หลากปัญหาเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยของลูก


การเจ็บป่วยเป็นปัญหาหนักหัวอกหัวใจของคนที่เป็นพ่อแม่ใช่ไหมคะ ก็เวลาเห็นลูกมีอาการอันเนื่องมาจากเจ็บไข้ได้ป่วยแล้ว น่าสงสารจริงๆ วันนี้เลยถือโอกาส นำเรื่องการดูแลและรักษายามหนูๆ เจ็บป่วยมาฝากกันค่ะ


1. ตอนนี้ลูกอายุ 1 ขวบ ช่วงนี้รู้สึกว่าลูกเป็นไข้บ่อยมากค่ะ พอลูกเป็น คนในบ้านก็ติดต่อกันไปเรื่อยๆ จึงอยากขอคำแนะนำคุณหมอเกี่ยวกับการดูแลเมื่อลูกเป็นไข้

อิริยะ/กทม.

เมื่อลูกเป็นไข้ สิ่งจำเป็นที่สุดคือการลดไข้ให้ลูก วิธีที่ง่าย ปลอดภัย และสะดวกที่สุด คือ การเช็ดตัวลดไข้ แต่ก็จะลดได้ระยะสั้นๆ ดังนั้นจึงต้องเช็ดบ่อยๆ แต่หากมีลักษณะของไข้ไม่ลด ควรให้ยาลดไข้ร่วมด้วย ยาพาราเซตามอล เป็นยาลดไข้ที่ปลอดภัยกว่ายาชนิดอื่น รับประทานได้ทุก 4-6 ชั่วโมง โดยทั่วไปการเป็นไข้นั้นมักเกิดจากไวรัส ซึ่งหายเองได้ในระยะเวลา 2-5 วัน หากมีไข้ 2 วันแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการไข้รุนแรง ก็ควรพาไปพบแพทย์ครับ

2. การให้ยาลดไข้สำหรับเด็กนั้นสามารถให้ได้ตอนที่ลูกอายุกี่ขวบ เด็กเล็กๆ ให้ได้ไหม วิธีการให้ยาลดไข้ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ควรให้ตามอายุหรือน้ำหนักตัวเด็ก

อดิศักดิ์/ประจวบฯ

การให้ยาลดไข้สำหรับเด็กนั้น สามารถให้ได้ตั้งแต่แรกเกิดครับ แต่การให้ในเด็กทารกที่เล็กมากๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะเด็กแรกเกิดบางคนอาจยังมีการทำงานของร่างกายไม่สมบูรณ์ การให้ยาลดไข้นั้น ควรให้ร่วมกับการเช็ดตัวครับ และควรให้ตามน้ำหนักตัวของเด็ก

โดยทั่วไปยาพาราเซตามอลจะใช้ขนาด 10-20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อครั้ง ส่วนใหญ่จะเริ่มที่ประมาณ 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อครั้งก่อน และให้ได้ทุก 4-6 ชั่วโมงครับ

3. ลูกมีอาการตัวร้อนค่ะ แต่ดูว่าไม่ได้มีอาการไข้หรืออาการอื่นๆ ร่วมด้วยเลย เป็นไปได้ไหมคะที่เด็กตัวร้อนแต่ไม่ได้เป็นไข้ แล้วถ้าลูกไม่ได้เป็นไข้ สาเหตุของอาการตัวร้อนนั้นมาจากอะไรได้บ้าง

ประไพ/เพชรบูรณ์

การที่สังเกตว่าลูกตัวร้อนนั้น หากไม่แน่ใจควรวัดอุณหภูมิร่างกายดูครับ หากวัดทางทวารหนักจะมีอุณหภูมิที่ 37.5 องศาเซลเซียส แต่หากเป็นที่ปาก หรือรักแร้จะมีอุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ก็จะเรียกว่าเป็นไข้ครับ การสังเกตดูนั้นอาจผิดพลาดได้เนื่องจากอุณหภูมิที่มือของคุณแม่เย็นไปก็ได้ครับ จึงควรวัดไข้ตามวิธีที่เหมาะสมดีกว่าครับ

4. ไข้หวัดนกกับไข้หวัดธรรมดาแตกต่างกันหรือเปล่าครับ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกเป็นไข้ประเภทไหน

