สมดุล...เวลา


ด้วยเหตุผลที่ต้องทำงาน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับครอบครัว
พ่อแม่ยุคใหม่หลายๆ คนจึงทุ่มเทเวลาให้กับการทำงาน
จนลืมความสำคัญของครอบครัวไปอย่างน่าเสียดาย

ดิฉันมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่หลายท่าน ซึ่งบอกว่าเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานจนไม่มีเวลาที่จะอยู่กับครอบครัว ทั้งนี้เพราะส่วนใหญ่จะเห็นความสำคัญของงานมากว่าคนที่นั่งรอ...นอนรอ อยู่ที่บ้าน

ดิฉันไม่ได้ตำหนิคุณพ่อคุณแม่ที่ขยันทำงานนะคะ เนื่องจากทุกวันนี้ใครๆ ก็ต้องทำงานกันทั้งนั้น เพราะถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีเงิน เมื่อไม่มีเงินครอบครัวก็ต้องเดือดร้อน จึงรีบเร่งสร้างรายได้เพื่อนำมาจุนเจือครอบครัว แน่นอนว่า คุณคิดไม่ผิดหรอกค่ะ แต่อยากจะให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ได้ตระหนักถึงเรื่องครอบครัวกันบ้าง อย่ามัวคิดถึงแต่เงินๆ ทองๆ มากจนเกินไป


งาน VS เงิน

แม้ว่างานและเงินจะสำคัญต่อพื้นฐานของครอบครัว แต่ครอบครัวที่อบอุ่นก็คือครอบครัวที่มีความสมบูรณ์เช่นกัน เมื่อใครคนใดคนหนึ่งต้องหายตัวไปในเวลาที่ทุกคนรอคอย ความสมบูรณ์ย่อมไม่เกิดขึ้น ผลที่ตามมาก็คือความอบอุ่นที่ลูกๆ จะได้รับนั้นขาดหายไป

ดิฉันเชื่อเหลือเกินว่าผู้ที่เป็นคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ ไม่ต้องการที่จะให้ลูกๆ รู้สึกว่าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปอย่างแน่นอน และขอเตือนว่าใครก็ตามที่ติดว่าการทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับงานที่บริษัทนั้น คือเป้าหมายของการเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย คุณอาจคิดไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะครอบครัวโดยเฉพาะลูกๆ นั้นไม่เข้าใจหรอกว่าคุณกำลังทำอะไรเพื่อใครอยู่ แต่สิ่งที่เขารับรู้และรู้สึกได้ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่หายไปนั้น ก็คือความรู้สึกไม่มั่นใจเรื่องความรัก ความปลอดภัย ความกลัว หรือจะเรียกรวมๆ ว่า “ความอบอุ่น” นั่นเอง

คุณพ่อคุณแม่ลองย้อนอดีตกลับไปตอนที่คุณอายุราวๆ 5-6 ขวบ ดูว่าในขณะที่รอเวลาคุณพ่อคุณแม่กลับมาจากการทำงานนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานแค่ไหน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องทำงานจนตัวเป็นเกลียว... หัวเป็นนอตอยู่ในขณะนี้ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองได้แล้วนะคะ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะทำให้ครอบครัวคุณมีความสุขขึ้นนั่นเอง


