กล้าที่จะก้าว


หมดสมัยแล้วล่ะค่ะที่คิดว่าทำงานด้านนี้มาแรมปีก็ต้องทนทำต่อไป แม้ใจอยากจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้างใจจะขาด และ 'วัย' ใช่จะเป็นปัญหาในการเปลี่ยนงานใหม่เสียเมื่อไหร่กัน !

เพื่อนสนิทของผู้เขียนมักจะหัวเราะหึๆ เสมอยามที่ผู้เขียนถามเขาว่า เจ้านายของเธอไม่ได้ทำงานด้านนี้มาก่อนแต่ทำไมเขาถึงมาคุมเธอได้ล่ะ ?

คำอธิบายจากปากเธอช่วยเปิดโลกทัศน์ผู้เขียนให้กว้างขึ้น โดยเธอเล่าว่าการทำงานในองค์กรใหม่ๆ สมัยนี้ต้องการผู้มีวิสัยทัศน์และมีจิตวิทยาในการบริหารเป็นสำคัญมากกว่ามดงาน ที่ลงมือตั้งหน้าตั้งตาแต่งานของตัวเองอยู่งกๆ

สิ่งที่เพื่อนสาวบอกทำให้เกิดคำถามต่อไปว่า แล้วคนที่เกิดอยากปลี่ยนงาน เป็นงานคนละสาขาอาชีพที่เคยทำมาเมื่ออายุมากล่ะ ?
...จะเป็นไปได้ไหม
”ถ้าคนคนนั้นไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง และไม่กลัวที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ” คือบทสรุปจากปากของคุณจีรณี จิตตเสวี บรรณาธิการการบริหารนิตยสาร Cosmopolitan ซึ่งเจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า ครั้งที่ตัวเธอเปลี่ยนงานจากเจ้าหน้าที่แผนกวีซ่าในสถานทูตแห่งหนึ่ง มาเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร ณ ปัจจุบัน เธอมีอายุถึง 49 ปีแล้ว!

สำหรับใครบางคน การเปลี่ยนงานเมื่ออายุขนาดคุณจีราณีอาจเป็นเรื่องน่าปริวิตก เพราะการเปลี่ยนแปลงทั้งสถานที่ทำงานใหม่ เพื่อนร่วมงานใหม่ และระบบการทำงานใหม่ ล้วนทำให้จิตใจไหวหวั่นได้ แต่เธอกลับมองว่า...

”ตอนที่ได้งานนี้ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร แต่กลับรู้สึกท้าทายและตื่นเต้น เพราะเรารู้ว่าเราเป็นคนเรียนรู้อะไรเร็ว และพร้อมเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามา จำได้ว่าตัดสินใจเร็วมากในการรับงานชิ้นนี้ คือใจเราพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แล้ว และคิดว่างานบรรณาธิการบริหารหนังสือเป็นงานที่ทันสมัย และท้าทายมาก

”คงมีบ้างที่หลายๆ คนไม่กล้าเปลี่ยนงานเพราะเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน คือมีภาระเรื่องผ่อนบ้าน เรื่องลูก หรือเรื่องครอบครัว แต่ตัวเองไม่มีภาระตรงนี้ ซึ่งก็อีกนั่นแหละ ถึงมีก็คงจะกล้าเปลี่ยนงานอยู่ดี เพราะเป็นคนไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง และเป็นคนสู้อยู่แล้ว”
ด้วยหลักคิดและความเชื่อมั่นข้างต้น คุณจีราณีเริ่มต้นงานใหม่ด้วยหัวใจเปิดกว้าง
”ตัวเองไม่อายที่จะถามลูกน้องกับท่านผู้ใหญ่ในสิ่งที่ไม่รู้และจะไม่แกล้งทำในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ด้วย เพราะในเมื่อเราไม่รู้ เราต้องบอกว่าไม่รู้ แล้วรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น”
เมื่อใจพร้อมจะเรียนรู้ คุณจีราณีจึงเริ่มต้นศึกษางานจาก Cosmopolitan เวอร์ชั่นตีพิมพ์ในอังกฤษ อเมริกา และนิตยสารอื่นๆ ที่ตีพิมพ์ในประเทศทางแถบยุโรป
”เนื้อหาภายในเล่มก่อนหน้านี้เป็นเนื้อหาแปลทั้งหมด 100% แต่พอตัวเองเข้ามาทำก็พยายามหาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในเล่ม อย่างสัมภาษณ์บุคคลคนไทย หรือหาเรื่องในท้องถิ่นมาทำ ซึ่งตรงนี้ทีมงานเขาก็ได้เรียนรู้ในสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน

”จะศึกษา Cosmopolitan จากหลายๆ ประเทศด้วยว่าเขาเป็นอย่างไร แล้วเราก็ประยุกต์บางส่วนมาเป็นของเรา เช่น เทรนด์การทำนิตยสารให้มีขนาดเล็กลง”
นอกจากมองเทรนด์และภาพรวมของนิตยสารแล้ว งานบรรณาธิการยังต้องอาศัยความชำนาญอีกหลายอย่างด้วยกัน แต่เผอิญว่าประสบการณ์ในการทำงานก่อนหน้านั้นก็ล้วนเอื้อให้คุณจีราณี
”โชคดีที่นิตยสารนี้เป็นนิตยสารแปลเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ตัวเองจะดูแค่ว่านักเขียนแปลถูกไหม สำนวนดีไหม ตรงนี้จะถนัดเพราะตั้งแต่ทำงานมาได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษตลอด นับแต่ทำงานแรกที่บริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งตามมาด้วยทำงานในศูนย์อพยพพนัสนิคม ชลบุรี ซึ่งเป็นเทรนเนอร์คอยสอนคนเวียดนาม หรือชาวเขาที่จะไปตั้งถิ่นฐานในอเมริกาให้รู้ถึงวัฒนธรรมของเขา และเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

”ต่อจากนั้นก็ทำงานที่องค์กร Peace Crop เป็นครูสอนภาษาไทยให้แก่อาสาสมัครชาวอเมริกาบ้าง ชาวอังกฤษหรือแคนาดาบ้าง พอออกจาก Peace Crop ก็มาทำที่องค์กร Care ทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์อีก แต่ครั้งนี้ทำหน้าที่ร่างหลักสูตรการเรียนให้กับชาวบ้าน เช่น วันนี้จะเรียนรู้คำทักทายภาษาอังกฤษนะ หรือวันต่อไปจะเรียนรู้ประโยคแนะนำตัวเองนะว่าควรพูดอย่างไร”
รวมถึงงานถัดมาซึ่งเป็นงานที่สถานทูตแห่งหนึ่งเป็นเวลาอีก 18 ปี

ประสบการณ์ที่สั่งสมมาเรื่อยๆ จากงานเหล่านี้ทำให้เธอยังเรียนรู้อีกว่าการทำงานต้องอาศัยทั้งพระเดชพระคุณ รวมทั้งการเปิดกว้างทางความคิด การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและพร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา
”การปกครองใครถ้าใช้แต่อำนาจไม่ได้ผลหรอก เพราะการเป็นหัวหน้าคือการได้ 'ใจ' จากลูกน้อง และเมื่อได้ใจจากพวกเขาแล้ว อะไรก็จะตามมาหมด อีกอย่างเรื่องการวางตัวก็สำคัญ ทุกวันนี้ทีมงานที่นี่จะทำงานเหมือนพี่กับน้อง เมื่อทุกคนสบายใจที่จะทำงาน งานของแต่ละคนก็จะออกมาดี เมื่องานออกมาดี ทั้งทีมงานจะรู้สึกภาคภูมิใจเท่าเทียมกัน และเมื่อมีเป้าหมายอะไรใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอีก ทุกคนจะตั้งใจทำงาน โดยทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด”
แล้วถ้าเกิดเธอทำงานผิดพลาดขึ้นมา ลูกน้องก็สามารถบอกกล่าวได้ แต่ถ้าตัวเธอเองเห็นอะไรผิดพลาดในกระบวนการทำงาน เธอจะสอนเด็กๆ ด้วยเหตุผลเรียกว่า เป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และพร้อมจะพัฒนาก้าวเดินไปด้วยกัน

สุดท้าย บรรณาธิการบริหารหญิงคนเก่งให้ทัศนะเพิ่มเติมว่า...
”การจำกัดอายุรับคนเข้าทำงานว่าต้องอายุไม่เกิน 25 ปี หรือต้องจบสาขานี้มาเท่านั้น ถือเป็นความคิดที่ไม่แฟร์ ถ้าองค์กรเปิดใจกว้างหน่อย เขาอาจจะได้คนที่ดีๆ เข้าไปทำงานก็ได้ สำหรับตัวเองไม่เคยติดขัดกับคำว่าอายุมากแล้วจะทำแบบนี้ไม่ได้

...เพราะไม่มีอะไรหรอกที่ผู้หญิงสมัยนี้ทำไม่ได้ ถ้าเลือกจะทำเสียอย่าง”

(update 9 สิงหาคม 2005)
[ ที่มา.. kids & family ปีที่ 10 ฉบับที่ 112 กรกฎาคม 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600