ฟังดูแล้วก็น่าดีใจค่ะที่เด็กอนุบาลต่างสนอกสนใจและหยิบยกประเด็นข่าวคราวของบ้านเมืองมาพูดคุยกันเพิ่มเติม
จากเรื่องการ์ตูนพาวเวอร์พัฟเกิร์ล เป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ ที่จะอาศัยความอยากรู้อยากเห็นของเด็กวัยนี้
บอกถึงข้อมูลที่ถูกต้องของโรคไข้หวัดนก เพื่อให้หนูๆ รู้จักดูแลสุขภาพตัวเอง
kids&school จึงชวน นาวาอากาศตรีแพทย์หญิงจุฑารัตน์ เมฆมัลลิกา หน่วยโรคติดเชื้อกองกุมารเวชกรรม
โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคไข้หวัดนกและวิธีการป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยค่ะ
ทำความรู้จักไข้หวัดนก
โรคไข้หวัดนก (Avian influenza, Bird Flu) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Avian Influenzavirus type A
ในตระกูล Orthomyxoviridae ในตระกูล RNA เจ้าเชื้อตัวนี้คือ เชื้อไวรัส H5N1 เป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่พบในนก
ซึ่งเป็นแหล่งรังโรคในธรรมชาติ (มีเชื้อโรคอยู่ในตัว)
โดยส่วนใหญ่เชื้อไข้หวัดนก จะพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ไก่ หมู นก สิงโต เสือ
ไม่เว้นแต่ปลาโลมาที่อยู่ในน้ำนะคะ แต่จะพบมากในสัตว์ปีก เช่น นกและไก่
มากกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นค่ะ
เชื้อไข้หวัดนก สามารถติดต่อได้ 2 ทางด้วยกันคือ
1. ทางตรง จากการสัมผัส คลุกคลีกับสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดนก
2. ทางอ้อม จากการกินอาหารที่ปะปนด้วยเชื้อของสัตว์ที่ป่วยเป็นไข้หวัดนก
ซึ่งเชื้อจะมาจากสารคัดหลั่งของสัตว์ คือ อุจจาระ น้ำมูก น้ำตา น้ำลาย
คุณหมอจุฑารัตน์บอกว่า สัตว์ปีกทุกตัวอาจจะมีเชื้อไข้หวัดนกอยู่ แต่บางตัวไม่แสดงอาการ
เพราะมีภูมิคุ้มกันโรคแข็งแรง เช่น นกป่าที่หากินเองตามธรรมชาติ หรือนกที่อพยพย้ายถิ่นฐานนี่ล่ะค่ะ
เป็นทั้งแหล่งโรคและเป็นตัวพาหะนำโรคในขณะที่ตัวมันเองไม่ป่วยเลย
ขณะที่ไก่บ้านเราเลี้ยงแบบระบบเปิด เมื่อได้รับเชื้อไข้หวัดนกแล้วเกิดป่วยและติดโรคไข้หวัดนกได้ง่าย
เพราะร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรงเท่านกป่า จึงทำให้ง่ายต่อการระบาดของไข้หวัดนก
แต่ไก่ชนและเป็ดไร่ทุ่งร่างกายค่อนข้างแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันดี จึงไม่ค่อยพบเชื้อโรคในสัตว์เหล่านี้
แต่หากได้รับเชื้อจำนวนมาก ก็ป่วยตายได้เหมือนกัน
แบบนี้ใช่เลย...อาการไข้หวัดนกที่พบในสัตว์
- เริ่มจากซูบผอม เบื่ออาหาร ไข้ลด ไอ จาม หายใจลำบาก ที่หงอนและเหนียงมีสีดำคล้ำ ตาปิดเพราะหนังตาบวม
- บางตัวอาจมีอาการของระบบประสาทและท้องเสียอย่างรุนแรง
- บางตัวตายโดยไม่แสดงอาการ เพราะได้รับเชื้อปริมาณมาก และมีโรคแทรกซ้อนรวมอยู่ด้วย
- เมื่อสัตว์ได้รับเชื้อไข้หวัดนก จะใช้ระยะเวลาฟักตัวไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึง 3 วัน ก็จะทำให้ไก่ตาย
คุณพ่อคุณแม่ต้องบอกเจ้าตัวเล็กไว้ก่อนเลยนะคะว่า ถ้าเจอสัตว์ที่เหงาซึม ซูบผอม ขนยุ่ง
อย่าเข้าใกล้โดยเด็ดขาด ให้รีบแจ้งคุณครูหรือพ่อแม่โดยด่วนค่ะ
สัญญาเตือนภัยไข้หวัดนก
- เคยมีการรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนกในคนเป็นครั้งแรกในปี 2540 เมื่อครั้งที่มีการระบาดในฮ่องกง
