กลยุทธ์ทางการตลาดในปัจจุบันนี้ มีส่วนทำให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยต้องตกเป็นเหยื่อ
โดยเฉพาะการลด แลก แจก แถม ที่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือล่อตาล่อใจให้ตัดสินใจซื้อได้เป็นอย่างดี
และกลยุทธ์ดังกล่าวก็สามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ต้องการซื้อของถูก
ยิ่งมีของแถมหรือแจกฟรีรับรองว่ามีเท่าไรก็หมดค่ะ ...!!
เมื่อนักการตลาดค้นพบว่าจุดอ่อนของผู้บริโภคคืออะไร พวกเขาก็มักจะวางแผนที่จะโกยเงินจากกระเป๋า
บรรดานักช็อปอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากการประกาศลดราคาของสินค้าแบรนด์เนม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า
เครื่องสำอาง หรือแม้แต่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป หากคุณไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดี รับรองว่ามีเงินเท่าไหร่เป็นจ่ายหมด
หากคุณอดใจไม่ได้เมื่อเห็นว่าห้างร้านไหนติดป้ายประกาศลดราคาสินค้า
ดิฉันขอแนะนำให้ชั่งใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ โดยต้องคิดก่อนจ่ายเงินว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม
ฉบับนี้มีแนวคิดในการตัดสินใจซื้อมาฝากให้บรรดาผู้ที่เห็นของถูกแล้วตาวาว
จะได้รู้ตัวสักนิดว่าคุณถูกหลอกหรือว่าสินค้าราคาถูกจริงๆ
ชั่งใจ...ชั่งเงิน
ข้อแนะนำแรกดิฉันขอเตือนให้คุณใช้วิจารณญาณของตัวเอง เพื่อหาคำตอบว่า
สินค้าที่ติดป้ายลดราคานั้นเขาลดราคาจริงหรือไม่ ? เพราะปัจจุบันนี้มีผู้ประกอบการหัวใสแต่มีจิตใจคดโกง
หาทางระบายสินค้าด้วยการบอกว่าลดราคา แต่ความจริงแล้วราคาก็เท่าเดิม
เพียงแต่บวกราคาเพิ่มขึ้นแล้วติดป้ายบอกว่าลดราคา 50-70% หรือบางที่ก็บอกว่า ลดทั้งร้าน
ที่ตั้งข้อสังเกตว่าลดราคาจริงหรือไม่นั้น เพราะดิฉันเคยพูดคุยกับผู้ที่ช่ำชองในการช็อปปิ้ง
เขาบอกว่าก่อนที่สินค้าจะถูกติดป้ายลดราคา ก็เคยขายในราคาดังกล่าว
หากใครไม่รู้ก็หลงเชื่อกลยุทธ์หลอกลวง อย่างไรก็ตาม ห้างร้านที่เขาลดราคาจริงๆ ก็เหมือนกัน
โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่มีลูกค้าประจำเขาไม่กล้าหลอกลวงอย่างแน่นอน
ถึงจะ SALE แต่ต้องดี
แต่ที่เห็นกันก็คือสินค้าที่นำมาลดราคาส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ขายไม่ออก ค้างสต็อก
ล้าสมัย หรือตกรุ่น ฯลฯ ดังนั้นการเลือกซื้อคุณควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าด้วย
โดยพิจารณาว่าดีหรือไม่ สมควรที่จะจ่ายเงินเพื่อสิ่งที่คุณเห็นว่าราคาถูกหรือไม่ ?
ที่สำคัญนักช็อปทั้งหลายควรให้ความสำคัญในเรื่องประโยชน์ใช้สอยด้วยนะคะ
เพราะมีหลายคนที่หลับหูหลับตาซื้อ เพราะเห็นว่าราคาถูก จึงซื้อมาเก็บสะสมไว้เป็นกองๆ
ที่บ้านโดยไม่ได้ใช้งานเลย อย่างนี้เขาเรียกว่าซื้อราคาถูกแต่ไม่คุ้มค่าค่ะ
อย่างไรก็ตาม มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ต้องการรอให้สินค้านั้นๆ ลดราคาจึงจะตัดสินใจซื้อ
เนื่องจากตอนที่ออกมาขายใหม่ๆ นั้นราคาแพงเหลือเกิน ต้องรอให้ลด 50-70% ก่อนจึงจะสามารถซื้อได้
แต่หลายคนก็มองว่า การซื้อของลดราคานั้นทำให้ขาดความภาคภูมิใจในตัวสินค้าที่จะมาครอบครอง
จึงไม่นิยมซื้อสินค้าลดราคา ในเรื่องนี้ดิฉันคิดว่านานาจิตตังนะคะ ขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน
ลดราคา...ประหยัดจริงอ่ะ!
