กล่าวกันว่า สิ่งที่มนุษย์แทบจะทุกคนแสวงหากันมานาน ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์แล้ว ได้แก่
การมีชีวิตที่ยืนยาว การคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว และการมีพลังทางเพศที่สมบูรณ์
พร้อมที่จะปฏิบัติการตามที่ธรรมชาติเรียกร้อง
'น้ำพุแห่งความเป็นหนุ่มสาว' ...เป็นสิ่งที่คนเราแสวงหาเป็นที่สุด จนมีภาพวาดคลาสสิกภาพหนึ่ง
เป็นภาพของน้ำพุและอ่างอาบน้ำที่มีคนแก่ชราพากันลงไปแหวกว่าย
จากฝั่งหนึ่งและเมื่อก้าวขึ้นอีกจากข้างหนึ่งของอ่างน้ำพุก็กลายเป็นหนุ่มสาวไปในทันทีทันใด
แต่นั่นเป็นความฝันและจินตนาการของจิตรกรที่รังสรรค์ภาพวาดขึ้นมา
เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์เท่านั้น
แน่นอนว่าน้ำพุแห่งความเป็นหนุ่มสาว... ไม่มีจริง!!!
คนเราเกิดมาแล้วต้องแก่ และการแก่ตามธรรมชาติ ตามกรรมพันธุ์
เป็นการแก่ชราที่ไม่สามารถป้องกันได้ ...เพราะธรรมชาติแห่งการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา
เป็นธรรมชาติของทุกสรรพสิ่งในโลกนี้
แต่การแก่ก่อนวัย ป้องกันได้... ด้วยความรัก????
เรามาลองเป็นหนุ่มเป็นสาวกัน ด้วยความรักจะดีไหม...
...ความรักมีหลายอย่าง ความรักฉันหนุ่มสาว ความรักของคนที่มีชีวิตคู่กับคู่ชีวิต
รักแท้ของพ่อแม่ที่มีต่อบุตร และความรักที่บริสุทธิ์ของบุตรที่มีต่อพ่อแม่ ความรักในหมู่คณะ
ความรักชาติ ศาสนา ฯลฯ
และที่ไม่ควรจะลืม ก็คือ... การมีความรักในตัวเองอย่างแท้จริง
หลายคนพูดว่า การรักตัวเองเป็นการหลง... ซึ่งไม่จริง!!
คนที่มีความรักในตัวเองอย่างถูกต้องจะไม่มีทางหลงตัวเองเลย เพราะความรักที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ดีงาม
ที่ทำให้โลกใบนี้ดำรงคงอยู่ได้ การมีความรักในตัวเองจะทำให้สุขภาพดี ทั้งกายและใจ
คนที่มีความรักในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยมจะทำงานการและดำรงชีวิตด้วยความมั่นใจ
และสามารถที่จะให้ความรักแก่ผู้อื่น โดยไม่หวังอะไรตอบแทน...
...และมีความสุขจากการให้ความรักผู้อื่น ความสุขนั้นจะกลับคืนมาทำให้จิตใจผ่องแผ้วเบิกบานมีความสุข
นอนหลับฝันดี ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ การมีสุขภาพดี
การเป็นคนที่ให้ความรักแก่ผู้อื่นอย่างเสมอต้นเสมอปลาย โดยไม่หวังอะไรตอบแทนนั้น
ผลที่ได้รับมันยิ่งใหญ่เกินที่จะพรรณนาได้ ผู้ที่มีความรักมีจิตใจดี จะเป็นคนมองโลกในแง่ดี
จะคิดในทางบวกในทางสร้างสรรค์ และใครๆ ก็รู้ว่าพลังอำนาจของความคิดในทางบวกนั้น
มีมากมายขนาดไหน
เอาละ เรามาศึกษากันดูว่า ความรักช่วยชะลอแก่ได้อย่างไร...
ลองมาดูชีวิตประจำวันของคนเรากันก่อนจะดีไหม... เริ่มต้นในตอนเช้า
เมื่อแสงแดดส่องมากระทบกับสายตา สัญญาณของความว่างก็จะส่งต่อไปที่จอรับภาพที่ตา
ซึ่งจะส่งถ่ายต่อไปยังต่อมในสมองที่ชื่อว่า 'ต่อมไพเนียล' ซึ่งถ้ามีสารอาหารวัตถุดิบที่ชื่อ 'ทริปโตเฟน'
ที่มีมากในธัญพืชทั้งหลาย รวมทั้ง นม ไข่ สมองส่วนดังกล่าวก็จะทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนที่ชื่อว่า.. เซโรโทนิน ออกมา
ทำให้เกิดการกระปรี้กระเปร่ากระชุ่มกระชวย พร้อมที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขและเต็มประสิทธิภาพ
คนเราอาศัยพลังงานมาจากการเผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไป
ด้วยกระบวนการสันดาปกับออกซิเจนที่หายใจเข้าไปผ่านปอด...
รถยนต์ที่วิ่งได้ก็อาศัยพลังงานมาจากการเผาผลาญน้ำมันโดยกระบวนการสันดาปกับออกซิเจนเช่นกัน
และจะเห็นได้ว่าผลที่ได้มาด้วยก็คือ... ควันไอเสีย นั่นเอง
คนเราก็เช่นกัน การเผาผลาญอาหารให้เกิดพลังงาน ก็ย่อมจะเกิดควันไอเสียขึ้นมา...
