เครียด เครียด เครียด ที่เราพูดกันบ่อยๆ นั้น อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดานะคะ
เพราะเจ้าความเครียดนี้มีอานุภาพร้ายเหลือ ทั้งกับร่างกายเราและผู้คนรอบๆ ตัว ฉะนั้นคุณไม่ควรปล่อยให้ เครียด
กลายเป็นเรื่องปกติของชีวิตเชียวค่ะ
เมื่อคนเรามีความเครียดเกิดขึ้น เคมีในร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงค่ะ
ส่งผลให้มีอาการนอนไม่หลับ ปวดท้อง เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ท้องผูก ฯลฯ
นอกจากนี้ยังกระทบถึงอารมณื เช่น เกิดความตื่นเต้น สับสน รวมทั้งความกลัว
ซึ่งระดับและการตอบสนองต่อความเครียดที่แสดงออกมาเป็นพฤติกรรมของแต่ละคน
อาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางร่างกายและจิตใจของแต่ละคน
นอกจากผลทางกายที่เกิดกับเจ้าของความเครียดแล้ว อานุภาพความเครียด
ยังสามารถแผ่ขยายไปสู่ผู้คนที่อยู่รอบๆ ตัวได้ด้วยค่ะ เช่น ถ้าคุณพ่อพกความเครียดจากการงานกลับมาบ้าน
แล้วระบายเป็นความหงุดหงิดใส่อารมณ์กับแม่ ผลคือแม่เครียด เมื่อแม่เครียดก็อาจส่งต่อความเครียดนั้นไปยังลูกได้
ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ความเครียดของพ่อแม่นั้นย่อมส่งผลต่อพัฒนาการ การเจริญเติบโต
ภาวะอารมณ์ของลูกได้ และเมื่อเกิดภาวะเหล่านี้กับเจ้าตัวเล็กอันเป็นที่รักแล้ว มีหรือพ่อแม่และใครๆ
ในบ้านจะไม่รู้สึกเครียดและเป็นกังวลทบทวีคูณ
เห็นมั้ยคะว่า อานุภาพความเครียดนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย ฉะนั้นเมื่อรู้ตัวว่า เครียด
ต้องหาวิธีคลายเครียดให้เร็วที่สุด เพื่อหยุดวงจร เครียด นั้นไว้
เด็กตัวเล็กๆ ที่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าตอนนี้หนูกำลังเครียดอยู่
จะรู้ได้ก็ต้องอาศัยการสังเกตของคุณพ่อคุณแม่และผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดเท่านั้น
โดยสังเกตจากนิสัยหรือพฤติกรรมประจำวันที่เปลี่ยนไป เช่น จากที่กินได้ นอนหลับ ขับถ่ายดี
ก็เปลี่ยนไปเป็นตรงกันข้าม หรือมีอาการหงอยเหงา เศร้า ซึม เกิดพัฒนาการถดถอย
ฉะนั้นถ้าลูกไม่ได้เจ็บป่วยทางร่างกาย ข้อสงสัยขั้นต่อไปก็คือ จิตใจ ซึ่งต้นตอความเครียดของเด็ก
อาจเกิดได้จากการที่เด็กไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เพียงพอ ตกอยู่ในบรรยากาศของครอบครัวที่ร้าวฉาน
หรือมีปัญหาการต้องแยกจากพ่อแม่ ถูกทอดทิ้ง พ่อแม่หย่าร้าง การย้ายที่อยู่หรือการที่ให้เด็กมีกิจกรรมมากเกินไป ฯลฯ
ทางแก้นั้นก็ต้องกลับไปดูที่ต้นตอของปัญหา และแก้ให้ตรงจุด ต้องหาทางแก้ด้วยการตอบสนองในสิ่งที่เด็กต้องการ
เช่น ลูกหิวก็ต้องให้ลูกได้อาหารและพักผ่อนเพียงพอ เมื่อลูกร้อง การอุ้มก็ช่วยให้ลูกเกิดความมั่นคงทางใจได้
ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะติดการอุ้มหรอกนะคะ รวมทั้งการเตรียมตัวลูกให้พร้อมก่อนมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงในชีวิต
เช่น ย้ายที่อยู่ ไปโรงเรียน หรือเมื่อแม่จะมีน้องใหม่ เป็นต้น
ส่วนใหญ่ความเครียดของผู้ใหญ่มักจะมาจากจิตใจมากกว่าร่างกาย ตั้งแต่ปัญหาเรื่องการงาน
