบการณ์ในชีวิตมากันพอสมควร มีความเป็นผู้ใหญ่
มีความเป็นเหตุเป็นผลมากกว่าความรักของวัยรุ่นที่มักจะรักกันเหมือนคนตาบอด
ใช้อารมณ์ไปกับความรักมากกว่าการใช้เหตุผล รักของหนุ่มสาวก็เลยมักจะรักง่ายหน่ายเร็วมากกว่าคนอายุมาก
คนอายุมากหน่อยพอแต่งงานอยู่กันไปแล้วก็มักจะอยู่กันนาน อยู่กันยาว ที่เรียกว่าถือไม้เท้ายอดทอง
กระบองยอดเพชรนั่นแหละ
เรื่องอย่างว่า...ของคน 40
ผู้ชายพอถึงวัย 40 ต้นๆ ถึงแม้จะบอกว่าชีวิตเพิ่งจะเริ่มต้น แต่ความต้องการทางเพศก็จะเริ่มลดลง
บางคนก็อาจจะลดลงเยอะ บางคนก็อาจลดลงน้อย หรือที่ประเภทเฒ่าหัวงูก็อาจจะมีความต้องการเยอะขึ้นก็ได้เหมือนกัน
แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะลดลง ซึ่งก็เป็นเพราะฮอร์โมนเพศของผู้ชายเราเริ่มลดลงนั่นเองครับ
อวัยวะส่วนสำคัญของผู้ชายเราก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุด้วยเหมือนกัน ตอนเป็นเด็กเล็กๆ ดูๆ ไปมันก็น่ารักดี
พอโตขึ้นมาหน่อยก็ยังไม่น่าเกลียดสักเท่าไหร่ แต่พอเจ้าของมันแตกเนื้อหนุ่มเสียงเริ่มห้าว ขนก็เริ่มขึ้น
มันก็ชักจะไม่ค่อยน่ารักแล้ว ส่วนสำคัญนี้มันก็โตเอาโตเอา เริ่มใหญ่ขึ้นจนน่าตกใจ
จากผิวเนียนใสก็เริ่มกลายเป็นดำๆ ย่นๆ แล้วก็อย่าได้ไปยุ่งกับมันเชียว เพราะว่ามันจะค่อนข้างเจ้าอารมณ์
ไปยั่วมันหน่อยเดียวมันก็จะโก่งคอแข็งตัวขึ้นมาทันที ตอนอายุ 20 ปี พอโดนยั่วจากที่ห้อยโตงเตงมันก็จะแข็งตัวชี้ทื่อไปข้างหน้า
แล้วยังแถมยกตัวชันขึ้นมาได้อีก 10 องศาฯ จากแนวราบ สาวๆ เห็นแค่นี้ก็วิ่งป่าราบแล้ว ตอนอายุ 30 นี่สิ
ที่น่ากลัวที่สุด ตอนแข็งตัวเนี่ย มันจะแข็งตัวชันขึ้นสูงสุดตั้ง 20 องศาฯ จากแนวราบทีเดียว
อาบน้ำอยู่เสื้อผ้าเยอะแยะไม่มีที่จะแขวน บางทียังเอามาแขวนผ้าเช็ดตัวได้สบาย เลยวัย 30 ไปแล้วการแข็งตัวก็จะลดลง
พอถึงอายุ 40 ปีก็จะชูชันได้แค่ 1 องศาฯ จากแนวราบ พออายุ 50 กว่าๆ ก็เริ่มหมดแรงเสียแล้ว
แข็งตัวเต็มที่ยังไงก็ยังน้อยกว่าแนวราบไป 1 องศาฯ ยิ่งพอถึงอายุ 70 ปี ก็กลายเป็นมะเขือเผาเลยครับ
ถึงตอนนี้ต่อให้แข็งยังไงก็ไม่มีทางชูคอขึ้นมา ขนาดแข็งเต็มที่แล้วก็ยังน้อยกว่าแนวราบไปตั้ง 25 องศาฯ
นอกจากการแข็งตัวจะลดลงแล้ว ความแรงในการปล่อยน้ำอสุจิก็ลดลงด้วย
จากที่เคยพุ่งปรี๊ดไปได้ไกลกว่า 60 เซนติเมตร ในวัยหนุ่ม พอแก่เข้าก็แค่หยดแหมะๆ
อย่างมากก็พุ่งไปได้ไกลเพียง 10 เซนติเมตรเท่านั้น
มาดูผู้หญิงกันบ้างดีกว่า ความต้องการทางเพศของผู้หญิงลดลงเมื่ออายุมากขึ้นเหมือนกันครับ
แถมจะลดลงมากกว่าซะด้วยซ้ำถ้าวัดกันในอายุที่เท่าๆ กัน แล้วยิ่งมีลูกมากเท่าไหร่
