โรคบางโรค อาการอาจจะไม่ได้ร้ายแรงอะไร ดูแลนิดหน่อยก็หายเองได้ แต่กับบางโรคหากรังแต่ปล่อยไว้
อาจส่งผลที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตลูกเราได้ตลอดชีวิต โรคคาวาซากิ เป็นโรคร้ายแรงแบบที่ว่านี้ครับ...
แรกทีเดียว ที่ได้ยินชื่อ โรคคาวาซากิ โรคอะไรกันเนี่ย ? ชื่อเหมือนยี่ห้อจักรยานยนต์ ต้องไขข้อข้องใจเสียหน่อยแล้ว...
ก็พอดีกับที่คนใกล้ตัวคนหนึ่งกระซิบบอกมาว่าเป็นโรคที่มีผลกระทบต่อหัวใจ ให้ไปถามศาสตราจารย์ นายแพทย์บุญชอบ พงษ์พาณิชย์
ประธานมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ โทรไปนัดเวลาเสร็จสรรพ คุณหมอก็ใจดีอธิบายให้เราฟังเกี่ยวกับโรคนี้อย่างละเอียดเลยครับ
โรคคาวาซากิ (Kawasaki disease) นี่ เขาตั้งตามชื่อคุณหมอคนแรกที่ค้นพบโรคนี้ครับ
โรคนี้กลุ่มอาการของของโรคประกอบด้วย ไข้สูง, มีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและเยื่อบุผิว
ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต เป็นโรคที่พบมากในเด็ก โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 4 ปี คุณหมออธิบาย
แล้วส่วนใหญ่มีอาการอย่างไรครับ ?
ส่วนใหญ่คือ มีไข้สูงและสูงเป็นพักๆ นานๆ 1-2 สัปดาห์ บางรายอาจนานถึง 3-4 สัปดาห์ และเด็กก็จะมีอาการอื่นๆ คือ
1. ตาแดง หลังมีไข้ประมาณ 1-2 วัน โดยตาขาวจะแดงโดยไม่มีขี้ตา และจะแดงอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์
2. ปากแดง แห้ง และผิวหนังที่ปากจะแตกลอกออกมา
3. มีผื่นที่ผิวหนัง โดยเฉพาะตามตัวและแขนขา เกิดหลังมีไข้ได้ 2-3 วัน และเป็นผื่นที่ไม่คัน
4. ต่อมน้ำเหลืองโต ส่วนมากจะเป็นที่คอและเป็นข้างเดียวเท่านั้น
5. มือเท้าบวมแดง
นอกจากนั้นมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดตามข้อ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
กระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ, ท้องเสีย, ชัก (ซึ่งอาจจะไม่ได้พบบ่อยนัก) เป็นต้น
เมื่อพบอาการดังกล่าวข้างต้น แม้จะไม่ครบทุกข้อ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ได้แล้วครับ
แล้วส่วนใหญ่เด็กในวัยไหนครับที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคนี้ ?
ส่วนใหญ่ 80-90% จะต่ำกว่าอายุ 5 ขวบครับ จะเริ่มเป็นกันได้ตั้งแต่อายุหนึ่งเดือนเลย
หลังจาก 5 ขวบ จะเป็นน้อย โรคนี้พบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงประมาณ 2:1
และมีโอกาสเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเดียวกัน (พี่น้อง) ได้ โดยหากคนหนึ่งเป็นอีกคน
จะมีโอกาสเป็นมากกว่าเด็กทั่วๆ ไป เด็กที่เคยป่วยอาจจะเป็นซ้ำได้อีก 3-5% ครับ
โรคนี้มีสาเหตุมาจากอะไรและจะส่งผลอย่างไรต่อเด็กๆ บ้างครับ ?
สาเหตุของโรคนี้จริงๆ เรายังไม่ทราบแน่ชัดครับ แต่จากการที่มีอาการค่อนข้างเร็ว
ไข้สูง, มีผื่นตามตัว, ต่อมน้ำเหลืองโต และตาแดง จึงคาดว่าโรคนี้น่าจะเกี่ยวกับการติดเชื้อ
หรือเป็นโรคเกี่ยวกับภูมิต้านทานผิดปกติ (Immunologic disease)
อาการต่างๆ ถ้าไม่รักษาก็จะหายไปได้เองภายใน 2-3 อาทิตย์
และจะหายเร็วมากขึ้นถ้าได้รับยาแอสไพริน (Aspirin) ร่วมด้วย
แต่ปัญหาที่เป็นอันตรายและอาจทำให้เกิดการเสียชีวิตขึ้นก็คือ
การเกิดแทรกซ้อนและลุกลามไปยังระบบอื่นๆ โดยเฉพาะที่สำคัญคือ
การอักเสบของหลอดเลือดแดงที่ทำหน้าที่เลี้ยงหัวใจ (Coronary artery) โดยพบประมาณ 20-30%
ความ
ผิดปกติที่ลุกลามไปยังระบบอื่นที่ว่านี้มีอะไรบ้างครับเป็นอันตรายแค่ไหน ?
25% ที่ไม่ได้รับการรักษาและปล่อยให้หายเอง อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ, ลิ้นหัวใจรั่ว
และเส้นเลือดแดงเลี้ยงหัวใจ (Coronary artery) อักเสบ หรือกระทั่งอาจทำให้เกิดเส้นเลือดแดงพองโต (aneurysm)
ซึ่งอาจจะเป็นตำแหน่งหรือหลายตำแหน่งก็ได้ โดยพบในช่วง 10-28 วันของโรค สิ่งที่ตามมาก็คือ
อาจจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานไม่ดีและหัวใจวายได้ ส่วนหลอดเลือดที่โป่งพองก็อาจจะเกิดการอุดตันจากลิ่มเลือด
ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ถ้าเป็นมากก็อาจจะมีอันตรายถึงชีวิตได้ครับ
เมื่อ
สงสัยว่าเด็กๆ เป็นโรคนี้คุณพ่อคุณแม่ควรจะทำอย่างไรดีครับ ?
ควรจะรีบมารับการวินิจฉัยและตรวจรักษาโดยเร็วที่สุด คือภายใน 10 วันครับ
เพื่อที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบดังกล่าว
เป็นโรคที่น่ากลัวจริงๆ นะครับ อย่าลืมนะครับว่าถ้าหนูน้อยมีอาการดังกล่าวข้างต้น
อย่าได้นิ่งนอนใจ รีบไปปรึกษาคุณหมอด่วนครับ
(update 27 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 112 กุมภาพันธ์ 2548 ]
|