"แง...แม่จ๋า...แม่ครับ หนูคันก้น"
หน้าฝนทีไร เชื้อโรคต่างๆ ที่มากับน้ำก็มากขึ้น อีกทั้งลูกน้อยวัยซุกซนของเราก็ชอบเล่นน้ำ
เดินเท้าเปล่าย่ำน้ำ ย่ำโคลนทุกวัน บางคนเล่นไปเอาขนมเข้าปากไปด้วย เรื่องความสะอาดไม่ต้องพูดถึง
ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เสี่ยงต่อโรคต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะโรคพยาธิก็เป็นอีกโรคหนึ่ง
ที่ลูกน้อยวัยซนมีโอกาสได้รับมาก ในช่วงหน้าฝนนี้ โรคพยาธิจะพบสูงในเด็กตั้งแต่ 1-3 ปี
โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหาทางด้านสุขาภิบาลในชนบท แหล่งเสื่อมโทรม
เด็กส่วนใหญ่จะพบการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร โดยการกิน
การใช้มือที่ไม่สะอาดหรือไม่ได้ล้างมือให้สะอาดหยิบอาหารรับประทาน ซึ่งพยาธิที่พบบ่อยคือ
พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ และพยาธิแส้ม้า
อาการอย่างนี้ส่อแววโรคพยาธิ
การติดหนอนพยาธิส่วนใหญ่ไม่ก่อให้เกิดอาการ ยกเว้นกรณีที่มีพยาธิจำนวนมาก
หรือติดเชื้อมาระยะหนึ่งแล้วร่างกายค่อยๆ ได้รับผลกระทบจากพยาธินั้น
และอาการแสดงจะดีขึ้นอยู่กับการติดเชื้อว่าเกิดขึ้นที่ใด ซึ่งพยาธิแต่ละชนิดจะก่อโรคให้กับร่างกายลูกน้อย
แตกต่างกันตามชนิดของพยาธินั้นๆ เมื่อลูกน้อยมีพยาธิอยู่ในร่างกายจะเกิดอาการแตกต่างกันไป
ถ้าการติดเชื้อเกิดขึ้นในลำไส้อาจทำให้การดูดซึมอาหารทำได้ไม่ดี เกิดภาวะทุพโภชนาการ
เกิดอาการปวดท้องเป็นๆ หายๆ เกิดอาการซีดเนื่องจากมีเลือดออกในลำไส้ ถ้าหากพยาธิมีขนาดใหญ่
หรือมีจำนวนมากอาจทำให้ลำไส้อุดตัน เกิดอาการปวดท้องคลื่นไส้ อาเจียนและท้องอืดได้
นอกจากนี้พยาธิอาจชอนไชไปในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ท่อน้ำดี ทำให้เกิดอาการตัวเหลือง
ตาเหลือง ท่อน้ำดีอักเสบหรือติดเชื้อเป็นหนองที่ตับ หากผ่านเข้าไปถึงปอดจะเกิดอาการปวดอักเสบมีไข้
หอบ ไอมีเสมหะปนเลือด หากพบอาการดังกล่าวควรนำลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย
ซักประวัติ, การตรวจร่างกาย, การตรวจเลือด, การตรวจพบไข่พยาธิหรือตัวอ่อนในอุจจาระ
เป็นการตรวจเบื้องต้นเพื่อวินิจฉัยโรคพยาธิอย่างง่ายๆ แต่บางกรณีจะมีวิธีการตรวจที่ซับซ้อน
เช่น การตรวจในลำไส้เล็กส่วนต้นเพื่อหาตัวพยาธิบางตัว
เอ...ลูกมีพยาธิ จัดการยังไงดีเนี่ย