วันๆ ก็ยุ่งแต่เรื่องลูกก็ยิ่งทำให้ความต้องการลดลงกันไปใหญ่ ก็อย่างที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ยังไงครับ
ว่าคุณนายพวกนี้ก็มักให้ความสำคัญกับการเป็นแม่มากกว่าการเป็นเมีย
แต่ก็ใช่ว่าผู้หญิงจะมีความต้องการลดลงทุกคนเสมอไปนะครับ ผู้หญิงประเภทแม่ม่าย
กระดังงาลนไฟก็มีเยอะแยะ พวกนี้ส่วนมากก็ไม่ได้มีลูกให้ต้องรับผิดชอบ เรื่องอย่างว่าก็มักจะขาดมากกว่าจะมีกิน
แถมยังไม่ต้องมานั่งกระมิดกระเมี้ยนเหนียมอายอย่างสาวๆ ให้เสียเวลา สาวไหนว่าแน่มาเจอม่ายสาวพราวเสน่ห์
ก็เหมือนเอามวยมาชกกันคนละรุ่น
แต่เรื่องอย่างว่าก็ไม่ได้เป็นเหตุผลหลักที่คนสองคนจะใช้ชีวิตร่วมกันนะครับ ความรัก
ความเข้าใจ ความหวง ห่วงหาอาทร ความคิดถึงคนึงหาเหล่านี้ต่างหากครับที่เป็นเหตุผลสำคัญ
สำหรับเรื่องอย่างว่าแล้ว ถึงแม้ว่าอายุมากขึ้นแล้วความต้องการจะลดลงทั้งสองฝ่าย
ก็ถ้าแก่ตัวลงพร้อมๆ กันก็ไม่เห็นแปลก ต่างคนก็ต่างมีความต้องการน้อยลงพร้อมๆ กันไป
ที่จะลำบากหน่อยก็พวกวัวแก่ที่กินหญ้าอ่อนนั่นแหละครับ เพราะบางทีหญ้าก็อยากจะถูกกินจะตายอยู่แล้ว
แต่วัวแก่ก็ได้แต่แค่ดมๆ สุดท้ายหญ้าอ่อนก็เลยต้องไปหาวัวหนุ่มๆ จัดการให้แทน...สงสารวัวแก่จัง
โซ่ทองคล้องใจ...มีได้หรือเปล่า
คนที่แต่งงานกันตอนอายุมาก ก็มีเยอะแยะแทบทั้งนั้นที่อยากจะมีลูก มีทายาทเอาไว้สืบสกุล
แต่ไปไหนก็มีแต่คนบอกว่า อายุเยอะแล้วอย่ามีดีกว่าเดี๋ยวจะเป็นนั่น เดี๋ยวจะเป็นนี่
เดี๋ยวยังไม่ทันลูกโตแม่ก็ลงโลงไปซะก่อนแล้ว แต่การมีลูกสักคนมันก็เป็นเรื่องของเรา
เป็นการตัดสินใจของเราเท่านั้นครับ จะบอกว่าไม่ให้มีลูกตอนอายุมากแล้วก็คงจะใจร้ายไปหน่อย
เอาเป็นว่าขึ้นกับการตัดสินใจของแต่ละคนเอาเองดีกว่า แต่อย่างน้อยก็ควรมีการเตรียมตัวที่ดี
ไปหาหมอตรวจร่างกาย ตรวจภายใน เช็กมะเร็งปากมดลูก ตรวจเลือด ตรวจสุขภาพทุกอย่างจะได้มั่นใจว่า
สุขภาพยังแข็งแรงสามารถอยู่เลี้ยงลูกไปได้อีกนาน ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า ถ้าคุณแม่อายุเกิน 35 ปี
ก็ต้องเจาะน้ำคร่ำ เพื่อตรวจดูโครโมโซมของลูกในท้องดูว่ามีภาวะปัญญาอ่อนหรือเปล่า
ถ้าตรวจแล้วทุกอย่างปกติดีไม่มีปัญหาก็ดูแลการตั้งครรภ์เหมือนคนท้องปกติทั่วไป
แต่ก็ต้องระวังเรื่องความดันโลหิตสูงกับเบาหวานแทรกซ้อนในระหว่างการตั้งครรภ์ก็เท่านั้น
ความรักของหนุ่มสาวเป็นความรักที่เต็มไปด้วยจินตนาการ และความคาดหวัง
แต่ความรักของผู้ใหญ่มีแต่ชีวิตที่เป็นจริง เป็นความรักที่มั่นคงยืนนาน
ถึงตอนนี้ใครยังไม่แต่งงาน จะอายุมากแค่ไหน มันก็ไม่มีวันไหนที่จะสายเกินไปหรอกครับ
(update 22 กุมภาพันธ์ 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 105 กรกฎาคม 2547 ]
|