การเงิน ความรัก ครอบครัว ฯลฯ การสังเกตอาการที่เกิดจากความเครียดก็เช่น รู้สึกไม่แจ่มใสเหมือนเคย
ปวดศีรษะ บางคนก็อาจจะมีอาการท้องเสีย ท้องผูก นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หายใจไม่สะดวก
เหงื่อออกตามมือตามเท้า ถอนหายใจบ่อย ถ้าเป็นสุภาพสตรีก็อาจจะประจำเดือนมาไม่ปกติ
(อาการที่แสดงออกถึงความเครียดของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน)
เมื่อรู้สึกเครียด ควรหางานอดิเรกที่ชอบ ออกกำลังกายพักผ่อน
พูดคุยปรึกษากับผู้ที่จะทำให้เราหายเครียดได้สำหรับการพิชิตความเครียดอยู่ที่ใจค่ะ
เพราะถ้าใจไม่เครียดซะอย่างก็ไม่มีอะไรมาทำอันตรายเราได้
วัยสูงอายุการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจ ส่วนใหญ่จะเป็นด้านลบ
จากความเสื่อมของร่างกายที่ส่งผลมาถึงจิตใจ เช่น เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประสาทสัมผัส
ระบบกระดูก กล้ามเนื้อและไขข้อ หรือสิ่งที่ส่งผลต่อจิตใจโดยตรง เช่น การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคู่ชีวิต รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า รวมทั้งเรื่องสัมพันธภาพของคนในครอบครัว
ที่ครอบครัวปัจจุบันเมื่อแต่งงานหนุ่มสาวมักแยกเรือนออกไปเป็นครอบครัวใหม่
ทำให้ความสัมพันธ์ของผู้สูงอายุกับลูกหลานมีน้อยลง ทำให้เกิดความโดดเดี่ยวและเกิดอาการซึมเศร้าได้
การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจดังกล่าวทำให้ผู้สูงอายุหมดหวังท้อแท้ในชีวิต
โดยเฉพาะคนที่รับสภาพการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ จะทำให้เกิดความเครียด ถ้าลูกหลานรอบข้างไม่มาดูแล
กำลังใจของท่านก็จะหมดไป ก่อให้เกิดปัญหาด้านจิตใจตามมา
ดังนั้นการป้องกันความเครียดที่จะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุคือ การดูแลร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป
ให้ท่านรับประทานอาหารที่เหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ ให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมครอบครัว
ชุมชนหรือสังคมเมื่อมีโอกาส เป็นการฝึกสมองให้ท่านได้คิดและสนใจสิ่งรอบข้าง
ผู้สูงอายุส่วนมากจะหันเข้ายึดหลักธรรมทางศาสนา เพราะจะช่วยให้ท่านมีจิตใจที่เบิกบานได้
แต่ที่สำคัญคือความรัก การดูแลจากคุณและทุกๆ คนในครอบครัว จะเป็นวิธีลดความเครียด
เพิ่มความสุขให้กับท่านได้มากที่สุดค่ะ
อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงจะพอสรุปได้ว่า ความเครียดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย
แม้จะไม่ใช่สิ่งผิดปกติ แต่ก็อันตรายนะคะ เพราะถ้าคนเราต้องวนเวียนอยู่กับความเครียด
จิตใจก็จะไม่เป็นสุข ทำให้ชีวิตไม่เป็นสุข รวมทั้งผู้คนรอบข้างก็ไม่เป็นสุขไปด้วย
แต่ถ้าคุณสามารถควบคุมให้ความเครียดอยู่ในระดับที่พอดี ความเครียดก็จะเป็นแรงกระตุ้น
ให้คนเรามีพลังและมุ่งมั่นในการไปสู่ความสำเร็จได้ รู้อย่างนี้แล้วเมื่อรู้สึกเครียดเมื่อไหร่
รีบหาวิธีผ่อนคลายกันนะคะ
(update 9 มีนาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 255 เมษายน 2547 ]
|