และเจ้าควันไอเสียของคนนั้น มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า 'อนุมูลอิสระ' เจ้าอนุมูลอิสระเป็นประจุที่ไม่ครบไม่เต็ม
ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่า ...ประจุขาดรัก
เมื่อเจ้าอนุมูลอิสระมันขาดรัก... มันย่อมจะต้องพยายามวิ่งหารัก พยายามจะเติมประจุให้เต็ม
เหมือนกับคนที่ขาดรักนั่นแหละ และในขณะที่เจ้าอนุมูลอิสระวิ่งไปทั่วร่างกายเพื่อเติมให้เต็มประจุนั้น
มันก็จะไปทำลายเซลล์เนื้อเยื่อให้เสื่อม ไปกระตุ้นให้กลายพันธุ์ เป็นเนื้อร้าย ยิ่งถ้าเจ้าของร่างกายใช้พลังงานมากเท่าไร
อนุมูลอิสระย่อมจะเกิดมากขึ้นเท่านั้น และเป็นผลทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายเกิดการเสื่อมชราก่อนวัย
รวมทั้งมีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้น
คนที่ทำงานหนักไม่พักผ่อน คนที่เคร่งเครียดคิดมาก ใช้สมองมาก คนที่สูบบุหรี่ คนที่ดื่มแอลกอฮอล์
ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ใช้พลังงานมาก และปล่อยอนุมูลอิสระออกมามาก... คนกลุ่มนี้เป็นคนที่ขาดรัก
ไม่รักตัวเอง แถมปล่อยประจุขาดรักออกมาทำลายอวัยวะและร่างกายให้เสื่อมก่อนวัย!!!
ที่จริงแล้วธรรมชาติสร้างมนุษย์มาด้วยกระบวนการป้องกันการเสื่อมชราจากอนุมูลอิสระที่เป็นประจุขาดรักอยู่แล้ว
ถ้าเข้าใจในการมีชีวิตอยู่อย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ในการดำรงชีวิต
เพราะเมื่อแสงอาทิตย์ลาลับจากโลกใบนี้ไป ความมืดก็จะเข้ามาแทนที่ สมองที่สร้างฮอร์โมนเซโรโทนิน
จะหยุดสร้างและเปลี่ยนมาสร้างฮอร์โมนเมลาโทนิน แทน... ทำให้เกิดการง่วงเหงาหาวนอน
และอยากจะพักผ่อนนอนหลับ พอนอนหลับสนิท ฮอร์โมนเมลาโทนินก็จะทำหน้าที่กำจัดอนุมูลอิสระออกไปจากร่างกาย
ทำให้ตื่นนอนขึ้นมาด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
ขณะเดียวกัน เมื่อนอนหลับสนิท ฮอร์โมนแห่งการเจริญเติบโตจะได้รับการผลิตออกมา
ช่วยทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ คงความเป็นหนุ่มสาวและไม่แก่ชรา
คนที่มีความรักและมีความสุข... ย่อมจะนอนหลับและฝันดี
คนที่มีคู่ชีวิตและร่วมรักกันอย่างเป็นสุข จะหลั่งสารแห่งความสุขที่เรียกว่า 'เอ็นโดฟิน' ออกมา
ทำให้ผ่อนคลายหายเครียด นอนหลับและฝันดี
คนที่ให้ความรักผู้อื่น โดยไม่หวังอะไรตอบแทน ด้วยความเมตตากรุณาในใจ
ย่อมมีจิตใจสงบสุข...นอนหลับสนิท
คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ด้วยความรักสุขภาพ... จะหลั่งสารแห่งความสุขที่เรียกว่า
เอ็นโดฟิน ออกมาเช่นกัน ทำให้นิทราอย่างเป็นสุข
คนที่รับประทานอาหารอย่างมีความสุข ย่อมได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
อาหารย่อยได้ดี จึงนอนหลับอย่างเป็นสุข
แน่นอนว่า คนที่นอนหลับอย่างเป็นสุขได้นี้... นอนหลับสนิทเพราะความรักที่มีอยู่ภายในดวงใจ
ขณะเดียวกันคนที่มีความรักจะไม่เครียด มีความสุขสงบ จึงใช้พลังงานจากความเครียดน้อย
การผลิตอนุมูลอิสระก็ย่อมจะน้อยตามไปด้วย การทำลายเซลล์เนื้อเยื่อจึงลดลง
แต่การเสริมสร้างเซลล์เนื้อเยื่อจะเพิ่มขึ้น ผลที่ตามมา แน่นอน ย่อมจะเป็นหนุ่ม เป็นสาวทั้งกายและใจ
...รู้แบบนี้แล้ว คุณจะไม่ชะลอแก่ด้วยความรักกันบ้างหรือ
ความรักแท้นั้น ไม่ต้องใช้เงินทองไปแสวงหา
เพราะรักแท้... มีอยู่ในใจของทุกคนอยู่แล้ว!!
แค่แบ่งความรักที่มีอยู่... ให้คนอื่นไปบ้าง
แล้วคุณก็จะมีความสุข...เป็นหนุ่มเป็นสาว
(update 20 มกราคม 2005)
[ ที่มา...
เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 655วันที่ 20 - 26 ธ.ค. 2547 ]
|