ช่วงนี้สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาแล้วครับ นอกจากความชุ่มฉ่ำและเฉอะแฉะแล้ว
ยังมีโรคบางอย่างที่พร้อมจะจู่โจมสุขภาพของลูกที่คุณรักด้วย และโรคที่สำคัญโรคหนึ่งคือ
ไข้เลือดออก
- ไข้เลือดออก... โรคที่มาหลังฝนตก
หลังฝนตก น้ำฝนจะขังค้างอยู่ตามภาชนะต่างๆ ที่เราวางทิ้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นกระป๋อง กระถาง กะลา
จานรองขาตู้ ซึ่งล้วนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงทุกชนิด รวมทั้งยุงลาย... พาหะสำคัญของโรคไข้เลือดออก
หลังจากฝนตกเพียงไม่กี่วัน แพทย์จึงมักพบผู้ป่วยไข้เลือดออกเข้ามารับการรักษาเพิ่มขึ้นครับ
- ไข้เลือดออก... น่ากลัวเพราะชื่อ ?
คงเป็นเพราะชื่อของโรค ทั้งคำว่า ไข้ และคำว่า เลือดออก รวมทั้งการประโคมข่าวโรคไข้เลือดออก
ที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ซึ่งฟังแล้วทำให้ผู้คนรู้สึกกลัว ทั้งที่จริงๆ แล้ว ผู้ป่วยไข้เลือดออกในประเทศไทย
มีอัตราเสียชีวิตต่ำมาก การออกข่าวการระบาดของเชื้อไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ ความจริงก็คือสายพันธุ์ที่มีอยู่เดิม
เพียงแต่มาเกิดการระบาดขึ้นเท่านั้น
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้พ่อแม่และผู้ปกครอง เกิดความหวั่นวิตกครับซึ่งบางครั้งก็มากเกิน
ประกอบกับสื่อที่ออกข่าวถึงความน่ากลัวของโรคไข้เลือดออก พร้อมแนะนำให้พาผู้ป่วยมาพบแพทย์
เพื่อตรวจเลือดเมื่อมีอาการไข้ การกระทำดังกล่าวนอกจากจะสร้างความตระหนกให้กับสังคมของเราแล้ว
ยังไม่ได้ทำให้เกิดความปลอดภัยเสียทีเดียว แต่การมีความรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกต่างหาก
ที่จะช่วยให้สามารถวินิจฉัยหรือสงสัยโรคไข้เลือดออกในเบื้องต้นได้ ทั้งสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยทันท่วงทีครับ
- ไข้เลือดออก... มักจู่โจมเด็กโต
จากข้อมูลทางระบาดวิทยาพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเป็นเด็กโต วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว
โอกาสที่เด็กเล็กจะป่วยเป็นโรคไข้เลือดอก มีได้ครับแต่พบน้อย บ่อยครั้งที่พ่อแม่นำเด็กเล็กที่มีเพียงไข้ต่ำๆ
ซึ่งอาจเกิดจากไข้หวัด โดยพยายามเชื่อมโยงไปว่า เด็กได้ถูกยุงกัดหรือพ่อแม่เห็นตุ่มยุงกัด
และรู้สึกกังวลใจว่าลูกของตนจะป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก ซึ่งจริงๆ ถ้ามีความรู้เกี่ยวกับอาการของโรคนี้
คุณพ่อคุณแม่ก็คลายกังวลได้บ้าง และสามารถแยกอาการของโรคหวัดกับไข้เลือดออกได้ครับ
- ไข้เลือดออก... อาการที่ควรรู้จัก
อาการสำคัญของไข้เลือดออกคือ อาการไข้ ผู้ป่วยจะมีไข้สูง (39-40 องศาเซลเซียส) อยู่ 3-5 วัน
ไข้อาจลดลงบ้างหลังจากเช็ดตัวลดไข้หรือหลังกินยาลดไข้ แต่ไม่สามารถทำให้อาการไข้หายไปเลย
บางครั้งพ่อแม่จะพาเด็กมาพบปรึกษาแพทย์ด้วยเรื่องมีไข้ต่ำๆ หรือมีไข้เฉพาะเวลากลางคืน
ซึ่งกรณีดังกล่าว โอกาสที่เด็กจะป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกมีน้อยมากครับ
อาการอื่นๆ ที่พบบ่อยในผู้ป่วยไข้เลือดออก ซึ่งมักพบในวันที่ 2-3 ของโรค ได้แก่ อาการหน้าแดง
อาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหารและตับโต เด็กอาจมีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคล้ายที่พบในโรคไข้หวัดใหญ่
ซึ่งบางคนจะปวดอย่างรุนแรงแบบที่เรียกว่า ปวดเข้ากระดูก ก็ได้ แต่ไม่มีอาการของโรคหวัดแบบน้ำมูกไหล
หรือไอที่เด่นชัดนะครับ...
มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเสมอว่า ผู้ป่วยไข้เลือดออกมักมีผื่นร่วมด้วย ซึ่งที่จริงแล้วเราพบผื่นได้ไม่บ่อยนัก
โดยเฉพาะในระยะไข้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจมีจุดเลือดออกบริเวณแขนขา
ผื่นที่พบได้บ่อยมักเป็นผื่นในระยะพักฟื้น ซึ่งเป็นระยะที่ถือว่าใกล้หายจากโรคแล้ว
เรื่องเลือดออกในผู้ป่วยไข้เลือดออกนั้น ส่วนใหญ่เป็นบริเวณผิวหนัง เลือดกำเดา
และเลือดออกในกระเพาะอาหาร ซึ่งผู้ป่วยจะอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายอุจจาระมีสีดำ
บางครั้งภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหารอาจจะรุนแรงถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
โดยทั่วไปเด็กมีโอกาสจะมีเลือดกำเดาไหลได้ง่ายอยู่แล้ว โดยเฉพาะเวลามีไข้
ดังนั้นการวินิจฉัยโรคไข้เลือดออกโดยอาศัยเพียงอาการไข้ร่วมกับเลือดกำเดาไหลเท่านั้น
อาจทำให้การวินิจฉัยโรคมีโอกาสผิดพลาดสูง ควรพิจารณาอาการอื่นๆ ร่วมด้วยจะมีความถูกต้องมากกว่าครับ
- ระยะแสดงอาการของไข้เลือดออก
ระยะไข้ (3-5 วัน)
- ไข้สูง หน้าแดง อาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหาร ตับโต ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คล้ายที่พบในโรคไข้หวัดใหญ่
อาจปวดรุนแรงแบบที่เรียกว่า ปวดเข้ากระดูก อาจมีเลือดออกบริเวณผิวหนัง เลือดกำเดา อาเจียนเป็นเลือด
หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ
- อาการอื่นๆ นอกจากไข้มักพบในวันที่ 2-3 ของโรคเป็นต้นไป
ระยะวิกฤต (24-48 ชม.)
- ไข้ลดลง
- อาจมีภาวะเลือดออกอย่างรุนแรง
- ถ้ามีการรั่วของพลาสมาจะมีความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น
บางรายอาจถึงขั้นเกิดภาวะช็อก ซึ่งจะมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น
- หากอาการไข้ลดลง แต่เด็กมีอาการทั่วไปเลวลง ให้รีบมาพบแพทย์
ระยะพักฟื้น
-อาการโดยทั่วไปดีขึ้น รู้สึกอยากรับประทานอาหาร ดื่มน้ำได้เพิ่มขึ้น มีปัสสาวะเพิ่มขึ้น
มีผื่นคันที่บริเวณขาและเท้า อาจตรวจพบการเต้นของหัวใจช้าลงหรือเต้นผิดจังหวะชั่วคราวได้
-ยังต้องระมัดระวังเกี่ยวกับภาวะเลือดออก
- ไข้เลือดออก... กับการทดสอบทูนิเกต์
การพาเด็กมาพบแพทย์ในวันแรกๆ ของไข้ มักสร้างความลำบากใจให้กับแพทย์ผู้รักษาอยู่ไม่น้อยครับ
เนื่องจากการตรวจร่างกายผู้ป่วยมักไม่พบความผิดปกติใดนอกจากอาการไข้สูง การตรวจพบภาวะตับโต
และอาการเจ็บบริเวณลิ้นปี่และใต้ชายโครงขวา มักพบเมื่อมีไข้แล้วหลายวันการนำเครื่องวัดความดันมารัดที่แขน
เพื่อตรวจความเปราะของเส้นเลือดฝอยเรียกว่า การทดสอบทูนิเกต์ ผู้ป่วยที่ได้รับการทดสอบ
และเกิดจุดเลือดออกจำนวนมาก มีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคไข้เลือดออกครับ โดยเฉพาะหากจุดเลือดออกมีขนาดใหญ่
แต่อย่างไรก็ตาม การที่ผลการทดสอบทูนิเกต์เป็นลบ ไม่อาจทำให้แพทย์ตัดโรคไข้เลือดออกออกไปได้
โดยเฉพาะในวันแรกๆ ของไข้
- ไข้เลือดออก... กับการตรวจเลือด
หลายคนคิดว่า การตรวจเลือดสามารถยืนยันการวินิจฉัยโรคไข้เลือดออกได้อย่างแน่นอน
ประเด็นนี้นับว่าไม่ถูกต้องครับ การตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการต้องใช้เวลาหลายวัน
ส่วนใหญ่จะทราบผลเมื่อผู้ป่วยหายจากโรคแล้ว แม้ในปัจจุบันจะมีวิธีตรวจเลือดชนิดที่ทราบผลได้ทันที
แต่การตรวจวิธีนี้มีราคาแพงและต้องระมัดระวังในการแปลผล การทดสอบมักเชื่อถือได้ในผู้ป่วยที่มีไข้แล้วหลายวัน