พรนพ/นนทบุรี

ไข้หวัดนกนั้น มีลักษณะแบบไข้หวัดใหญ่ครับ คือมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตัว มีน้ำมูก จามและไอได้ แต่ต้องมีประวัติการสัมผัสกับสัตว์ปีกด้วยครับจึงมีโอกาสติดเชื้อ หากไม่แน่ใจก็ไปพบและปรึกษาแพทย์ก่อนจะคิดกังวลดีกว่าครับ

5. ลูกเป็นหวัด มีน้ำมูกไหล พอสัก 2 วันก็มีไอร่วมด้วย คือลูกจะเป็นหวัดง่ายมาก เป็นทุกเดือนเลยค่ะ ตั้งแต่อายุ 8 เดือน จนกระทั่ง 2 ขวบ พาไปหาหมอ หมอให้เอกซเรย์ดู หมอบอกว่าอาจเป็นภูมิแพ้ หรือไซนัสเพราะน้องยังเล็กอยู่ เอกซเรย์ดูแล้วได้ผลไม่แน่นอนคือเห็นไม่ชัดน่ะค่ะ ดิฉันสังเกตดูถ้าเจออากาศเย็นหน่อย รุ่งเช้าน้องก็จะมีน้ำมูกใสๆ คือเป็นหวัดเลยค่ะ บางครั้งก็จะมีน้ำมูกใสๆ เฉพาะช่วงเย็น เป็นอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็หายไป

อยากทราบว่าน้องเป็นภูมิแพ้หรือเปล่าค่ะ มีวิธีรักษาอย่างไรและมีวิธีป้องกันอย่างไร เพราะน้องต้องกินยาแก้หวัด แก้อักเสบ แก้ไอ ทุกเดือนเลย แล้วจะมีผลต่อสุขภาพน้องอย่างไรบ้างค่ะ

รักษ์ภาวนา/กทม.

จากอาการที่เล่ามาเข้าได้กับอาการของโรคภูมิแพ้ครับ อย่างไรก็ตาม ควรพาไปพบกุมารแพทย์ หรือกุมารแพทย์โรคภูมิแพ้อีกครั้งก่อนครับ เพื่อให้ทราบผลที่แน่นอนว่าเป็นหรือไม่

การรักษาโรคหวัดนั้น ปกติประมาณร้อยละ 80 เป็นจากไวรัสครับ การให้ยาแก้น้ำมูก ไอ แก้ไข้ ตามความจำเป็นก็ไม่เป็นปัญหา ส่วนยาแก้อักเสบนั้นควรให้ตามแพทย์แนะนำครับ

6. ลูกชายมักจะจามติดต่อกัน 4-5 ฮัดเช้ย/ครั้ง/วัน และทุกวันจะมีหน้าสีแดงจัด ตอนนี้ก็ยังไม่หาย พอกลางดึกจะมีเสียงครืดคราดภายในลำคอของเขา และหายใจแรงเป็นบางครั้ง อาการอย่างนี้ผิดปกติหรือไม่

แม่น้อง First/ชลบุรี

ลักษณะอาการคล้ายจะเป็นจากการแพ้อากาศครับ โดยเฉพาะเวลาที่อากาศเย็น หากมีอาการตอนกลางคืนและเช้ามืด แต่พอสายๆ ก็หายไป ก็อาจเป็นอาการของโรคภูมิแพ้ชนิดที่เรียกว่า ทางเดินหายใจไวต่อการกระตุ้นครับ คือเมื่ออากาศเย็นหรือได้รับเชื้อโรคก็จะกระตุ้นให้มีการหลั่งมูกในทางเดินหายใจ เป็นน้ำมูก และเสมหะในหลอดลม จึงเกิดเสียงครืดคราดครับ ควรปรึกษาแพทย์ดูครับ

7. ลูกสาวเป็นหวัดและไอบ่อย เนื่องจากที่บ้านอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ตื่นมาตอนเช้าๆ จะจามและไอ มีน้ำมูกบางครั้งก็เขียว แต่สายๆ ก็จะใส แต่ตอนช่วงกลางวันก็จะไม่ค่อยไอและน้ำมูกก็จะแห้ง กลางคืนถ้าอากาศค่อนข้างเย็นหรือลูกนอนดิ้นผ้าห่มหลุด ก็จะไอและอาเจียนบ่อยๆ เป็นมาประมาณ 3 เดือนกว่าแล้วค่ะ ได้พาลูกไปหาหมอมามากกว่า 5-6 ครั้ง ตอนช่วงทานยาอาการก็ดีขึ้น แต่พอยาหมดไปประมาณ 1 สัปดาห์ก็กลับมาเป็นอีกค่ะ