ซึ่งเชื่อกันว่าเชื้อไข้หวัดนกที่กำลังระบาดในปัจจุบัน มีการพัฒนาสายพันธุ์มาจากเชื้อตัวเดิมด้วยค่ะ
แต่ปกติเชื้อโรคไข้หวัดนกจะไม่ติดต่อมาสู่คนได้ง่ายๆ หรอกนะ ยกเว้นการสัมผัสโดยตรง
กับสัตว์ที่เป็นโรคจากทางเลือด น้ำมูก น้ำลาย
- ปกติแล้ว เชื้อไข้หวัดนกจะไม่สามารถเจริญเติบโตในร่างกายของคนได้ ด้วยความที่คนกับสัตว์มีสายพันธุ์ (Species) ต่างกัน
เมื่อเชื้อไข้หวัดนกเข้าสู่ร่างกายคน มันจะไม่สามารถอยู่ในสภาวะอุณหภูมิร่างกายของคนเราได้
แล้วยิ่งถ้าคนไหนมีภูมิต้านทานโรค และร่างกายแข็งแรง เชื้อโรคไข้หวัดนกก็ยากที่จะทำอันตรายค่ะ
- โรคไข้หวัดนกมักระบาดในช่วงฤดูหนาว เพราะเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิเหมาะสม
ซึ่งก็ตรงกับช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ของคนกำลังมาทักทายเหมือนกันค่ะ
- ถ้าเจ้าตัวเล็กเกิดมีอาการฟุตฟิต ตามมาด้วยไอ จาม มีน้ำมูก และเจ็บคอ ต้องรีบพาไปพบแพทย์นะคะ
ถ้าเป็นไข้หวัดธรรมดา จะหายภายใน 3-7 วัน แต่หากติดเชื้อไข้หวัดนกซึ่งมีระยะฟักตัว 1-3 วัน
อาการป่วยก็จะปรากฏชัดเจนและรุนแรงมากขึ้น อาการจะคล้ายๆ กับโรคไข้หวัดใหญ่ค่ะ
แต่มีความรุนแรงกว่าคือ
- - มีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส และปวดศีรษะมาก
- - ปวดกล้ามเนื้อทั้งตัว
- - มีอาการไอมากจนเจ็บหน้าอก
- - บางรายอาจมีอาการของระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง
หรือป่วยเป็นปอดบวมแทรกด้วยค่ะ
- คนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้หวัดนก ก็คือ คนที่ทำงานในฟาร์มสัตว์ปีก คนที่ฆ่าชำแหละสัตว์ปีก
และคนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่การระบาดของไข้หวัดนก การรักษาของหมอจะเริ่มตั้งแต่การซักประวัติ
ว่าสัมผัสกับสัตว์ที่ป่วยและตายจากไข้หวัดนกหรือไม่ หรืออยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้หวัดนกหรือไม่
ซึ่งจะได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิดจากหมอค่ะ
รับมือไข้หวัดนก
เจ้าตัวเล็กวัยคิดส์ยังมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงดี จึงต้องเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
แต่อย่าตื่นตระหนกจนห้ามไม่ให้เจ้าตัวเล็กไปโรงเรียน หรืองดอาหารของเจ้าตัวเล็กนะคะ
เพราะจะขัดกับพัฒนาการที่กำลังเจริญเติบโตค่ะ
- รักษาร่างกายให้แข็งแรง
- ช่วงนี้ต้องระวังอย่าให้เป็นไข้หวัดนะคะ รักษาสุขภาพของเจ้าตัวเล็กให้แข็งแรงสมบูรณ์ด้วยการกินอาหารครบ 5 หมู่
ชวนกันไปออกกำลังกายเป็นประจำ แล้วพักผ่อนให้เพียงพอในห้องที่มีอากาศถ่ายเท ที่โรงเรียนอาจจะล้างแอร์
หรือเปิดห้องเพื่อให้อากาศได้ถ่ายเทบ้างค่ะ
- ทำความสะอาด
- ขั้นแรกของการตั้งด่านป้องกันเชื้อโรคเลยค่ะ เริ่มต้นที่มือก่อนเลยนะคะ
เพราะทำหน้าที่เป็นสะพานนำพาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายที่สุด ฝึกให้เด็กล้างมือทุกครั้งหลังทำกิจกรรมเสร็จ
ทั้งหลังเข้าห้องน้ำ ก่อนกินข้าว เล่นของเล่นเสร็จ หรือเล่นกับสุนัข แมว ไก่ หรือนก ยิ่งต้องล้างให้สะอาดทุกซอกเล็บเลยค่ะ
