เรื่องไม่คาดคิดในชีวิตคนเราเกิดขึ้นได้เสมอ รวมถึงเรื่องการเงินด้วย คนที่มีประสบการณ์ชีวิต
อย่างเช่นคุณผู้อ่านที่อายุอานามผ่านเลขสามมาแล้ว ถึงปกติจะมีวิธีจัดการการเงินที่ดีพอสมควร
แต่นั่นแหละ บางครั้งบางคราว เคราะห์หามยามซวย อุ๊ย ประทานโทษ...ยามร้าย
การเงินที่เคยเป็นระบบระเบียบก็อาจมีเหตุเกิดวิกฤตยุ่งเหยิงโดยไม่คาดฝันได้เหมือนกัน
เช่นจู่ๆ เดือนนี้น้องสาวแต่งงาน หลานชายบวช เพื่อนแจกการ์ดงานศพ มาพร้อมๆ กันโดยมิได้นัดหมาย
คนในครอบครัวหรือตัวเองเกิดเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล ประมาณว่าต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่กะทันหัน
การเงินกระแสรายเดือนเกิดอาการช็อตตต... หน้ามืด
มีทางออกในกรณีนี้มาบอกกัน
ประการแรก ให้ยืดอกสูดลมหายใจให้เต็มปอด พูดอีกอย่างว่าตั้งสติให้ดี
อย่าสติแตกจนหาทางออกไม่เจอ คิดสั้น หรือวู่วามตัดสินใจผิดพลาด วิ่งเข้าหานายทุนเงินกู้ดอกแพง
อันดับต่อมา สำรวจดูว่า เราพอจะมีเงินสำรองอยู่ที่ไหนบ้าง หรือมีทรัพย์สินอะไรที่พอจะแปรเป็นเงินได้บ้าง
เช่น หุ้น เงินกองทุนสะสม ที่ดิน ทองที่ซื้อห้อยคอเก๋ๆ ยามยากเปลี่ยนมาเป็นเงินดีกว่า ไม่ตายแล้วคงหาใหม่ได้
ขายทรัพย์สินบางส่วนยังดีกว่าต้องกู้ยืมเป็นหนี้
ข้อผิดพลาดใหญ่หลวงที่คนเรามักถลำยามเข้าตาจนคือ วิ่งหาเงินกู้ดอกเบี้ยมหาโหด
และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ฮิตอยู่ขณะนี้คือ ทำบัตรเครดิตเพื่อเบิกเงินสดล่วงหน้ามาใช้จ่ายหรือใช้หนี้อื่นๆ
เรียกว่าแก้ผ้าเอาหน้ารอด แต่เป็นการปลดหนี้หนึ่งไปสู่อีกหนี้หนึ่ง (ซึ่งอาจทำให้เป็นหนี้มากกว่าเก่า)
โดยหลักการแล้วการใช้บัตรเครดิตไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพียงแต่ต้องใช้ให้เป็น และต้องตระหนักอยู่เสมอว่า
เป็นการหยิบยืมเงินมาใช้ล่วงหน้า ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครเขาให้คุณมาฟรีๆ ถ้าไม่ใช้คืนทั้งหมดภายในรอบการชำระ
คุณจะต้องเสียดอกเบี้ย หลายคนประสบปัญหาว่าชำระเพียงยอดชำระขั้นต่ำไปทุกเดือนๆ
ยอดหนี้คงเหลือไม่ค่อยจะลดลงสักเท่าไหร่
หากจำเป็นต้องกู้ยืมจริงๆ มองหาแหล่งเงินที่ไม่มีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำ เช่น ญาติมิตร สหกรณ์
และต้องนำเงินนั้นมาเพื่อใช้จ่ายเหตุวิกฤติเท่านั้น มีหลายคนนำเงินกู้มาใช้จ่ายอย่างอื่นด้วย
ทำให้ภาระหนี้บานปลาย
ไม่ว่าคุณจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหยิบยืมญาติมิตรหรือด้วยการกู้ก็ตาม
หลังจากนั้นอย่านิ่งนอนใจหายห่วง ต่อไปควรมองหาวิธีที่จะบริหารการเงินอย่างมีหลักการโดย
- หารายได้เพิ่ม มองหางานพิเศษทำนอกเหนืองานประจำที่ทำอยู่แล้ว
- ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นบางอย่าง เช่นเงินที่ใช้จ่ายกับเรื่องเอนเทอร์เทน ดูหนัง ฟังเพลง
กินข้าวนอกบ้าน เที่ยว ซื้อเครื่องแต่งตัว
- วางแผนใช้จ่ายว่าขณะนี้แต่ละเดือนมีเงินใช้จ่ายได้เท่าไร และแต่ละวันจะใช้จ่ายได้ไม่เกินเท่าไร
- พูดคุยทำความเข้าใจกับทุกคนในครอบครัวให้รู้สถานการณ์ ช่วยกันประหยัดและใช้จ่ายตามแผนที่วางไว้
- มีวินัยในการใช้หนี้
คำนวณระยะเวลาในการแก้วิกฤตให้คนในครอบครัวเห็นเป้าหมายร่วมกันว่า
เราต้องอยู่ในภาวะตึงเครียดนี้อีกสักเท่าไหร่ ความร่วมมือร่วมใจของทุกคน
จะช่วยแก้อาการหน้ามืดจากเงินช็อตได้ไม่ยาก
(update 28 เมษายน 2005)
[ ที่มา..
kids&family ปีที่ 9 ฉบับที่ 107 กุมภาพันธ์ 2548 ]
|