ซึ่งขณะนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการของโรคที่ชัดเจน
การตรวจเลือดที่นิยมใช้เป็นการตรวจทางอ้อม เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด
ซึ่งมักเกิดขึ้นได้ชัดเจนเมื่อเด็กมีไข้แล้ว 2-3 วัน ดังนั้นการตรวจเลือดตั้งแต่ระยะแรกของโรคจึงไม่ค่อยมีประโยชน์
การตรวจนับเม็ดเลือดและเกล็ดเลือดนั้น สามารถทราบผลได้ภายใน 30 นาที
โดยมักพบจำนวนเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดลดลง
กรณีที่มีการรั่วของพลาสม่าออกนอกเส้นเลือด ซึ่งมักพบในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง
จะตรวจพบความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น จำนวนเกล็ดเลือดลดลงเป็นลักษณะสำคัญของโรคไข้เลือดออก
และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเลือดออก การตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของเลือดข้างต้น
จะทำให้แพทย์รู้สึกมั่นใจในการวินิจฉัยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นด้วยครับ
เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออก ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจะต้องนอนโรงพยาบาล
ผู้ป่วยไข้เลือดออกส่วนใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง แพทย์มักแนะนำให้ดูแลรักษาที่บ้านก่อนและนัดมาตรวจทุกวัน
การดูแลผู้ป่วยที่บ้านมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยควรให้เด็กดื่มน้ำบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้ น้ำเกลือแร่
หรือน้ำเปล่า และควรหลีกเลี่ยงน้ำดื่มที่มีสีแดงหรือสีดำ เนื่องจากถ้าผู้ป่วยอาเจียน
อาจทำให้เข้าใจผิดคิดว่าอาเจียนเป็นเลือด และควรระมัดระวังภาวะเลือดออกง่าย โดยหลีกเลี่ยงการแคะจมูก
การแปรงฟัน และการกระทบกระแทกอื่นๆ
การลดไข้ทำได้โดยการเช็ดตัว ยาลดไข้พาราเซตามอลทำให้ไข้ลดลงได้ แต่ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ
เนื่องจากยามีผลเสียต่อตับ อย่างไรก็ตาม พาราเซตามอลจัดเป็นยาเพียงตัวเดียวที่แนะนำให้ใช้ได้
และมีความปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ป่วยไข้เลือดออก เมื่อให้ยาลดไข้แล้ว ไม่ควรคาดหวังว่าไข้จะลดลงจนตัวเย็น
การใช้ยาลดไข้เป็นเพียงเพื่อต้องการประทังอาการเท่านั้น อาการไข้มักจะลดลงได้เองภายใน 3-5 วัน
และโรคจะดำเนินเข้าสู่ระยะวิกฤตและระยะพักฟื้นต่อไป
แพทย์มักแนะนำพ่อแม่ของเด็กที่สงสัยว่าเป็นโรคไข้เลือดว่า หากผู้ป่วยมีอาการปวดท้องรุนแรง
อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายเป็นสีดำ มีอาการทั่วไปเลวลงโดยเฉพาะเมื่อไข้ลดลง ต้องรีบพาไปโรงพยาบาล
ซึ่งแพทย์อาจจะต้องรับเด็กไว้รักษาในโรงพยาบาล เพื่อให้น้ำเกลือและติดตามอาการผู้ป่วย
อาจจำเป็นต้องตรวจความดันโลหิตและความเข้มข้นของเลือดเป็นระยะๆ
จากระยะไข้ ซึ่งเป็นระยะแรกของโรคและกินเวลา 3-5 วัน จะดำเนินไปสู่ระยะวิกฤต ผู้ป่วยจะมีไข้ลดลง
และอาจมีภาวะเลือดออกอย่างรุนแรง ผู้ป่วยที่มีการรั่วของพลาสมาจะมีความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น
บางรายอาจถึงขั้นเกิดภาวะช็อกได้ ผู้ป่วยจะมีอาการมือเท้าเย็น กระสับกระส่าย แพทย์มักแนะนำผู้ปกครองเด็กเสมอว่า
หากอาการไข้ลดลง แต่เด็กมีอาการทั่วไปเลวลง ให้รีบมาพบแพทย์ ซึ่งลักษณะนี้แตกต่างจากโรคอื่นๆ