จุดสำคัญของการซื้อสินค้าลดราคานั้น สำหรับคนทั่วไปมักจะมองเรื่องความประหยัด
จึงมีคุณแม่บ้านหลายคนที่นิยมซื้อของลดราคาแบบเอาเป็นเอาตาย บางคนก็ซื้อตุนไว้เพื่อใช้ได้ในวันข้างหน้า
โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น น้ำตาล น้ำปลา ข้าวสาร ฯลฯ แม้ว่าจะลดราคาเพียงไม่กี่บาท
แต่พวกเธอก็เห็นว่าคุ้มค่าหากตัดสินใจซื้อ เพราะเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยประหยัดเงินให้กับครอบครัว
ส่วนการเลือกซื้อสินค้าลดราคาสำหรับผู้บริโภคบางกลุ่มนั้น อาจไม่มีความสำคัญนัก
เพราะคนกลุ่มนี้เขารู้ดีว่าสินค้านั้นมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน จะลดราคาหรือไม่ก็ต้องซื้ออยู่ดี
กลยุทธ์ในการหั่นราคาจึงใช้ไม่ได้ผลกับเขาและเธอเหล่านั้น แต่ถ้าวันหนึ่งสินค้าที่คนกลุ่มนี้ถูกอกถูกใจติดป้ายลดราคา
ดิฉันเชื่อว่าการตัดสินใจซื้อย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ใครก็ตามที่เห็นว่าสินค้าราคาถูกจึงต้องซื้อ ดิฉันมีข้อเตือนใจให้คิดกันเล่นๆ ว่า
ของถูกที่ดีๆ ไม่มีในโลก ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าที่ไหนจะมาขายในราคาต่ำกว่าทุนที่ติดป้ายประกาศไว้
ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อคุณควรเลือกว่าถ้าราคาถูก แต่คุณภาพไม่อยู่ในมาตรฐานที่เคยกินเคยใช้กัน
ก็อย่าซื้อเลยเพราะคงไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรอก
คุณคงเคยเห็นแผนกอาหารสำเร็จรูปในห้างสรรพสินค้าทั่วไป มักจะลดราคาสินค้าในช่วงระหว่าง 3-4 ทุ่ม
หรือเวลาที่ห้างใกล้จะปิด สินค้าเหล่านี้มีทั้งน่าซื้อและไม่น่าซื้อ แต่ก่อนที่จะซื้อกันขอแนะนำให้คิดให้รอบคอบนะคะ
ต้องดูให้แน่ใจว่ามันหมดอายุหรือยัง เพราะบางอย่างที่คุณคิดว่าซื้อมาแล้วจะสามารถเก็บไว้ได้นาน
แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังไว้
แม้แต่เสื้อผ้ายี่ห้อดังที่มักประกาศลดราคาในช่วงปลายปี หรือเทศกาลสำคัญๆ
ที่จะสามารถกอบโกยเงินจากกระเป๋าบรรดาหนุ่มๆ สาวๆ ได้ หากคุณสังเกตให้ดีก็จะพบว่าสินค้าเหล่านั้นบางครั้งก็มีตำหนิ
แต่คุณอาจมองไม่เห็น หรือแม้แต่เสื้อบางตัวคุณอาจเคยเห็นเขาโชว์เพื่อขายเมื่อหลายปีแล้ว
หากใส่ไปแล้วแทนที่จะเท่กลับถูกเพื่อนแซวว่าแต่งตัวเชย หากเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับใคร
คงไม่คุ้มค่ากับเงินที่คุณจ่ายอย่างแน่นอน
หากคุณไม่ต้องการตกเป็นเหยื่อกลยุทธ์การขายสินค้า ดิฉันขอเตือนว่า
คุณอย่าเป็นคนหูเบาและเชื่อใครต่อใครง่ายๆ นะคะ เพราะบางครั้งคำพูดบางคำจากภาพยนตร์โฆษณา
ที่บอกว่าถ้าตัดสินใจซื้อภายในวันนี้จะได้รับส่วนลดจากที่ประกาศขายอยู่ หากคุณคิดเป็นก็ต้องทราบว่า
จะมีใครในโลกนี้ยอมจ่ายค่าโฆษณาแพงๆ เพื่อมาขายของราคาถูกให้กับคุณกันค่ะ
ไม่ใช่เฉพาะตัวอย่างที่ยกมาเท่านั้นการซื้อสินค้าที่ลดราคาทุกครั้งในฐานะที่คุณเป็นผู้บริโภค
จะต้องได้รับความเป็นธรรมใช่หรือไม่ ดังนั้นทุกๆ คนจะต้องไตร่ตรองให้รอบคอบว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม ?
ถูกจริงๆ หรือแหกตา อย่าลืมนะคะว่า ทุกวันนี้เงินทองนั้นหายาก ทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปต้องคุ้มค่าและคุ้มราคาค่ะ
(update 31 ตุลาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 116 มิถุนายน 2548]
|