เมื่อปวดฉี่ จนน้ำตาตกทำอย่างไร


วันนี้ขอพูดเรื่องการตั้งครรภ์กับระบบปัสสาวะสักหน่อย

ว่าไปแล้วเมื่อเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้วนั้นจะมีผลทำให้ระบบทางสรีระของไตเปลี่ยนแปลงไปนั่นก็คือ จะมีน้ำเลือดผ่านไตมากขึ้น เป็นเหตุให้การกรองของเสียออกทางไตมีมากขึ้น น้ำปัสสาวะจึงมากขึ้น

ดังนั้นคุณๆ ที่ตั้งครรภ์แม้จะเริ่มตั้งครรภ์กันใหม่ๆ ก็ตาม อาการแรกๆ ที่เกิดขึ้นก็คือ การปัสสาวะบ่อย แต่ต้องไม่มีอาการแสบขัดท่อปัสสาวะร่วมนะครับ เพราะถ้ามีปัสสาวะบ่อยและมีแสบขัดร่วมด้วย นั่นหมายถึงเป็นเพราะระบบปัสสาวะอักเสบ อาจจะเป็นกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะอักเสบ

แต่การเกิดปัสสาวะของคุณที่ตั้งครรภ์ก็เกิดขึ้นมาได้ เพราะสาเหตุที่อธิบายไว้ข้างต้นนั่นเอง

มดลูกเป็นอวัยวะที่ส่วนที่ใกล้ชิดกับกระเพาะปัสสาวะมากที่สุด เรียกว่าเป็นเพื่อนบ้านกันเลยก็น่าจะได้

การที่มดลูกมีขนาดโตขึ้นและมีน้ำหนักมากขึ้น มันก็จะทิ้งน้ำหนักหรือกดทับลงบนกระเพาะปัสสาวะได้ เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ปัสสาวะบ่อยด้วยเช่นกัน แต่การบ่อยอันสืบเนื่องจากการกดทับนี้ มักจะมีน้ำปัสสาวะออกมาไม่มากนักในแต่ละครั้ง

แล้วก็เช่นกันถ้าหากไม่มีอาการแสบขัดของท่อปัสสาวะร่วม หรือไม่มีไข้หนาวสั่นร่วมด้วย
Forget it ได้เลย แปลว่า ลืมเรื่องนี้ไปได้เลย
เพราะเป็นเรื่องปกติ แต่มันอาจจะไม่ปกติได้ถ้าจู่ๆ แล้วมีปัสสาวะไม่ออก เบ่งจนหน้าเขียวก็ยังปัสสาวะไม่ออก เหตุการณ์เช่นนี้มักจะเกิดในตอนครรภ์อายุได้ประมาณ 4 เดือน หรือ 16 สัปดาห์

เรื่องของเรื่องก็คือว่า อายุครรภ์ประมาณนี้ขนาดของมดลูกที่โตขึ้นมันจะมีขนาดโตได้พอดิบพอดีกับอุ้งเชิงกราน จะด้วยเหตุใดก็ตาม เกิดมดลูกที่มีขนาดพอดีกับอุ้งเชิงกรานนั้น มันอุตริเข้าไปอยู่ในอุ้งเชิงกรานแล้ว ไม่ยอมหลุดออกมาอยู่ในช่องท้องมันก็ทำให้เกิดเรื่องนะซีครับ

เรื่องแรกก็คือ คุณก็จะปวดแน่นท้องแค่ชวนให้รำคาญ
แต่เรื่องที่สองนี่ซีครับ มันสุดที่จะทนนั้นก็คือว่า ด้วยขนาดที่อัดแน่นอยู่ในอุ้งเชิงกราน ซึ่งผนวกเอาส่วนของหัวเหน่าเข้าไปด้วย

และเป็นที่ทราบกันดีว่า ใต้กระดูกหัวเหน่านั้นจะมีท่อปัสสาวะที่มาจากกระเพาะปัสสาวะลอดผ่านให้กระดูกหัวเหน่า เมื่อท่อปัสสาวะเองมันก็เป็นท่อที่นุ่มนิ่มอะไรมากดเข้าไปนิดหน่อย มันก็แบนแต๊ดแต๋แล้ว เมื่อมันแบนแต๊ดแต๋ น้ำปัสสาวะก็ไหลผ่านออกมาไม่ได้ครับ ตัวมดลูกที่อัดแน่นอยู่ในอุ้งเชิงกรานด้วย เพราะขนาดนี้มันพอดิบพอดีนั่นเอง เมื่ออัดแน่นอยู่ไม่นานนักมันก็อาจจะบวมโตขึ้นมาได้บ้าง ทีนี้มันก็จะกดทับลงบนท่อปัสสาวะส่วนที่อยู่ใต้กระดูกหัวเหน่า มันก็เลยทำให้ฉี่ลำบาก ฉี่ไม่ออก เบ่งเท่าไรก็ไม่ออก