แม่น้องวรวี/เพชรบูรณ์

ลองไปปรึกษากุมารแพทย์ระบบทางเดินหายใจหรือโรคภูมิแพ้ดูครับ เพราะอาการที่เล่าอาจเกิดจากโรคภูมิแพ้ หรือโรคในระบบทางเดินหายใจก็ได้ครับ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีอาการอาเจียนบ่อยและเป็นเด็กช่วงวัยขวบปีแรก คุณหมอก็อาจให้ตรวจระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย ก็ควรทำตามคำแนะนำครับ เพราะอาการที่เล่ามานั้นเป็นลักษณะกลุ่มอาการที่ต้องค้นหาสาเหตุตั้งแต่ต้นครับ

8. ตอนนี้ฝากน้องเลี้ยงที่เนิร์สเซอรีค่ะ เป็นของโรงพยาบาล ไม่ทราบว่าน้องเข้าออกโรงพยาบาลทุกวัน ยกเว้นวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ จะมีโอกาสติดเชื้อโรคหรือเปล่าคะ เนิร์สเซอรีอยู่ชั้น 4 ต้องผ่านห้องตรวจหลายห้องเลยค่ะ (ฝากเลี้ยงตั้งแต่อายุ 3 เดือน) ตอนนี้น้องอายุ 5 เดือนแล้วค่ะ

วิราวรรณ/ระยอง

โดยปกติ หากเป็นการเลี้ยงในโรงพยาบาล มักจะมีการจัดเส้นทางให้ไม่พบกับผู้ป่วยอยู่แล้วครับ อย่างไรก็ตามการที่เด็กมาอยู่รวมกันหลายคน ก็มีโอกาสติดเชื้อระหว่างกันได้ง่ายกว่าเลี้ยงเดี่ยวๆ ที่บ้าน เพราะบางครั้งบางโรค เช่น ไข้หวัด สามารถแพร่เชื้อโรคได้ตั้งแต่ยังมีอาการน้อยๆ กว่าจะสังเกตพบอาการก็กระจายเชื้อไปแล้ว ถึงแม้จะแยกห้องก็มักจะมีการแพร่กระจายเชื้อหวัดแล้ว จึงทำให้ที่ฝากเลี้ยงไม่ว่าเนิร์สเซอรีใดก็เป็นเช่นนี้ได้ครับ หากเป็นบ่อยมาก ควรแยกมาเลี้ยงเองที่บ้าน ก็จะไม่ค่อยป่วยครับ

9. ตอนนี้ลูกสาวดิฉันอายุได้ 1 เดือน กับ 17 วันแล้ว แต่ลูกมักจะเป็นหวัดเสมอ คืออาการคัดจมูก และเวลาจามจะมีน้ำมูกใสๆ ตลอด ดิฉันพาลูกไปพบคุณหมอแล้ว คุณหมอที่คลินิกให้ยาหยอดจมูกชื่อว่า อิลิอาดินเมอร์ค มา แต่คุณหมอได้กำชับว่าไม่ให้หยอดยาบ่อยเกินไป เพราะลูกยังเล็กเกินไป แต่ดิฉันอ่านฉลากยาที่แนบมา เขาเขียนว่า ไม่ควรใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี แบบนี้ถ้าใช้ไปเรื่อย จะเป็นอันตรายหรือเปล่าคะ

แม่บุ๋ม/อุตรดิตถ์

เด็กเล็กๆ หากใช้น้ำเกลือ (Normal saline) หยอดจมูกเพื่อให้น้ำมูก เสมหะ ละลายออกไป จะดีกว่าใช้ยาครับ อย่างไรก็ตาม การใช้ยาที่กล่าวมาก็สามารถให้ได้ และให้เมื่อเกิดอาการมากๆ ครับ แต่การให้ยาชนิดนี้ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 1 สัปดาห์ เพราะจะทำให้ไม่ได้ผลครับ หากให้เพียงบางครั้ง บางวัน จะได้ผลดีกว่าครับ ลองปรึกษาคุณหมอผู้ให้การดูแลอีกครั้งครับ เพราะคุณหมอได้ตรวจร่างกาย การสั่งยาจะตรงกับโรคที่เป็นได้ดีกว่าดูจากอาการที่ได้จากจดหมายครับ

(update 12 เมษายน 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 256 พฤษภาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600