ที่เด็กมักจะมีอาการดีขึ้นเมื่อไข้ลดลง
แม้ว่าระยะวิกฤตจะกินเวลาเพียง 24-48 ชั่วโมง แต่เป็นช่วงเวลาที่แพทย์และพยาบาล
ต้องติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดมากกว่าในระยะไข้ แพทย์อาจต้องปรับเพิ่มปริมาณของน้ำเกลือ
ให้เพียงพอต่อการไหลเวียนโลหิตของผู้ป่วย บางครั้งอาจต้องให้เลือดหรือผลิตภัณฑ์ของเลือดอื่นๆ
ผู้ป่วยที่มีอาการของโรคไม่รุนแรง จะไม่มีระยะนี้ให้เห็นชัดเจน โดยจะมีการดำเนินโรคเข้าสู่ระยะพักฟื้นต่อไป
- เมื่อผู้ป่วยไข้เลือดออกมีอาการดีขึ้น
เมื่อการดำเนินโรคเข้าสู่ระยะพักฟื้น ผู้ป่วยจะมีอาการโดยทั่วไปดีขึ้น เริ่มรู้สึกอยากรับประทานอาหาร
ดื่มน้ำได้เพิ่มขึ้น มีปัสสาวะเพิ่มขึ้น บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยจะมีผื่นบริเวณผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณขาและเท้าทั้งสองข้าง
ซึ่งมักมีอาการคันร่วมด้วย นอกจากนั้นแพทย์อาจตรวจพบการเต้นของหัวใจช้าลงหรือเต้นผิดจังหวะ
ซึ่งมักเป็นอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น การที่ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นหรือตรวจพบผื่นในระยะพักฟื้น
เป็นสัญญาณบอกว่าผู้ป่วยผ่านระยะอันตรายของโรคแล้ว อย่างไรก็ตามผู้ป่วยจะยังมีจำนวนเกล็ดเลือดต่ำอยู่อีกประมาณ 1 สัปดาห์
จึงต้องระมัดระวังเกี่ยวกับภาวะเลือดออก
การป้องกันยุงลายกัดเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันโรคไข้เลือดออก แม้ว่าบ่อยครั้งที่อาจหลีกเลี่ยงได้ยากก็ตาม
ควรงดพาลูกออกนอกบ้านในเวลากลางคืน อาจใช้มุ้งหรือติดมุ้งลวด ใช้ยาจุดกันยุง ยาฉีดกันยุง หรือยาทากันยุง
ทุกบ้านควรสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ยุงอย่างสม่ำเสมอ และทำลายภาชนะต่างๆ ที่มีน้ำขัง หากเป็นภาชนะที่ทำลายไม่ได้อาจใส่ทรายอะเบท
ในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ควรเลี้ยงปลาหางนกยูงเพื่อให้กินลูกน้ำของยุงลายครับ
วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกเป็นความหวังของวงการแพทย์ในการควบคุมโรคไข้เลือดออกครับ
ซึ่งขณะนี้วัคซีนกำลังอยู่ในขั้นทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย น่าจะสามารถนำมาใช้ได้อย่างแพร่หลายในเร็ววันนี้
แต่ก็เป็นที่คาดหมายกันว่าวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกจะมีราคาแพงทีเดียว
คุณพ่อคุณแม่ครับ... ไข้เลือดออกเป็นโรคที่พบได้บ่อยในหน้าฝน เราคงต้องพร้อมที่จะรับมือกับโรคนี้
ด้วยการมีความรู้ที่ดีเกี่ยวกับโรค ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กโต มีอาการไข้สูง อาเจียน ปวดท้อง
และอาจมีเลือดออก ถ้าอาการของโรครุนแรง อาจมีภาวะช็อกซึ่งมักเกิดเมื่อไข้ลดลง
การพบแพทย์และการตรวจเลือดควรทำในวันที่ 3 ของไข้เป็นต้นไป การดื่มน้ำบ่อยๆ และการลดไข้
เป็นการดูแลรักษาเบื้องต้นที่บ้าน ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจต้องับไว้ให้น้ำเกลือในโรงพยาบาล
การหลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงกัดและการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรค
จนกว่าจะมีวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกใช้อย่างแพร่หลายในอนาคตอันใกล้
อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์หากมีข้อสงสัยครับ
(update 31 มกราคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 256 พฤษภาคม 2547 ]
|