ร่วมรณรงค์ ชนะทุกข้อ


แต่ก่อน คนไทยตัวใหญ่ แข็งแรง ทั้งที่ไม่ได้กินนม กินเนื้อสัตว์มากอย่างปัจจุบัน... เป็นบันทึกของ "หมอบรัดเล่ย์" หมอฝรั่งที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย สมัยรัชกาลที่ 4...

ปัจจุบัน คนไทยป่วยด้วยโรค "คนเมือง" กันมาก เป็นอุบัติการณ์เดินตามหลังตะวันตก ที่มักป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง และ โรคข้อ ก็กำลังเป็นโรคฮิต สถิติผู้ป่วยโรคข้อพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

ข้อมูลนี้รายงานโดย บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านวิจัยเวชภัณฑ์รักษาอาการปวดโรคกระดูกและข้อ ที่เผยตัวเลขผู้ป่วย โรคกระดูกและข้อ ในไทยและทั่วโลก ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน 5% ของคนไทย ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคนี้ มีคุณภาพชีวิตย่ำแย่

โรคข้อ เป็นกลุ่มโรคที่เกิดขึ้นบริเวณโครงสร้างของข้อ โดยอาการเจ็บ ปวด ตามข้อ ข้อบวมหรือแดงร้อน การอักเสบของเอ็น พังผืด อาการฝืด ตึง ขัด ในการเคลื่อนไหวของข้อ การสูญเสียการทำงานของข้อ การผิดรูปร่างของข้อ และอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ เป็นอาการเจ็บปวดที่ผู้ป่วยต้องทรมาน และถ้าอาการถึงขั้นอักเสบ และกำเริบมากขึ้นถึงขนาดเรื้อรัง อาจถึงขั้นพิการได้

ผศ.นพ.สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์ หัวหน้าสาขาโรคข้อและรูมาติสซั่ม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า โรคกระดูกและข้อ เป็นโรคที่มีมานานแล้ว ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคนี้มากมายทั่วโลก ในเมืองไทย พบผู้ป่วยโรคข้อ อยู่ในกลุ่มคนอายุ 40-60 ปี โดยเฉพาะกลุ่มอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีสถิติป่วยด้วยโรคข้อเสื่อมถึง 50% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ที่ผ่านมา โรคกระดูกและข้อไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร เมื่อเปรียบเทียบกับโรคอื่นๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคเอดส์ โรคหัวใจ เนื่องจากคนทั่วไปคิดว่า ไม่เป็นโรคร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต และมักเป็นเรื่องของโรคชราธรรมดา

คุณหมอให้ความรู้ว่า โรคข้อเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการอักเสบบริเวณโครงสร้างภายในและภายนอกของข้อ โดยมีอาการหลายอย่าง ที่พบบ่อย ได้แก่ เจ็บปวดตามข้อ ข้อบวมแดงร้อน การผิดรูปร่างของข้อ การเจ็บปวดกล้ามเนื้อ โรคข้อแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ กล่มโรคข้อที่มีลักษณะอาการอักเสบภายใน เช่น โรคข้ออักเสบจากการติดเชื้อ โรคเกาต์ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และกลุ่มโรคข้อที่มีลักษณะเกิดจากการรับน้ำหนัก และการใช้งานมานาน เช่น โรคข้อกระดูกเสื่อม โรคข้อกระดูกสันหลังเสื่อม

โรคข้อที่ร้ายแรง ได้แก่ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ที่อาจทำให้ผู้ป่วยเป็นง่อยได้หากเป็นมาก และโรคลูปุสที่อาจทำให้เสียชีวิตได้หากรักษาไม่ถูกต้อง โรคข้อเกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย มีหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักๆ คือ อายุ ผู้สูงอายุมักเป็นโรคข้อเสื่อม ส่วนเด็กอาจเป็นโรคข้ออักเสบ อีกสาเหตุหนึ่งคือกรรมพันธุ์ เช่น บางรายมีกระดูกอ่อนผิดปกติมาแต่กำเนิด อีกสาเหตุหนึ่งคือ น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ทำให้ข้อเข่าหรือข้อสันหลัง ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป จึงเสื่อมสภาพเร็ว

กลุ่มอาการโรคข้อที่เป็นกันมาก ได้แก่ โรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ แบ่งอาการและลักษณะออกเป็น

โรคข้อเสื่อม มักเกิดกับผู้สูงอายุ หรือผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนมากพบในเพศหญิง มักมีอาการเจ็บปวดตามข้อ บริเวณข้อเข่า ข้อนิ้วมือ กระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง ข้อจะติดขัดขยับไม่ค่อยออก อาจมีเสียงลั่นดังในข้อ ข้ออาจเป็นตุ่มนูน ข้อคดงอหลวมคลอนได้

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ มักเกิดกับคนอายุระหว่าง 20-60 ปี เพศหญิงพบมากกว่าเพศชาย อาการเจ็บปวดและบวมตามข้อมักเรื้อรัง และเป็นในหลายๆ ข้อ และจะมีอาการข้อยืด ในตอนเช้าข้อมักจะบวม ระยะท้ายๆ ข้อจะคดงอ และพิการผิดรูปผิดร่างไปได้ โรคนี้ถ้าเป็นมากอาจถึงขนาดทำให้เป็นง่อยได้


แนวทางการรักษา แบ่งเป็น
1. การรักษาทั่วไป คือการออกกำลังกาย การพักผ่อน จะช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ต้องให้สมดุลกัน เช่น เมื่อโรคกำเริบก็ให้พักเพื่อลดการอักเสบและลดอาการปวด เมื่อไม่มีอาการก็ให้ออกกำลังกายเพื่อช่วยให้ข้อแข็งแรงขึ้น ผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อลดอาการปวด และช่วยให้ดำเนินชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น และต้องระวังเรื่องการบริโภค แม้จะยังไม่มีหลักฐานว่าอาหารจะช่วยในการรักษา แต่ก็พึงหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง และรับประทานอาหาร ที่มีแคลเซียมเพียงพอ

2. การรักษาทางกายภาพบำบัด เป็นการรักษาเพื่อลดอาการและป้องกันการพิการของข้อ และฟื้นฟูสมรรถภาพข้อให้ใช้งานได้ดีที่สุด เป็นการรักษาที่ใช้ควบคู่กับการรักษาทางยาและการผ่าตัด

3. การรักษาทางยา ควรเลือกใช้ยาที่เหมาะสมกับชนิดของโรคข้อ และถูกต้องกับปัญหาที่พบในระยะของโรค อาจเป็นยาที่ใช้เฉพาะโดยตรง หรือยาระงับหรือบรรเทาอาการ แม้ว่ายาเหล่านี้อาจให้ผลในการรักษาดี แต่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อน

ช่วงปี พ.ศ.2543-2553 องค์การอนามัยโลก หรือ WHO กำหนดให้เป็น "ทศวรรษโรคกระดูกและข้อ" และจัดโครงการรณรงค์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคข้อไปทั่วโลก ผู้ใดมีอาการว่าข้อเข่ามีปัญหา อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์


(update 11 เมษายน 2005)
[ ที่มา... กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600