|
ด้วยวัยเพียงแค่ 27 ปี สุขภาพร่างกายแข็งแรงดีทุกประการ คุณนิสาชล (นามสมมุติ)
จึงไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า ...เรื่องราวแสนปวดร้าวเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับชีวิตตัวเองและสามี
วันนี้...แม้วันเวลาที่เปรียบเสมือนฝันร้ายเหล่านั้นยังคงฝังลึกอยู่ในใจ แต่คุณนิสาชลก็ยินดีที่จะเปิดเผยให้คุณผู้อ่าน บันทึกคุณแม่
ได้รับรู้เพื่อที่คำตอบจากนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อเรื่องราวและข้อซักถามของเธอจะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่มีปัญหาใกล้เคียงกันค่ะ
หลังจากประจำเดือนขาดไปประมาณ 1 สัปดาห์ ดิฉันจึงไปซื้อแผ่นตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจเองที่บ้าน
ผลที่ออกมาพบว่า ..ไม่ท้อง ... ประมาณ 2 สัปดาห์ต่อมาเพื่อความแน่ใจ สามีจึงพาไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้ง
เพื่อที่หากพบว่าท้องจะได้ฝากครรภ์เลย หลังจากนำปัสสาวะไปตรวจคุณหมอก็เดินมาบอกผลว่า...ดิฉันตั้งครรภ์...
ดิฉันและสามีดีใจมาก ตัวดิฉันเองตื่นเต้นที่สุดที่จะได้เป็นแม่คน ตอนไปฝากท้อง คุณหมอให้เจาะเลือดเพื่อหาโรคต่างๆ
แล้วนัดว่าอีกหนึ่งสัปดาห์ให้มาฟังผล วันนั้นคุณหมอให้ยาบำรุงครรภ์มารับประทานด้วย
พอถึงวันนัด สีหน้าคุณหมอดูเหมือนไม่ค่อยสบายใจเลย คุณหมอเรียกสามีให้เข้ามานั่งฟังด้วยกัน
ท่านบอกว่า ดิฉันเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย จำเป็นต้องเจาะเลือดของสามีไปตรวจหาพาหะของโรคนี้ด้วย
ดิฉันยอมรับว่ารู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเลย แต่คุณหมอท่านก็ให้กำลังใจบอกว่า เราคงไม่โชคร้ายหรอก
เพราะดูแล้วสามีของดิฉันไม่น่ามีพาหะของโรคนี้ หลังจากเจาะเลือดของสามีแล้ว คุณหมอก็นัดมาฟังผลอีก 1 สัปดาห์
พอครบกำหนดวันนัดคุณหมอเรียกเราทั้งสองคนไปคุยด้วยสีหน้าที่ไม่สู้จะดีนัก คุณหมอบอกว่า
สามีของดิฉันก็เป็นพาหะนำโรคธาลัสซีเมียเหมือนกัน คุณหมอแนะนำดิฉันว่าให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปคือ
ถ้าอายุครรภ์ประมาณสัปดาห์ที่ 19-23 ต้องไปเจาะสายสะดือเด็ก เพื่อหาว่าลูกเราจะเป็นโรคธาลัสซีเมียหรือเปล่า
ถ้าผลออกมาบอกว่าเป็น ก็จำเป็นที่จะต้องยุติการตั้งครรภ์ด้วยการ ทำแท้ง
ความรู้สึกของดิฉันในขณะนั้นแย่มากและอาการแพ้ท้องก็เกิดขึ้นอย่างรุนแรง รับประทานอาหารไม่ได้เลย
แพ้มากจนถึงขนาดที่ว่าต้อง ลาออก จากงาน เพราะในหนึ่งสัปดาห์บางครั้งสามารถไปทำงานได้เพียงแค่หนึ่งวัน
อาเจียนตลอด น้ำหนักลดลงจากสี่สิบกว่ากิโลเหลือเพียง 38 กิโลเท่านั้น เพราะรับประทานอาหารไม่ได้เลย
ตอนแพ้ท้องต้องเข้าโรงพยาบาลให้น้ำเกลือถึง 2 ครั้ง ยาแก้แพ้ขาดไม่ได้เลย แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก
นั่งรถไปทำงานยังเคยอาเจียนบนรถ ทรมานกับการแพ้ท้องมากและยังต้องเครียดกับเรื่องที่ว่าเราจะได้เลี้ยงลูกหรือเปล่า
พออายุครรภ์เริ่มมากขึ้น คุณหมอบอกว่าใกล้เวลาที่เราต้องไปเจาะสายสะดือเด็กแล้ว
เราสองคนตัดสินใจบอกคุณหมอว่าเราไม่ต้องการเจาะ ไม่ว่าลูกจะเกิดมาอย่างไรเราก็ต้องการจะเลี้ยง
เราสองคนยืนยันกับคุณหมออย่างหนักแน่น คุณหมอมีสีหน้าหนักใจและให้เวลาเราสองคนกลับไปคิดทบทวนดูใหม่
คุณหมอให้ข้อคิดและเตือนว่า ถ้าลูกเราเป็นธาลัสซีเมีย แล้วเราปล่อยให้เขาคลอดออกมา เขาก็จะมาอยู่กับเราได้ไม่นาน