ใครที่เคยปวดปัสสาวะมากๆ แล้วยังหาที่ปัสสาวะไม่เจอ เช่น นั่งหนาวอยู่ในรถที่ติดเป็นตังเมอยู่กลางถนนในกรุงเทพมหานคร จะมีความรู้สึกในประสบการณ์ทำนองนี้ดี

แต่คนที่ปวดฉี่แล้วฉี่ไม่ออก จะแย่กว่าคนที่ปวดฉี่ แต่หาที่ฉี่ยังไม่ได้อยู่หลายเท่าตัวนัก
เหตุการณ์ทำนองนี้ถ้าหากเกิดขึ้นกับคุณผมมีคำแนะนำครับ

ประการแรก ทดลองให้นิ้วสอดเข้าไปในช่องคลอดใต้กระดูกหัวเหน่า คุณจะเจออวัยวะเป็นก้อนแข็งๆ นุ่มๆ นั่นคงเป็นมดลูกที่อัดอยู่ในอุ้งเชิงกราน คุณลองใช้นิ้วมือสองนิ้วช่วยกันค่อยๆ ดันให้มดลูกมันลอยกลับเข้าไปอยู่ในช่องท้อง

ถ้าหากคุณดันกลับไปสำเร็จ คุณก็จะสามารถปัสสาวะได้ในทันที อย่างมีความสุข
แต่ถ้าพบกับความพยายามที่ล้มเหลว ผมขอเชิญไปโรงพยาบาลได้เลยในทันที เพื่อให้หมอเขาสวนปัสสาวะให้ก่อน แล้วก็ช่วยโกยหรือดันมดลูกขึ้นไปให้

เมื่อครรภ์มากกว่า 4 เดือนขึ้นไปแล้ว เหตุการณ์ทำนองนี้มักจะไม่เกิดขึ้นแล้วล่ะครับ ขอให้สบายใจได้เลย
แต่ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้นมาได้ แม้ว่าจะเจอได้ไม่บ่อยก็ตาม นั่นก็คือการกดทับของสายยึดมดลูกที่มีชื่อว่า Round Ligament (ราวด์ ลิกกาเมนต์) ลงบนท่อไต

โดยปกติมดลูกมักจะหมุนเอนไปทางขวาคือบิดขวา การบิดขวาของมดลูกก็พลอยทำให้สาย Round Ligament หมุนไปด้วย

เอาละ คุณจะไม่เข้าใจในภาพที่เกิดขึ้น ก็ไม่เป็นไร
แต่ที่เป็นไร ก็คือว่า สาย Round Ligament มันจะไปกดทับลงบนท่อไตของไตด้านขวา การกดทับลงบนท่อไต ซึ่งเป็นทางเดินของน้ำปัสสาวะจากไตด้านขวาลงสู่กระเพาะปัสสาวะที่อยู่บริเวณท้องน้อยเหนือหัวเหน่า ก็จะทำให้น้ำปัสสาวะไหลลงมาได้ เหมือนคนเป็นนิ่วของท่อไต ยังไงก็ยังนั้น มันก็เลยทำให้มีอาการปวดเหมือนปวดนิ่วนะครับ ปวดเหมือนเป็นนิ่วท่อไต และปวดบริเวณไตด้วยนะครับ

ไตอยู่บริเวณระดับบั้นเอวเยื้องมาทางด้านหลังคุณก็จะมีอาการปวดบริเวณตรงนั้น ปวดมากปวดน้อยก็แล้วแต่ดวง แต่ที่ดวงดีเหมือนๆ กันก็คือ มันหายได้เอง เมื่อการกดทับซึ่งมักจะเกิดขึ้นเป็นการชั่วคราวสิ้นสุดลง

แต่ตอนที่มีอาการปวดฉี่ มันก็ทำให้คุณน้ำตาตกได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตามผมเพียงต้องการให้คุณๆ ที่กำลังตั้งครรภ์ได้สัก 5-6 เดือน เมื่อเกิดอาการที่ว่านี้ ก็อย่าได้ตกใจมากไป เพราะมันเป็นเพียงอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น

สิ่งที่ผมเล่ามาทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่พบได้แม้ว่าจะไม่บ่อยนักในบางอาการ แต่เมื่อพบแล้วและคุณได้รู้ว่ามันเป็นเพียงเหตุการณ์แทรกซ้อนที่เกิดขึ้น ได้ระหว่างการตั้งครรภ์

อย่างน้อยก็ช่วยให้สบายใจไว้ก่อน ก่อนที่จะไปพบแพทย์ว่างั้นเถอะ


(update 18 ตุลาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ กุมภาพันธ์ 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600