การประหยัดนั้นมีความสำคัญทั้งต่อครอบครัวและประเทศชาติ
การสอนให้ลูกๆ รู้จักออมเงินและเห็นคุณค่าของการใช้จ่าย จึงถือว่าเป็นหน้าที่หลักของคุณพ่อคุณแม่
ที่จะปลูกฝังให้เขาได้รู้จักคิดและรู้จักลงมือประหยัดทุกครั้งที่คุณจ่ายเงินค่าขนม
การสอนให้ลูกรู้จักบริหารรายรับรายจ่ายของตัวเองจะทำให้เขาได้เรียนรู้เรื่องการใช้เงินด้วยตัวเองได้ค่ะ
แม้ว่าลูกจะบริหารอย่างผิดๆ ถูก หรือไม่ได้เป็นไปตามที่พ่อแม่คาดหวังไว้
เช่น สอนให้ลูกรู้จักคำนวณรายได้ของตัวเอง (ค่าขนม) ที่ได้เป็นประจำทุกวัน ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน
ว่าในแต่ละวันนั้นควรจะจัดสรรรายรับอย่างไร ควรจะซื้อขนมเท่าไร และเหลือไว้สำหรับเป็นเงินออมเท่าไร
การเริ่มต้นในเรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับมือใหม่หัดออม
ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรคาดหวังว่าในแต่ละวันนั้นลูกจะออมเงินได้ตามที่ตกลงกันหรือไม่
เช่น สัญญากันว่า ลูกจะหยดกระปุกวันละ 10 บาท หากวันไหนเขากินจุเพราะหิวกว่าทุกๆ วัน
ลูกอาจจะเหลือเพียง 2 บาทหรือไม่เหลือกลับมาเลย ก็ไม่ควรจะตำหนิเขาอย่างรุนแรง
เนื่องจากการใช้เงินของเด็กๆ ในลักษณะนี้จะบ่งชี้ให้คุณพ่อคุณแม่ทราบว่าลูกคุณมีวินัยในตัวเองมากน้อยแค่ไหน
เริ่มต้นที่ระเบียบวินัย
การปลูกฝังให้เด็กๆ รู้จักการอดออมนั้นควรจะเริ่มต้นจากการฝึกให้ลูกรู้จักมีระเบียบวินัยกับตัวเองก่อน
อย่าลืมนะคะว่าเด็กยังเป็นเด็ก วินัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้นต้องอาศัยระยะเวลาในการปลูกฝัง
หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ตั้งแต่เขายังเด็ก ดิฉันเชื่อว่าเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ก่อนที่ลูกๆ จะมีระเบียบวินัยนั้น ดิฉันคิดว่าคุณพ่อคุณแม่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี
หากคุณเองยังไม่มีวินัยในการใช้เงิน เชื่อว่า ทุกอย่างก็จะล้มเหลว อย่าหวังว่าแก้วตาดวงใจของคุณจะดีไปกว่าคุณได้เลย
คงเคยได้ยินใช่ไหมคะว่า ลูกไม้นั้นย่อมหล่นไม่ไกลต้น ดิฉันคงไม่ต้องบอกนะคะว่า
คุณต้องสร้างระเบียบวินัยเรื่องการใช้เงินอย่างไร เพราะคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้น่าจะเข้าใจกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
แต่วิธีที่จะปลูกฝังให้กับลูกๆ ได้เดินทางสายเดียวกับคุณนั้น ต้องอาศัยระยะเวลา
สร้างสถานการณ์สอนลูก
คุณพ่อคุณแม่จะต้องสร้างความเคยชินในการประหยัด เพื่อให้ลูกๆ รู้และเข้าใจว่า
การสร้างพฤติกรรมการออกมนั้นมีความสำคัญต่อตนเองอย่างไร ในที่สุดเมื่อเขาเติบโตขึ้น
พฤติกรรมดังกล่าวจะสามารถช่วยชาติได้เป็นอย่างดี ขอแนะนำให้คุณเป็นแบบอย่างที่ดี
โดยเฉพาะพฤติกรรมการใช้เงิน หากคุณใช้จ่ายอย่างประหยัดและเห็นคุณค่าของเงิน
วันหนึ่งลูกก็จะเดินตามอย่างแน่นอน
มีคุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่สอนให้ลูกประหยัดในขณะที่ตนเองยังฟุ่มเฟือย
ดิฉันคิดว่าแผนการสอนลูกจะล้มเหลวหากคุณยังมัวแต่สนุกกับการจับจ่าย
ขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่แกล้งทำเป็นคนจนสักระยะหนึ่ง อย่างน้อยก็ต่อหน้าลูก
ดิฉันไม่ได้สอนให้คุณเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกนะคะ แต่ว่าวิธีนี้จะดีหากคุณทำได้
คุณอาจสร้างสถานการณ์ให้ลูกได้รับรู้ว่า หากวันหนึ่งลูกหิวขึ้นมา
แล้วคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเงินเหลือในกระเป๋าที่จะให้เขาไปซื้อขนม เขาจะรู้สึกอย่างไร
หากเด็กๆ มีเงินเก็บในกระปุก เขาก็สามารถนำเงินออมมาใช้ยามหิว ฉุกเฉินได้
ในทางตรงกันข้ามหากในแต่ละวันเขาใช้เงินหมด เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา
ใครจะเป็นคนที่เดือดร้อนที่สุด แต่ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ก็จะต้องหาคำตอบที่ดีเผื่อไว้ด้วย
หากเขาเกิดสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงไม่มีเงินเก็บออมสำหรับให้เขาซื้อขนม
ในสถานการณ์ถังแตกที่คุณจำลองขึ้น
เมื่อใดก็ตามที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้สถานการณ์จำลองเพื่อสอนให้ลูกๆ เห็นความสำคัญของการประหยัด
ดิฉันคิดว่าการร่วมมือร่วมใจเพื่อหาทางออกของเรื่องระหว่างคุณพ่อคุณแม่และคุณลูก
ด้วยการปรึกษากันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และควรจะแก้ไขอย่างไรดี
ก็จะเป็นการฝึกให้ลูกแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องด้วยค่ะ
ร่วมรับรู้ เข้าใจสถานการณ์
ดิฉันเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้ควรจะเปิดกว้างให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวได้รับรู้เรื่องเงินๆ ทองๆ
อย่างน้อยเขาจะได้เข้าใจว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงกินดีอยู่ดีหรือกำลังจะแตก
ที่ผ่านมาคุณพ่อคุณแม่หลายท่านคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลูก
เนื่องจากเขายังเด็กเกินไปที่จะรับรู้ปัญหาต่างๆ
แต่ดิฉันเห็นว่าเด็กๆ ควรจะรับรู้และเข้าใจสถานการณ์ของครอบครัว
อย่างน้อยเขาจะได้ช่วยคุณประหยัด ซึ่งถือว่าเป็นการฝึกกับสถานการณ์จริง
คุณควรจะเปลี่ยนทัศนคติใหม่ได้แล้ว เพราะลูกจะรู้สึกภาคภูมิใจมากที่ได้มีส่วนร่วม
และได้รับความไว้วางใจจากคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งน่าจะทำให้ลูกรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญในการช่วยให้ครอบครัวประหยัด
การปลูกฝังให้ลูกประหยัดนั้นอาจไม่ใช่เฉพาะเรื่องเงินๆ ทองๆ เท่านั้น
แต่คุณควรจะบอกกับเขาถึงการประหยัดเรื่องอื่นที่จะส่งผลต่อการจ่ายเงิน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประหยัดไฟ ประหยัดน้ำ หรือแม้แต่ทรัพยากรต่างๆ
ที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน รวมทั้งเรื่องอุปกรณ์การเรียนซึ่งจะต้องใช้อย่างคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
เมื่อใดก็ตามที่ลูกให้ความร่วมมือและพยายามช่วยครอบครัวประหยัด
คุณพ่อคุณแม่ต้องนำหลักจิตวิทยาเข้ามาใช้เพื่อจูงใจและทำให้เด็กๆ เกิดความภาคภูมิใจด้วย
เช่น การกล่าวชมเชยหรือแม้แต่ให้รางวัล เมื่อลูกสามารถประหยัดเงินได้ในแต่ละวัน
วิธีนี้จะทำให้เด็กๆ มีความสุขและพวกเราก็จะมีความสุขไปด้วย
กลเม็ดของครอบครัว
ขอยกตัวอย่างการออมเงินของลูกๆ ซึ่งดิฉันมักจะให้รางวัลกับลูกเสมอหากเขาสามารถออมเงินได้ตามที่ตกลงกัน
โดยจะเพิ่มเงินสมทบให้กับลูกทุกครั้งที่เขานำเงินที่ออมไว้ไปฝากธนาคาร เช่น หากลูกนำเงินไปฝาก 100 บาท
ดิฉันก็จะให้เพิ่มอีก 100 บาท วิธีนี้ทำให้ลูกๆ ตั้งหน้าตั้งตาสะสมเงินกันเพื่อจะได้เงินพิเศษจากคุณแม่
เห็นหรือไม่คะว่าการที่เราจะให้เงินกับเด็กนั้น หากให้อย่างมีเหตุผลก็จะจูงใจลูกไปในตัวด้วย
และเมื่อใดก็ตามที่ลูกจะเบิกเงินเพื่อมาซื้อของ แน่นอนว่าลูกจะต้องเบิกมาจ่ายให้กับคุณแม่ในจำนวนที่เท่ากันด้วย
พอเป็นแบบนี้เด็กๆ ก็คงไม่อยากเบิกเงินอย่างแน่นอน
นอกจากนี้แล้ว ดิฉันก็ยังมีวิธีที่จะทำให้เด็กๆ เห็นคุณค่าของการใช้จ่าย
ทุกครั้งที่เข้าห้างสรรพสินค้าดิฉันจะบอกกับเด็กๆ ว่า ใครอยากได้อะไรก็ตามใจ
แต่ คุณแม่จะช่วยจ่ายให้ครึ่งเดียวเท่านั้น วิธีนี้จะทำให้เด็กๆ ลดความอยากลงได้
เพราะเขาต้องเป็นส่วนหนึ่งในการจ่ายเงินเพื่อซื้อของที่อยากได้
ถ้าคุณพ่อคุณแม่สนใจวิธีนี้จะนำไปใช้บ้างก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ
ก่อนจะจากกันดิฉันขอฝากคุณพ่อคุณแม่ให้คิดกันสักนิดว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะสอนลูกให้ออมเงิน
หากคิดว่าลูกๆ พร้อมแล้ว...ลงมือได้เลยค่ะ !
(update 19 กันยายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 119 กันยายน 2548]
|