ปัญหาอื่นๆ จะตามมาอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูง ที่สำคัญอายุไม่ถึง 20 ปี
เขาก็ต้องเสียชีวิต ขณะมีชีวิตอยู่ก็จะเป็นเด็กที่แคระแกรน ไม่ปกติ ทำให้มีปมด้อย คุณหมอไม่แนะนำให้เราทำอย่างนั้น
คุณหมอบอกว่าเราสองคนเป็นคู่แรกที่คุณหมอเคยตรวจมาที่ยืนยันว่าจะไม่ไปตรวจเลือด คุณหมอให้เราทั้งคู่กลับไปตัดสินใจใหม่
แล้วมาบอกท่านอีกมี เรากลับมาปรึกษาครอบครัวทางบ้าน ญาติพี่น้องต่างลงความเห็นว่าเราสองคนควรที่จะไปตรวจ
ญาติหลายคนบอกว่าเคยเห็นเด็กที่มีอาการอย่างนี้แล้ว ทุกคนรู้สึกสงสารไม่อยากให้หลานเกิดมาในสภาพแบบนั้น
ดิฉันกับสามีจึงต้องจำใจไปเจาะเลือดตามที่คุณหมอแนะนำ
ประมาณ 5 เดือน จากที่เคยแพ้ท้องแบบสุดๆ อาการแพ้เริ่มทุเลาลงดิฉันรับประทานอาหารได้มากขึ้น
ท้องเริ่มโตขึ้น เวลาไปตรวจอัลตราซาวนด์แล้วเห็นลูกเราเห็นหัวใจเขาเต้น แต่โชคไม่ได้เข้าข้างเรา
เพราะหลังจากตัดสินใจไปเจาะเลือดจากสายสะดือของลูกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจ.ชลบุรีแล้ว
คุณหมอให้โทรไปเช็คผลเลือดที่โรงพยาบาลได้ พอโทรไปเช็คคุณหมอกลับไม่ให้คำตอบแต่ให้ดิฉันไปพบที่โรงพยาบาล
ฟังคุณหมอพูดจบดิฉันน้ำตาไหล เพราะเดาได้อยู่ในใจลึกๆ ว่าผลที่ออกมาคงไม่ดีอย่างแน่นอน
คุณหมอถึงให้เราไปพบที่โรงพยาบาลไม่ยอมพูดออกมาตรงๆ กลั้นใจถามคุณหมอไปว่า...
ถ้าเด็กไม่เป็นอะไรคุณหมอคงไม่เรียกให้ไปพบที่โรงพยาบาลใช่ไหมคะ (คุณหมอที่ฝากครรภ์กับคุณหมอที่เจาะหน้าท้อง
ไม่ใช่คนเดียวกันนะคะ) คุณหมอที่ฝากครรภ์ท่านส่งดิฉันไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาลในจ.ชลบุรี
เพราะเป็นโรงพยาบาลเดียวของภาคตะวันออกที่มีเครื่องมือทันสมัยในด้านนี้ ไม่อย่างนั้นต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็จบสิ้นก่อนกำหนดคลอด เพราะหลังจากไปพบคุณหมอแล้ว
ท่านก็บอกผลว่า... ลูกของเราเป็นโรคธาลัสซีเมียและต้องทำแท้งโดยเร็วที่สุด เพราะอายุครรภ์มากแล้ว
ก่อนการตัดสินใจเจาะเลือดจากสายสะดือเด็ก ทางโรงพยาบาลให้เซ็นหนังสือยินยอมและถ้าเราตอบว่าจะเอาเด็กไว้
ทางคุณหมอก็จะไม่ตรวจเลือดของลูกเราให้ แต่ก่อนเจาะคุณหมอได้ชี้แจงว่าการเจาะมีความเสี่ยงอยู่ประมาณ 0.3%
ที่อาจจะเกิดความผิดพลาดขึ้น เราต้องยอมรับได้ด้วย หมายถึงว่า ลูกของเราอาจจะไม่ได้เป็นธาลัสซีเมีย
แต่อาจจะได้รับผลจากการเจาะ???
ทุกเรื่องที่เข้ามาในชีวิตช่วงนั้นล้วนแต่สร้างความกดดันอย่างมากมาย แต่สุดท้ายดิฉันก็ต้องยุติการตั้งครรภ์
เพราะผลเลือดออกมาว่าลูกเป็นธาลัสซีเมีย คุณหมอบอกว่าโอกาสที่จะเป็นมีเพียง 1 ใน 4 หรือ 25% เท่านั้น
แต่ดิฉันโชคร้ายที่อยู่ใน 25% ในส่วนที่เป็นนั้น
มีหลายคนสงสัยว่าทำไมดิฉันถึงได้เจาะเลือดจากสายสะดือเด็กช้า น่าจะตรวจพบและทำได้เร็วกว่านี้มาก
เพราะตอนไปเจาะท้องก็โตมากแล้ว ความผูกพันที่มีต่อลูกยิ่งมากขึ้น ทุกวันนี้ถ้ามีคนถามว่าเสียใจไหมอยากบอกว่าเสียใจมาก
แต่ถ้าถามว่าอยากมีลูกอีกไหม ขอตอบว่าอยากมีค่ะแต่กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เพราะคุณหมอบอกว่า
ทุกครั้งที่ตั้งครรภ์ก็เหมือนกับการซื้อหวย อาจจะมีทั้งเบอร์ที่ถูกและไม่ถูก อย่างไรก็ต้องทำตามขั้นตอนเดิม
สิ่งนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกขยาดและไม่กล้าตั้งครรภ์อีก
|