ปีใหม่เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งหนึ่งเป็นประจำทุกๆ ปี
หลายคนมีความสุขสนุกสนานรื่นเริงจากการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่
แต่แทนที่วันขึ้นปีใหม่ส่งท้ายปีเก่าจะทำแบบเก่าๆ อย่างที่เคยทำมาหลายปีดีดัก
ด้วยการตักตวงความสุขสนุกสนานแค่วันสองวัน
เราควรหันมาสร้าง สัญญาใจให้ตัวเราเองว่าตลอดปีใหม่ เราควรประพฤติปฏิบัติตนอย่างไรให้ชีวิตมี ความสุข
สนุกสนานตลอดทั้งปี ไม่ใช่มีความสุขสนุกสนานเพียงแค่วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้น
เมื่อพูดถึง ความสุข ต้องยอมรับว่ามีความหมายหลากหลายกันออกไป
แต่ความสุขใดไหนเล่าจะเท่า ความสุขใจ
เป็นความสุขที่เกิดจากภายในจิตใจ ซึ่งเป็นความสุขที่ลุ่มลึกกว่าความสุขภายนอกมากมายนัก
บางคนดูภายนอกเหมือนมีความสุขกายมากมายเหลือคณา แต่พอผ่าดูลึกลงไปในจิตใจอาจเหมือนไฟสุมทรวงก็ได้
การแสวงหาความสุขให้เกิดขึ้นกับตัวเองตลอดทั้งปีใหม่นี้ ไม่มีอะไรดีกว่าแสวงหา ความสุขที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ
ซึ่งไม่มีอะไรดีไปกว่า การทำความดี
การทำความดี เป็นวลีที่ไพเราะเสนาะหู ฟังดูดี ยิ่งได้ปฏิบัติด้วยจะช่วยทำให้ไม่เพียงแค่ฟังดูดีเท่านั้น
แต่จะช่วยทำให้ผู้ปฏิบัติได้รับผลจากการทำความดีนั้นตามไปด้วย
ผลที่ได้ชัดๆ จากการทำความดี คือ ความสุขใจที่ได้ทำ
ถ้าใครลองทำดูแล้วจะรู้ว่า ความสุขใจเป็นเช่นไร
ทดลองทำความดีง่ายๆ ด้วยการช่วยพาผู้สูงอายุข้ามถนน ทันทีที่พาผู้สูงอายุข้ามถนนปลอดภัยเรียบร้อย
เราจะค่อยๆ รู้สึกมีความสุขขึ้นภายในจิตใจของเราทันทีเช่นกัน
ความดีนั้นถ้าหมั่นทำบ่อยๆ ก็จะค่อยๆ เพิ่มความมั่นใจให้อยากทำมากขึ้นเท่านั้น
แต่ก็มีหลายท่านรู้สึกว่า ทำดีไม่ได้ดี จนไม่อยากทำดีอีกต่อไป เพียงแค่ประคองตัวไว้ไม่ให้ทำความชั่วเท่านั้น
ถ้าเราต้องชะลอทำความดีเพียงเหตุผลที่ว่าทำดีไม่ได้ดี น่าจะเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่
เพราะทันทีที่เราลงมือทำความดี เราจะมีความสุขบังเกิดขึ้นภายในจิตใจของเราแล้ว
แค่มีความสุขใจก็ถือว่าเป็นกำไรชีวิต
แต่ที่บางคนรู้สึกว่าทำไมทำดีแล้วไม่ได้ดี น่าจะหมายถึงได้อะไรสักอย่างเชิงรูปธรรมจากสิ่งที่ทำลงไป
เช่น ข้าราชการคนหนึ่งทำงานบริการประชาชนอย่างดีมากกว่างานในหน้าที่ที่พึงกระทำ
แต่พอถึงเวลาพิจารณาความดีความชอบ คนที่ไม่ได้ทำดีมากมายกลับได้รับผลดีตอบแทนด้วยการปูนบำเหน็จรางวัล
เมื่อใดก็ตามที่เราทำดีแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ดี เรามักจะตำหนิหรือพิจารณาดูตัวเอง
ปีใหม่นี้เราน่าจะมีมุมมองใหม่ เมื่อใดที่ทำดีไม่ได้ดี ขอให้ดูที่ 3 ข้อใหญ่ดังต่อไปนี้ คือ
1. ทำดีไม่พอ
ลองสำรวจตรวจสอบการทำความดีของเราก่อนเป็นเบื้องต้นว่า ทำดีพอหรือยัง
ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองมากเกินไป เราอาจจะพบความจริงว่า เรายังทำความดีไม่เพียงพอต่อการได้รับผลดีตอบแทน
ต้องดูว่าที่บอกว่าทำความดีนั้น เป็นการทำความดีพร้อมทั้งกาย วาจา ใจหรือไม่
บางคนทำดีแต่เพียงวาจา แต่หาผลแห่งความดีไม่เจอ เพราะมัวแต่ละเมอเพ้อพกด้วยวาจาอย่างเดียว ไม่ลงมือกระทำ
บางคนลงมือทำความดี แต่ทำเพียงกาย ใจไม่ทำด้วยก็ย่อมไม่ช่วยให้เกิดผลดีได้
การทำความดีให้พอจึงต้องทำพร้อมทั้งกาย วาจา ใจ ย่อมทำให้ได้ดีแน่นอน
2. ทำดีเอาหน้า
บางคนไม่รู้ตัวเองว่าทำไมทำดีไม่ได้ดี แต่คนอื่นที่มองเห็นการทำความดีของเรา เขามองออกว่า
เราทำดีเอาหน้า เราจึงไม่ได้รับผลดีตอบแทน เพราะเราได้หน้าไปแล้ว
เมื่อใดก็ตามที่ได้ทำดีแล้วไม่คิดเอาหน้า เราจะได้มากกว่าหน้ามาแทน
3. ทำดีแล้วไม่อดทน
การทำความดีไม่ใช่ทำปุ๊บแล้วจะได้ผลดีปั๊บ หลายครั้งต้องยอมรับว่าทำดีแทบตายไม่ได้ผลดีสักที
ก็ขอให้มีความอดทนเข้าไว้ไม่ช้าไม่นานผลดีก็จะมีมาหาเราเอง
เหตุผลทั้ง 3 ข้อนี้ คือ เหตุผลที่ชี้ให้เห็นว่าทำไมบางครั้งคนเราทำดีไม่ได้ดีในเชิงรูปธรรม
แต่ไม่อยากให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ทุกคนทำดี เพื่อได้ผลดีเชิงรูปธรรมเท่านั้น
เราควรมุ่งมั่นทำดีเพื่อเกิดผลดี แล้วมีความสุขใจเป็นหลัก
ถ้าเราทุกคนตระหนักว่าต้องทำดีตลอดปีใหม่นี้ไม่ว่าจะได้ดีหรือไม่ก็ตาม โลกคงสดใสงดงามขึ้นเป็นกอง
ลองทำดีตลอดปีใหม่แล้วจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงเป็นยังไงในชีวิต !
(update 20 มกราคม 2005)
[ ที่มา...
กรุงเทพวันอาทิตย์ ปีที่ 16 ฉบับที่ วันอาทิตย์ที่ 02 มกราคม พ.ศ. 2548 ]
|