การรักษาโดยทั่วไปคุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามถ่ายพยาธิออกให้หมดทุกตัว
โดยการให้รับประทานยาถ่ายพยาธิเด็ก ซึ่งมียาที่ใช้รักษาพยาธิได้รวมหลายๆ ตัว
หรือบางกรณีจะใช้ยาเฉพาะพยาธิตัวนั้นๆ ก็ได้ ในกรณีที่มีพยาธิหลายตัวรวมกัน
ควรถ่ายพยาธิไส้เดือนกลมก่อน แล้วจึงถ่ายพยาธิอื่นๆ และควรใช้ยาถ่ายพยาธิที่ออกฤทธิ์ทั้งพยาธิไส้เดือนกลมและอื่นๆ
ได้ในเวลาเดียวกัน แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในการรักษาลูกน้อยที่มีพยาธิไส้เดือนกลมจำนวนมาก
เนื่องจากพยาธิทั้งหมดอาจเคลื่อนไหวผิดปกติจนพันกันเป็นก้อนอุดตันลำไส้เล็ก (intestinal obstruction)
หรืออาจทำให้ลำไส้ทะลุได้
การกินยาถ่ายพยาธิของลูกน้อย ควรแบ่งยาให้ลูกน้อยกินหลายๆ วัน โดยจัดขนาดยาให้เหมาะสม
เนื่องจากการใช้ยาถ่ายพยาธิไส้เดือนกลมส่วนมาก เป็นเพียงการทำให้พยาธิไม่เคลื่อนไหวแต่พยาธิไม่ถึงตาย
ดังนั้นในรายที่ผู้ป่วยท้องผูก ควรให้ยาระบายช่วยขับพยาธิออกมาด้วย นอกจากนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอ
เพื่อช่วยในการรักษาอาการแทรกซ้อนของโรคด้วย เช่น อาการขาดอาหาร โลหิตจาง ลำไส้อักเสบ
ถึงเวลาเลือกเพชฌฆาต...พยาธิในลูกน้อย
แม้พ่อแม่หลายคนจะทราบวิธีการรักษาโรคพยาธิจากลูกน้อยแล้ว แต่ปัญหาที่กวนใจคุณพ่อคุณแม่
เรื่องต่อมาเมื่อเดินไปถึงร้านขายยาที่มียารักษามากมายหลายยี่ห้อจนเลือกไม่ถูก ก็คือจะเลือกยาถ่ายพยาธิแบบไหน
อย่างไรดี ใช้อย่างไร ปริมาณเท่าไรถึงจะปลอดภัยต่อลูกน้อย เรามาดูรายชื่อยา วิธีรับประทานและปริมาณการรับประทาน
ที่เหมาะสมกับลูกน้อยนะคะ ซึ่งในปัจจุบันยากำจัดพยาธิที่เป็นที่นิยมแพร่หลายมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน ดังนี้
- Albendazole
ออกฤทธิ์กว้างและครอบคลุมต่อพยาธิหลายชนิด
ใช้ได้ผลดีมากในการกำจัดพยาธิที่อยู่ทั้งในและนอกลำไส้ ได้แก่ พยาธิตัวกลม เช่น พยาธิเส้นด้าย และพยาธิไส้เดือน,
พยาธิปากขอ, พยาธิเข็มหมุด, พยาธิแส้ม้า, พยาธิใบไม้ในตับ และพยาธิตัวตืด
- ขนาดรับประทาน ในเด็ก 2 ปีขึ้นไป กรณีไม่ทราบชนิดพยาธิ ให้ทานยาเม็ดขนาด 200 มก. 2 เม็ด ครั้งเดียว
หรือรับประทานชนิดยาน้ำแขวนตะกอน 1 ขวด (4000 มก./20 มล. บรรจุ 200 มล.) ครั้งเดียว
- ถ้าเป็นพยาธิตัวตืด ให้ทานยาเม็ดขนาด 200 มก. 2 เม็ด หรือยาน้ำแขวนตะกอน 1 ขวด (400 มก./20 มล. บรรจุ 20 มล.)