ปรับเวลาสู่ความสมดุล

เริ่มต้นจากการจัดสรรเวลาให้ลงตัวระหว่างการทำงานและครอบครัว ดิฉันคิดว่ายังไม่สายเกินไปหรอก ที่คุณพ่อคุณแม่จะแบ่งเวลาให้กับครอบครัวบ้าง อย่าคิดไปเองนะคะว่าทุกวันนี้ทุกคนในครอบครัวก็มีความสุขกันดีอยู่แล้ว ดิฉันไม่ทราบหรอกนะคะว่า แต่ละคนนั้นมีการจัดสรรเวลาให้กับครอบครัวกันอย่างไร แต่ถ้าคุณคำนวณแล้วพบว่าเวลาส่วนใหญ่ของคุณอยู่กับการทำงานมากกว่าบ้าน ลองปรับเปลี่ยนดูนะคะ แล้วชีวิตครอบครัวคุณก็จะมีความสุขขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ที่บอกอย่างนี้ก็เพราะเห็นว่าทุกวันนี้หลายๆ มักจะมีเวลาให้กับครอบครัวแค่วันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ส่วนวันอื่นๆ ลูกมักจะไม่ค่อยมีโอกาสจะได้เห็นหน้าคุณพ่อคุณแม่เท่าใด เพราะกว่าจะกลับบ้านกันเจ้าตัวเล็กของคุณก็เข้านอนแล้ว ลองคิดดูซิคะว่า ระหว่างช่วง 5 วันนั้น ดวงตาดวงใจคุณต้องอยู่กับใครบ้าน อยู่กับพี่เลี้ยง อยู่กับญาติๆ แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะรักและเอ็นดูเขาไม่น้อยกว่าคุณ แต่ขอยืนยันได้เลยว่าความอบอุ่นที่เขาจะได้รับนั้น ไม่มีใครให้ลูกได้เท่ากับคนที่เป็นคุณพ่อคุณแม่อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้มีคุณแม่ที่ไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน โอกาสที่จะใกล้ชิดกับลูกก็จะช่วยให้เขามีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่า ยังมีคุณแม่คอยดูแล แต่ถ้าคุณพ่อมีเวลามากพอ ก็จะทำให้ครอบครัวมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ดังนั้นไม่ว่าคุณพ่อหรือคุณแม่จะต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ดิฉันก็ยังเห็นด้วยกับการจัดสรรเวลาระหว่างการทำงานและครอบครัวให้ลงตัว


ต่างงาน...ต่างเวลา

แต่ละอาชีพมักจะใช้เวลาต่างกัน บางคนไปทำงานช่วงเช้าและกลับบ้านในตอนเย็น โอกาสอยู่กันอย่างพร้อมหน้าก็จะมีมากขึ้น บางคนไปทำงานสายๆ แล้วกลับดึก โอกาสที่จะเจอกันตอนเย็นแทบจะไม่มีเลย บางคนต้องทำงานเกือบทุกวันไม่มีวันหยุด ถือว่าเป็นเรื่องที่แย่สำหรับครอบครัว หรือแม้แต่บางคนต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดบ่อยๆ ซึ่งถือว่าน่าเห็นใจที่สุด

เมื่อการทำงานเป็นตัวบังคับให้คุณต้องห่างจากครอบครัวมากขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าเวลาทั้งหมดของคุณจะอยู่กับงานเพียงอย่างเดียว ดิฉันเชื่อว่าทุกคนสามารถจัดสรรเวลาได้ ไม่ว่างานคุณจะหนักสักเพียงใดก็ตาม คุณพ่อคุณแม่จะต้องจัดสรรเวลาให้กับครอบครัวอย่างน้อยจะต้องมีเวลาพูดคุยกัน รับประทานอาหารด้วยกัน แม้ว่าคุณจะกลับมาไม่ทันอาหารเย็น แต่อาหารเข้าก็สามารถรับประทานด้วยกันได้ ระหว่างอาหารเช้าคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรจะปล่อยให้พี่เลี้ยงทำหน้าที่แทนคุณทั้งหมด เพราะเวลานี้เป็นโอกาสทองของคุณที่จะได้แสดงความรักและความห่วงใยของคุณ ดิฉันคงไม่ต้องบอกนะคะว่า คุณควรจะทำอะไรกันบ้าง (ส่วนดิฉันจะถักเปียให้สาวน้อยของดิฉันทุกเช้า)

