ช่วงหลังๆ มานี้ มีข่าวหน้าหนึ่งเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศหลายคดี ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่หากเป็นจริง
แสดงให้เห็นว่าสังคมตกต่ำยิ่งนัก พ่อเลี้ยงพ่อแม้ข่มขืนลูก ครูข่มขืนลูกศิษย์ ตำรวจกระทำต่อเหยื่อที่มาแจ้งความที่โรงพัก
รับรู้เรื่องราวแบบนี้ทีไรก็สลดใจยิ่งนักเพราะดูเหมือนมนุษย์จะควบคุมตัณหาไม่ได้
แต่ยิ่งรู้สึกหดหู่มากขึ้นที่ได้ยินว่าเหยื่อต้องมาวิ่งร้องเรียนหน่วยงานเอ็นจีโอ
รัฐไปอยู่ที่ไหนเล่า ประชาชนจึงไม่มีที่พึ่ง
การมีหน่วยงานเอกชนช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเป็นสิ่งดี แต่ก็ต้องดูว่ามีความรู้ในการช่วยเหลือ
รวมทั้งมีความเป็นกลางพอหรือไม่ หมอได้รับรู้ประเด็นทั้งสองด้าน ซึ่งไม่เป็นสิ่งดีสำหรับกระบวนการยุติธรรมแน่นอน
เหยื่อหลายคนหมดโอกาสในการเอาผิดกับผู้ล่วงละเมิด เพราะไม่มีการเก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ดี
หลายครั้งที่ได้รับรู้ว่าเหยื่อไปร้องขอความช่วยเหลือจากศูนย์ต่างๆ ทำให้ขาดหลักฐานชิ้นสำคัญ คดีแบบนี้
เหตุมักเกิดขึ้นโดยไร้ประจักษ์พยาน เพราะเป็นเรื่องของคนสองคน หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ใครก็ตามที่ทำหน้าที่ในส่วนนี้ควรตระหนักและตั้งใจรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์
หมอเคยรับปรึกษากรณีหนึ่งที่เหยื่อถูกนายจ้างทารุณทางกายและทางเพศ เหยื่อเล่าว่าทางโรงพยาบาลได้แต่เย็บแผลให้เท่านั้น
เมื่อรักษาเบื้องต้นเรียบร้อย เธอจึงเดินทางไปหาที่พักใหม่ ในระหว่างทางเธอได้รับคำแนะนำจากโชเฟอร์แท็กซี่ให้ไปหามูลนิธิหนึ่ง
ที่มีนโยบายให้ความช่วยเหลือเหยื่อจากการล่วงละเมิดทางเพศ
ในการช่วยเหลือ ไม่ได้มีการตรวจเก็บพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ช่วยตรวจสอบ
คดีแบบนี้แหละที่บอกว่า เสียดายที่ไม่มีหลักฐาน
จุดสำคัญที่อยากจะสร้างองค์ความรู้ใหม่ก็คือ ตัวเหยื่อผู้ถูกกระทำควรตั้งสติ แล้วพยายามเก็บรวบรวมหลักฐานให้ได้ในเบื้องต้น
แต่อย่าเพิ่งเอาไปให้ใครเพราะอาจถูกแกล้งหรือบางทีก็อาจไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ส่วนใหญ่เหยื่อที่เก็บหลักฐานไว้
แล้วแวะมาปรึกษาแพทย์ด้วยตัวเอง พวกนี้มักจะมีหลักฐานมัดผู้ร้ายได้ เช่น ผู้หญิงคนหนึ่งถูกนายจ้างบังคับทำออรัลเซ็กซ์
เธอไม่อาจขัดขืนจึงแอบบ้วนเอาเชื้ออสุจิใส่ขวดแล้วมาตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่งในที่สุดผลการตรวจดีเอ็นเอ
ก็ทำให้จำเลยต้องจำนนถูกจับดำเนินคดี
อีกรายเป็นนักท่องเที่ยวหญิงสาวชาวญี่ปุ่นไปแจ้งที่โรงพักว่ามีขโมยขึ้นห้องพักขโมยของ
แต่อีท่าใดก็ไม่ทราบถูกคนของรัฐข่มขืนเอา หญิงสาวจึงเก็บเอาเสื้อชั้นในกางเกงที่เปื้อนเชื้ออสุจิมาส่งตรวจ
ซึ่งก็ทำให้สามารถนำเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้
คดีแบบนี้เหยื่อต้องพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจเสี่ยงต่อการเกิดการล่วงละเมิดทางเพศเป็นดีที่สุด
เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเราใจถึงกันเสียเหลือเกิน หมอมองดูมันกระตุ้นอารมณ์เพศได้มากทีเดียว
ถ้าไปไหนมาไหนด้วยพาหนะสาธารณะละก็ควรระมัดระวังให้มาก
เมื่อไหร่ก็ตาม ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ คงยากที่ผู้หญิงจะรอดจากการกระทำล่วงละเมิดทางเพศ
ดังนั้นหากมันเกิดขึ้นก็ขอให้พยายามรวบรวมสติ สมาธิ เก็บหลักฐานไว้ให้ดี แล้วเอามาส่งตรวจ
ข้อแนะนำแบบนี้คงช่วยได้เฉพาะเหยื่อโตๆ เท่านั้น หากเป็นคดีพ่อกระทำต่อลูก ครูกระทำต่อนักเรียน
คงยากที่จะป้องกันและยากที่จะมีความรู้มีพลังใจลุกขึ้นมาต่อสู้ได้ แต่ที่น่าหดหู่กว่านั้นก็คือคนดีๆ ที่อยู่ข้างๆ
เหยื่อนี่สิกลับไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเลย คดีความผิดทางเพศที่เกิดขึ้นในครอบครัวส่วนใหญ่เกิดจากผู้เป็นแม่ดูแลไม่ดี
หรือบางทีก็เป็นใจให้เกิด เพราะคิดว่าดีกว่าปล่อยให้สามีไปเที่ยว
ส่วนบรรดาครูๆ หรือพระ กลุ่มนี้เกิดจากศีลธรรมเสื่อมลงไปหมดในหัวใจของผู้ชาย
ยิ่งมาผสมโรงกับความตกต่ำของผู้หญิงที่ไปกระตุ้นหรือร่วมมือกันก่อให้เกิดกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม
ทำให้ยากต่อการดูแลจัดการ
ในกลุ่มเหยื่อที่อายุน้อย เมื่อถูกกระทำแบบนี้มักก่อให้เกิดแผลในใจ ซึ่งยากที่จะเยียวยา
ความผิดทางเพศนับวันจะมีมากขึ้น รุนแรงขึ้น จนเกือบจะรู้สึกว่ามนุษย์ไม่มีศีลธรรมกันแล้วหรือไร
นอกจากเรื่องของหลักฐานการล่วงละเมิดทางเพศที่ควรรู้แล้ว ยังมีเรื่องของโอกาสตั้งท้อง
ซึ่งเหยื่อมักจะวางใจไม่ระวังถึงเรื่องนี้ กว่าจะรู้ตัวว่าท้องก็อาจล่วงเลยจนไม่สามารถทำแท้งได้
เพราะจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหญิง
แม้ว่าโอกาสแก่งการปฏิสนธิจะมีช่วงระยะเวลาไม่มาก แต่ก็กลายเป็นเรื่องแปลกที่คนไม่อยากมีกลับมีกันง่ายมาก
แต่คนที่มีความพร้อมกลับมียากเย็นจนต้องลงทุนมากมาย เพื่อให้มี ซึ่งแม้จะมีโอกาสปฏิสนธิก็อย่าชะล่าใจ
หมอได้รับรู้กรณีที่เด็กนักเรียนถูกข่มขืนจนท้อง โดยในตอนแรกครูประจำชั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นพ่อของเด็กในท้อง
ซึ่งในกรณีนี้ไม่ได้มีการทำแท้งแต่กลับปล่อยจนคลอดออกมา คุณหมอที่ตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์สังเกตความผิดปกติ
ในพฤติกรรมของผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของเด็ก จึงได้ขออนุญาตเก็บเลือดมาตรวจดีเอ็นเอด้วย ผลออกมาพลิกล็อกเพราะพ่อแท้ๆ
กลายเป็นผู้ล่วงละเมิดทางเพศลูกสาวของตัวเอง
สภาพของปัญหาแบบนี้แหละที่จะกลายเป็นปัญหาสังคม ทำไมจึงปล่อยให้การท้องดำเนินต่อไป
และยิ่งเด็กที่คลอดออกมาเติบโตขึ้น อะไรจะตามมาอีกในอนาคต
ปัญหาที่เกิดจากความผิดทางเพศมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมปัจจุบัน
ผลที่ตามมามีความซับซ้อนกว่าความรุนแรงในอาชญากรรมแบบอื่น ช่วยกันระวังตัวเอง
รวมทั้งอย่าปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เติบโตขึ้น ต้องช่วยกันปราบปราม
...มิเช่นนั้นสักวันหนึ่งภัยมาถึงตัวเราแน่ๆ
(update 9 มิถุนายน 2005)
[ ที่มา..
kids&family ปีที่ 10 ฉบับที่ 111 มิถุนายน 2548 ]
|