วันละครั้ง ติดต่อกัน 3 วัน
- ถ้าเป็นพยาธิใบไม้ในตับ ให้ทานยาขนาด 200 มก. 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ติดต่อกัน 3 วัน
หรือยาน้ำแขวนตะกอน 1 ขวด (400 มก./20 มล.) วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ติดต่อกัน 3 วัน
เพื่อการรักษาให้ได้ผลหายขาด ยา Albendazole ยังสามารถใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีได้
โดยรับประทานขนาด 200 มก. หรือ 2 ช้อนชา ครั้งเดียว
- Mebendazole
เป็นยาถ่ายพยาธิที่ออกฤทธิ์กว้างอีกชนิดหนึ่ง
ได้ผลดีในการกำจัดพยาธิตัวกรม, พยาธิปากขอ, พยาธิเข็มหมุด หรือ พยาธิเส้นด้ายและพยาธิแส้ม้า
- ขนาดรับประทาน โดยขนาดที่ใช้ในเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป ในการรักษาโรคพยาธิเส้นด้ายตัวกลม
ให้รับประทาน 100 มก. 1 เม็ด หรือ 1 ช้อนชา วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ติดต่อกัน 3 วัน แล้วให้ยาซ้ำอีกครั้งใน 2 สัปดาห์
ในการรักษาโรคพยาธิแส้ม้า พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ ให้รับประทาน 100 มก. 1 เม็ดหรือ 1 ช้อนชา
ตอนเช้าและเย็น ติดต่อกัน 3 วัน
- Niclosamide
เป็นยาถ่ายพยาธิที่ออกฤทธิ์ได้ดีกับพยาธิตัวตืด
ได้แก่ พยาธิตืดหมู และพยาธิตืดวัว
- ขนาดรับประทาน โดยขนาดที่ใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ให้รับประทาน 500 มก.
เด็กอายุ 2-6 ปี ให้รับประทาน 1,000 มก. เด็กอายุ 6 ปีขึ้นไปให้รับประทาน 2,000 มก. ครั้งเดียว
และหากพบว่าผู้ป่วยเป็นพยาธิตืดหมู ควรให้ยาถ่ายตามไปภายใน 2 ชั่วโมงถัดมา
ปกป้องลูกน้อยจากพยาธิ
พญ.ภัสสรา เลียงธนสาร กุมารแพทย์แนะนำว่า ถ้าสงสัยว่าลูกน้อยมีพยาธิ ก่อนอื่นควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์
เพื่อทำการวินิจฉัยว่าเป็นพยาธิชนิดไหนเพื่อทำการรักษาที่เหมาะสม เมื่ออยู่บ้านควรดูแลสุขอนามัยการขับถ่ายของลูก
กรณีเด็กโตให้ขับถ่ายในห้องน้ำ ถ้าเป็นเด็กเล็กต้องมีการเก็บทำลายผ้าอ้อมที่เปื้อนอุจจาระ
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อขึ้นภายในครอบครัว และควรฝึกสุขนิสัยสมาชิกในครอบครัวทุกคน
ให้ล้างมือหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง ดูแลตากที่นอนกับแดดจัดๆ ซักต้มผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน
เพื่อไม่ให้ตัวหรือไข่พยาธิเหลืออยู่ นอกจากนั้น พ่อแม่ต้องรักษาสุขลักษณะนิสัยและอนามัยส่วนตัว
ดูแลเรื่องความสะอาดตัวลูกน้อยและอาหารที่รับประทาน น้ำดื่มต้องสะอาด สอนลูกล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร
ผักต้องล้างสะอาดก่อนนำมาปรุงอาหาร รวมถึงการปรับปรุงสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ
และที่สำคัญควรห้ามลูกน้อยเล่นในสถานที่ที่เสี่ยงต่อการรับพยาธิค่ะ
(update 20 มกราคม 2005)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 กันยายน 2547 ]
|