ส่วนหนึ่งในชีวิตการทำงานของ working mom ทั้งหลายย่อมหนีไม่พ้นเรื่องการเดินทางนะคะ
เพราะคงมีไม่มากที่สามารถเดินจากบ้านไปที่ทำงานได้ยิ่งกว่านั้นบางคนอาจจะต้องเดินทางไกล
ไปทำงานถึงต่างประเทศ หรือต่างจังหวัด ยิ่งคุณแม่ที่กำลังท้องด้วยแล้ว
จำเป็นต้องเลือกรูปแบบการเดินทางให้เหมาะสมมากที่สุด
เพื่อความปลอดภัยของทั้งตนเองและลูกในท้องค่ะ
รถยนต์
ปัจจุบันแม่ท้องจำนวนมากมักจะขับรถไปทำงานเอง ซึ่งมีความปลอดภัยและสะดวก
แต่ก็มีข้อควรระมัดระวังอยู่เช่นกัน
- ขับรถนานหรือรถติดเกินกว่า 2 ชั่วโมง จนรู้สึกเมื่อย ควรขยับตัวเพื่อยืดกล้ามเนื้อบ้าง
- ใส่เข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง (ตอนท้องใหญ่ คาดต่ำกว่าสะดือ)
- นำหมอนไว้พิงหลังเพื่อป้องกันอาการเมื่อยล้าและปวดหลัง
- หากขับรถระยะทางไกลควรวางแผนการเดินทางให้ดี ควรหยุดพักบ้าง
เพื่อเข้าห้องน้ำหรือเมื่อคุณแม่รู้สึกเหนื่อยล้า
รถเมล์
แม้จะมีป้ายเอื้อเฟื้อต่อเด็ก คนชรา และสตรีมีครรภ์อยู่บนรถเมล์ทุกคัน
แต่ก็มีโอกาสที่คุณแม่ท้องต้องโหนรถเมล์บ้าง
- ระมัดระวังอุบัติเหตุ โดยเฉพาะระหว่างขึ้น-ลงบันได หรือระหว่างรถเบรกและรถกระชากออกตัว
- หลีกเลี่ยงรถเมล์ที่แน่นมากเพราะโอกาสกระทบกระทั่งจะมีสูง
- ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงจริงๆ คุณแม่ควรจะเลือกโดยสารรถแท็กซี่เลยจะดีกว่า
รถไฟฟ้า
ทั้งลอยฟ้าและใต้ดิน พาหนะไฮเทคฯ ที่ถูกใจชาว กทม.
ด้วยเพราะช่วยประหยัดเวลาและแสนสะดวก มีเส้นทางครอบคลุมแหล่งธุรกิจใน กทม.
- ระมัดระวังระหว่างขึ้นและลงบันไดเลื่อน เพราะค่อนข้างสูงชัน
- ในช่วงเวลาเร่งด่วนค่อนข้างมีคนใช้บริการกันแน่น จึงควรระมัดระวังอุบัติเหตุทั่วๆ ไป
เช่น การกระทบกระแทก การหกล้ม
- ศึกษาเส้นทางให้รอบคอบ คุณแม่จะได้ไม่เหนื่อยในการหาประตูทางออก
- ให้เลี่ยงการผ่านทางเข้าออกอัตโนมัติ ป้องกันจังหวะของที่กั้นอาจปิดกระแทกโดนบริเวณท้องได้
(มีทางเข้าเฉพาะแม่ตั้งครรภ์)
เครื่องบิน
เป็นการเดินทางอย่างรวดเร็วถ้าคุณแม่ต้องเดินทางไปยังต่างถิ่นไกลๆ
และไม่ได้เป็นพาหนะต้องห้ามสำหรับแม่ท้องเสมอไป
- เป็นพาหนะที่มีแรงกระแทกค่อนข้างน้อย
- เลือกที่นั่งบริเวณทางเดินเพื่อลุกยืดแข้งยืดขา และเข้าห้องน้ำได้สะดวก
- กรณีเดินทางไกลควรลุกเดินทุก 1 ชั่วโมง หรือกระดูกปลายเท้าขึ้นลงให้เลือดที่เท้าหมุนเวียนดี
- ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ เพราะอากาศบนเครื่องบินจะมีความชื้นน้อย
- บางสายการบินจะอนุญาตให้แม่ท้องเดือนที่ 8-9 ขึ้นเครื่องบินได้หากมีความจำเป็นจริงๆ
แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันประกอบด้วย
รถไฟ
แม้จะค่อนข้างช้าและไม่สะดวก แต่ก็เป็นพาหนะสุดคลาสสิกที่อยู่ในใจคนไทย
- ถ้าต้องเดินทางข้ามคืนควรเลือกรถไฟตู้นอนจะดีกว่านั่งไปตลอดคืน
- ค่อนข้างมีการกระแทกสูง ควรงดเว้นเมื่อตั้งครรภ์อ่อนๆ
- เตรียมยารักษาโรคให้พร้อม เผื่อมีอาการฉุกเฉิน
- เลือกที่นั่งใกล้ทางเดินเพื่อมีที่ทางยืดแข้งยืดขาให้เลือดหมุนเวียน
- ห้องน้ำบนรถไฟค่อนข้างคับแคบไม่สะดวกสำหรับแม่ท้อง
จึงควรพาคนสนิทไปเป็นเพื่อนเข้าห้องน้ำด้วยทุกครั้ง
เรือ
ในกทม.มีบริการเรือทั้งเรือด่วนเจ้าพระยา เรือในคลองแสนแสบ ซึ่งช่วยย่นระยะทางได้ดี
- สำรวจร่างกายของตนเองว่าแข็งแรงเพียงพอ มีอาการเมาเรือง่ายหรือไม่ ถ้ามีควรงดเว้น
- เรือมีความเสี่ยงสูง ถ้าคุณแม่ไม่ชำนาญควรหลีกเลี่ยง
- ระมัดระวังอุบัติเหตุโดยเฉพาะช่วงก้าวขึ้น-ลงเรือเมื่อเทียบท่า และระวังลื่นเพราะพื้นเรือมักเปียกอยู่เสมอ
- เมื่อขึ้นเรือแล้วควรเหลือที่นั่งกลางเรือ เพราะจะมีแรงกระแทกน้อยกว่าหัวเรือ
มอเตอร์ไซค์
รถเครื่องสองล้อที่เราเรียกว่าเนื้อหุ้มเหล็กนั้นค่อนข้างอันตรายสำหรับแม่ท้องมากๆ ค่ะ
เพราะกระทบกระเทือนต่อเด็กในครรภ์ได้ง่าย
- คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการขึ้นมอเตอร์ไซค์ระหว่างตั้งครรภ์เด็ดขาด
- หากจำเป็นต้องขึ้นมอเตอร์ไซค์อกจากซอย ขอให้เลี่ยงไปขึ้นรถสองแถวจะดีกว่า
- แม้คุณแม่จะสวมหมวกกันน็อกป้องกันศีรษะได้ แต่ป้องกันลูกในท้องไม่ได้นะคะ
Tip on the way
- วางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ เพื่อคุณแม่จะได้ไม่กังวลหรือเร่งรีบจนเครียด
- เตรียมร่างกายของตนเองให้ฟิตเพียงพอและเตรียมยาประจำตัวไปให้พร้อม
- แต่งกายให้รัดกุม เสื้อผ้าที่ไม่รุ่มร่าม และควรใส่รองเท้าส้นเตี้ย เป็นต้น
- ไม่ควรถือสัมภาระไปในการเดินทางด้วยมากจนเกินไป
- ปรึกษาแพทย์ก่อนการเดินทางไกลทุกครั้ง
- ควรจะติดอาหารหรือผลไม้ส่วนตัว เมื่อต้องเดินทางไกลหรือเผื่อไว้ยามรถติด
เพราะต่างถิ่นอาจมีอาหารไม่เหมาะกับคุณและลูกในท้อง
(update 30 กันยายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 114 เมษายน 2548]
|