คุณพ่อคุณแม่บางคนบอกว่างานหนักจริงๆ ไม่มีเวลาเลย จึงปล่อยให้หน้าที่การดูแลลูกทั้งหมดเป็นของคนอื่นไป ดิฉันคิดว่าเป็นข้ออ้างมากกว่าค่ะ เพราะความจริงก็ย่อมเป็นความจริง ไม่มีมนุษย์คนไหนในโลกนี้ต้องทำงานตลอดเวลา ไม่ว่างานคุณจะเยอะยุ่งเหยิงขนาดไหนก็ตาม ทุกคนสามารถจัดการและจัดสรรให้ลงตัวได้ ไม่เชื่อก็ลองเริ่มต้นจัดตารางการทำงานกันใหม่สิคะ แล้วคุณก็จะพบว่ายังมีเวลาเหลือสำหรับครอบครัวอีกเยอะ


งาน - ออฟฟิต - ครอบครัว – บ้าน

ดิฉันไม่ได้กล่าวหาว่าใครจัดเวลาไม่เป็นนะคะ แต่ที่ผ่านมาคุณจัดเวลาไม่ถูกต้องมากกว่า เนื่องจากบางคนทำงานมาทั้งวันแล้วยังขยันหอบงานกลับมาทำที่บ้าน ดิฉันเข้าใจดีว่างานคุณเยอะค่ะ แต่รู้ตัวหรือไม่ว่าคุณกำลังเบียดเบียนเวลาของครอบครัว แทนที่จะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับลูกๆ ในวันหยุด แต่คุณพ่อคุณแม่บางท่านกลับขลุกอยู่ในห้องทำงาน ใครก็ตามที่กำลังเป็นอย่างนี้ดิฉันคิดว่าคุณต้องจัดสรรเวลาใหม่แล้ว ลองหาเวลาทำกิจกรรมด้วยกัน เพื่อเสริมสร้างความอบอุ่นในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นทำกับข้าว หรือแม้แต่เล่นเกมคอมพิวเตอร์กับลูก

เชื่อว่าคุณทำได้แน่นอนคะ ดิฉันเองก็เป็นคนทำงานอีกคนหนึ่งที่มีงานทำไม่น้อยไปจากคุณแม่คนอื่นๆ เลย แต่เวลาของครอบครัวดิฉันจะทุ่มเทให้กับทุกคนอย่างสมบูรณ์ ในขณะเดียวกันก็ทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานอย่างเต็มที่ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่หอบงานกลับมาทำที่บ้านอย่างเด็ดขาด เนื่องจากดิฉันตระหนักดีว่าเวลาของครอบครัวนั้น ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องหน้าที่การงานเลยค่ะ

อย่างไรก็ตามความแตกต่างของแต่ละครอบครัวอาจมีผลทำให้การจัดสรรเวลาทั้งเรื่องการทำงาน และครอบครัวนั้นไม่เหมือนกัน ดิฉันขอให้คุณพ่อคุณแม่ลองถามตัวเองดูว่า จะมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้ครอบครัวมีความสุขมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานค่อนข้างหนัก ดิฉันคิดว่าคุณควรจะหาเวลาพักผ่อนกับครอบครัวบ้าง ที่สำคัญจะต้องแยกแยะให้ออกว่า เวลาไหนควรเป็นของครอบครัว เวลาไหนควรจะเป็นเรื่องงาน เนื่องจากบางคนเครียดกับงานมาแล้วทำให้บรรยากาศในครอบครัวเสียไปด้วย

ดิฉันไม่ต้องการเห็นครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ในขณะที่ความล้มเหลวเกิดขึ้นกับครอบครัว เนื่องจากทุกๆ คนไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างที่ควรจะได้รับ อย่าลืมนะคะว่า หากคุณพ่อคุณแม่สามารถให้ความอบอุ่นและมีเวลาปลูกฝังสิ่งดีๆ ให้กับลูกๆ ตั้งแต่ในวัยเด็ก ต่อไปเขาจะเติบโตเป็นวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว และผู้ใหญ่อย่างมีคุณภาพ ในขณะเดียวกันการจัดสรรเวลา ให้กับงานอย่างมีระบบก็จะทำให้คุณก้าวหน้าในอาชีพมากยิ่งขึ้นค่ะ


(update 21 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 111 มกราคม 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600