ทำงานแบบ ไม่เอาต์


ใครกำลังบ่นว่าเบื่องาน เบื่อที่ทำงาน เห็นว่างานที่ทำอยู่ซ้ำซากจำเจ
ลองทบทวนเสียหน่อยดีไหมว่า เราปล่อยตัวเองให้ทำงานแบบเช้าชามเย็นชามอยู่หรือเปล่า

จริงๆ แล้ว แม้ว่าตำแหน่งหน้าที่การงานของเราจะไม่ขยับไปไหน แต่การไม่พัฒนาตัวเองไม่เพียงเป็นการหยุดนิ่งอยู่กับที่ บางทีอาจถึงกับทำให้เรา 'เอาต์' ตกขอบเอาง่ายๆ เพราะว่าในโลกของการทำงานมีคนรุ่นใหม่ ความรู้ใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลา คนที่ขยันเรียนรู้ พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลานั่นแหละจึงจะไม่ 'เอาต์' และไม่พบกับความซ้ำซากจำเจ

ตัวอย่างของคนทำงานที่ไม่ยอม 'เอาต์' อาจารย์สมพงษ์ บริพัตร อาจารย์ระดับ 5 วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ ผู้เริ่มต้นชีวิตการทำงานราชการด้วยการเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย วุฒิปวส. ในตำแหน่งพนักงานบัญชี เล่าถึงการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งว่า มีทั้งการหาความรู้ใหม่ๆ ใส่ตัวไปจนถึงพยายามประยุกต์ใช้ความรู้นั้นกับหน้าที่การงาน ความรู้ใหม่ๆ ที่สำคัญสำหรับยุคนี้ เรื่องหนึ่งไม่พ้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามามีบทบาทในการทำงาน อาทิ คอมพิวเตอร์

”คอมพิวเตอร์จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เสมอ ผมจะหาหนังสือมาอ่านว่าโปรแกรมนั้นโปรแกรมนี้เขาใช้กันอย่างไร หรือไม่ก็คอยสอบถามคนที่เขารู้มากกว่าเรา พอรู้ก็นำมาปรับใช้กับการทำงาน อย่างสมัยก่อนห้องการเงินจะใช้ระบบพิมพ์ดีด ผมเป็นหนึ่งในทีมงานที่ผลักดันให้วิทยาลัยหันมาใช้คอมพิวเตอร์ เปลี่ยนจากใบเสร็จที่เคยด้วยมือ พัฒนามาพิมพ์ใส่ลงในคอมพิวเตอร์ แล้วพิมพ์ออกมา เพื่อความคล่องตัวและทันสมัย เรื่องรับเงินสดก็เหมือนกัน สมัยก่อจะมีปัญหาเรื่องเงินขาด เงินหายบ้าง ก็เปลี่ยนมาจ่ายเงินผ่านธนาคารเพื่อลดปัญหาดังกล่าว”

นอกเหนือจากนี้ อาจารย์สมพงษ์ยังเห็นว่าคนทำงานยังต้องทันกระแส รอบรู้เหตุการณ์อีกต่างหาก ถึงจะเป็นข้าราชการที่ไม่ต้องอยู่ในกระแสการแข่งขันอย่างพนักงานบริษัทเอกชนมากนักก็ตาม แต่เขาก็ให้ความสำคัญกับการติดตามข่าวสารจากสื่อรอบด้านเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะทางอินเทอร์เน็ตที่ถือว่าเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ ที่สามารถติดตามกระแสข้อมูลข่าวสารได้ง่ายและรวดเร็ว แล้วยังเป็นแหล่งเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วยในตัว เขาบอกว่า “อย่างน้อยวันหนึ่งๆ ผมจะต้องอ่านภาษาอังกฤษสัก 1 ครั้ง เพื่อฝึกภาษาและได้รู้ข้อมูลข่าวสาร”

เขาคิดว่า การเพิ่มพูนทักษะความรู้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตการทำงาน นับตั้งแต่เริ่มทำงานที่เขาทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย โดยเรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการทั่วไป มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รวมทั้งยังกระตือรือร้นเข้ารับการอบรมต่างๆ ที่วิทยาลัยมอบหมายให้เข้าร่วม ยิ่งไปกว่านั้นบางครั้งก็ยอมจ่ายเงินสมัครเข้ารับการอมรมเสียเอง ความกระตือรือร้นใส่ใจหาความรู้อยู่ตลอดเวลานี้เอง ที่ทางวิทยาลัยได้มองเห็น จึงคิดพัฒนาให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นอาจารย์ โดยให้เข้ารับการอบรมเรื่องการจัดแผนการสอนด้วย นอกเหนือจากนี้เขายังตัดสินใจเรียนปริญญาโทสาขาการจัดการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกด้วย

”ผมจะรู้สึกอยู่เสมอว่าการเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้นหรอก คนเราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา และการเรียนปริญญาโทจะช่วยให้เราได้ความรู้มากขึ้นทั้งจากเพื่อนที่เรียนด้วยกัน จากหนังสือที่อ่านมากขึ้น และจากครูผู้สอน”

การพัฒนาตัวเองของอาจารย์สมพงษ์ผลที่ได้ไม่เพียงตกอยู่กับตัวเอง ยังทำให้เด็กๆ ที่เป็นลูกศิษย์พลอยได้รับความรู้อย่างกว้างขวางมากขึ้นด้วย นับเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจเสียยิ่งกว่าอะไร

ทุกวันนี้ แม้อาจารย์สมพงษ์จะทำงานเป็นทั้งเจ้าหน้าที่การเงิน และครู รวมทั้งเรียนปริญญาโทไปด้วย แต่ใจดวงนี้ก็ไม่เคยล้า ยังกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่คำนึงว่าจะได้ขั้นครึ่งหรือสองขั้น เพราะความรู้ที่เพิ่มพูนนั่นเองกลับเป็นเชื้อเติม 'ไฟ' ในชีวิตการทำงานใหลุกโชนตลอดเวลา


(update 16 กันยายน 2005)
[ ที่มา.. kids & family ปีที่ 10 ฉบับที่ 113 สิงหาคม 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600