ฝึกให้เป็นนิสัย คุณพ่อคุณแม่และคุณครูสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีของการล้างมือ รวมถึงการอาบน้ำให้สะอาดนะคะ
- หลีกเลี่ยงสัตว์และพื้นที่เสี่ยงโรค
- บอกเจ้าตัวเล็กว่าอย่าเล่นกับไก่หรือนกนะคะ เพราะอาจจะได้รับเชื้อได้ง่าย
และอย่าให้เข้าไปอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้หวัดนก หรือเข้าใกล้บริเวณที่มีสัตว์ป่วยหรือตายค่ะ
- ถ้าที่บ้านหรือที่โรงเรียนเลี้ยงไก่หรือมีกรงนก คุณพ่อคุณแม่ และคุณครูต้องคอยสังเกตดูอาการของสัตว์เหล่านี้นะคะ
ช่วงนี้อาจจะนำออกไปให้ห่างจากเด็กไว้ก่อนเป็นดีค่ะ รวมถึงงดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับฟาร์มเลี้ยงนก เลี้ยงไก่
หรือถ้าต้องออกไปทัศนศึกษาในสวนสัตว์ช่วงนี้ เมื่อกลับมาแล้วก็ให้เด็กอาบน้ำให้สะอาดด้วยค่ะ
- หรือถ้ามีสัตว์ปีก อย่างไก่ เป็ด นก มาตายบริเวณบ้านให้เผาหรือฝังโดยขุดหลุมลึกประมาณ 1 เมตร
แล้วราดทับด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เช่น น้ำยาคลอรีน หรือปูนขาว กลบหลุมให้แน่น และอย่าจับซากสัตว์โดยเด็ดขาด
ขณะขุดหลุม ควรสวมถุงมือและผ้าปิดจมูกด้วย แล้วล้างมือให้สะอาด หรือแจ้งกระทรวงสาธารณสุข
หรือกรมปศุสัตว์ที่ใกล้ที่สุดค่ะ
- ปรุงสุก...ปลอดภัยชัวร์
- ถ้าคุณพ่อบ้านแม่บ้านจะเลือกซื้อเนื้อไก่หรือไข่ มีหลักง่ายๆ แต่ต้องจำให้ดีค่ะ
เพราะหมายถึงชีวิตของเจ้าตัวเล็กด้วยนะคะ
- - ไม่เลือกเนื้อไก่ที่มีสีคล้ำและมีจุดเลือดออก และมีจุดขาวๆ ที่เครื่องในค่ะ
- - ส่วนไข่ให้เลือกฟองที่สดใหม่และไม่มีมูลไก่ติดมา ถ้าตอกแล้วมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยมาก็ให้รีบทิ้งทันทีเลยนะคะ
- - ควรแยกเขียงหั่นเนื้อไก่ที่ยังไม่ปรุงสุกกับสุกแล้ว เพื่อความปลอดภัยค่ะ
- - เลือกซื้อที่มี อย. รับรองว่าปลอดภัย แล้วทั้งไก่และไข่ ก่อนจะนำมาประกอบอาหารต้องล้างให้สะอาด
และทำให้สุกก่อนขึ้นโต๊ะนะคะ เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดนี้ตายเมื่อโดนความร้อนที่อุณหภูมิตั้งแต่ 60 องศาเซลเซียส
โดยเชื้อจะตายภายใน 30 นาทีค่ะ ถ้าเนื้อยังมีสีแดงและเลือดปนอยู่แบบนี้ไม่ผ่านค่ะ ต้องใช้เวลาทอดเพิ่มอีก
- มีวัคซีนป้องกันมั้ยนะ
- มีวัคซีนป้องกันเจ้าตัวเล็กจากโรคไข้หวัดใหญ่ค่ะ ซึ่งราคาค่อนข้างแพง การจะตัดสินใจให้เจ้าตัวเล็กฉีด
หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ หรือดูภาวะร่างกายของเจ้าตัวเล็กว่าช่วงนี้ร่างกายอ่อนแอหรือแข็งแรงเพียงใด
แต่วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไม่สามารป้องกันไข้หวัดนกได้ค่ะ
- ทางที่ดีรักษาร่างกายให้แข็งแรง ก็วางใจได้เปลาะหนึ่ง แต่ถ้าเจ้าตัวเล็กป่วย ควรให้หยุดเรียนนะคะ
เพราะจะได้ไม่เป็นการแพร่เชื้อ และรับเชื้อโรคจากคนอื่นมาด้วยค่ะ
อย่ามัวตื่นตระหนกกับโรคภัยไข้เจ็บที่เข้ามาถาโถมจนขาดสติและกลัวเกินเหตุนะคะ
คุณพ่อคุณแม่และคุณครูเป็นคนสำคัญที่จะช่วยป้องกันโรคจากไข้หวัดนกค่ะ
ใช้ชีวิตให้ถูกต้องตามหลักสุขบัญญัติ รักษาร่างกายให้แข็งแรง ไม่ว่าจะไข้หวัดนกหรือไข้ไหนๆ
ก็ไม่กล้ามากล้ำกรายแน่ค่ะ
(update 21 มิถุนายน 2005)
[ ที่มา...
kids and school ปีที่ 5 ฉบับที่ 55 มกราคม 2548 ]
|