หน้าร้อนปีนี้ องค์การการบินและอวกาศแห่งสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) ประกาศว่าอากาศจะร้อนวิปริต
และแล้งจัดที่สุดในรอบ 205 ปี เพราะผลของปริมาณก๊าซจากเรือนกระจกรุนแรงขึ้นร่วมกับปรากฏการณ์เอลนีโญ่
ประเทศในเขตร้อนอย่างบ้านเราโดยเฉพาะใน 10 ปีที่ผ่านมาที่ฤดูกาล 3 ฤดู แทบจะเปลี่ยนไปเป็นฤดูร้อน
ร้อนมาก และร้อนที่สุด ก็คงอยู่ในข่ายผลกระทบนี้อย่างแน่นอน
รู้จักกันก่อน
ผื่นหน้าร้อน (Heat หรือ Prickly Heat) หรือที่บ้านเราเรียกว่า ผด นั่นเอง
เกิดจากต่อมเหงื่ออุดตันขณะระบายความร้อนออกทางเหงื่อ ปลายท่อของต่อมเหงื่อจะบวมจากความร้อนชื้น
จนเกิดการอุดตันและเกิดเป็นตุ่มแดงเล็กๆ ถ้าเป็นมากก็จะเป็นปื้นขนาดใหญ่และมีตุ่มใสได้
มักเกิดบริเวณอับชื้น เช่น คอ หน้าอก ใต้ราวนมตรงขอบเสื้อยกทรง ข้อพับ บริเวณข้อศอก เข่าและขาหนีบ
จะไม่ค่อยมีอาการคัน มักจะแสบระคายเคืองมากกว่า และมักจะหายไปได้เองภายใน 3-4 วัน
ผดผื่น & คุณแม่
คุณแม่ตั้งครรภ์มักจะขี้ร้อนมากกว่าคนทั่วไป และมีเหงื่อออกง่ายและมากกว่าปกติ
สาเหตุเกิดจากการเผาผลาญในร่างกายเพิ่มขึ้นจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
ร่วมกับการสันดาปพลังงานในการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์อย่างรวดเร็วตลอดเวลา
จึงเกิดผดผื่นคันได้ง่ายอยู่แล้วในบริเวณต่างๆ ดังกล่าวทั้งที่อากาศไม่ได้ร้อนจัด
คุณแม่ตั้งครรภ์จึงต้องเตรียมตัวในการรับมือกับการเกิดผดผื่นในหน้าร้อนนี้ได้
เพราะถ้าอากาศร้อนจัดและร้อนเป็นเวลานานๆ ผดธรรมดาอาจกลายเป็นผดหนองรุนแรงได้
8 เทคนิค...คุณแม่รับร้อน
สำหรับข้อแนะนำในการเตรียมตัวรับมือกับอากาศร้อนจัดก็มีดังนี้คือ
1. ดื่มน้ำรวมเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำผลไม้ นม ให้ได้ 8-10 แก้วต่อวัน
2. เลี่ยงแดดให้มากที่สุด กางร่มทุกครั้งเมื่อออกแดด โดยเฉพาะคุณแม่ที่รับประทานยาขับปัสสาวะ
และยาลดความดันโลหิตจะไวต่ออันตรายจากแสงแดดได้มากกว่าปกติ
3. เลือกเสื้อผ้าที่สวมสบาย บางเบา ซับเหงื่อ สีอ่อน แขนกุด
หรือสั้นรวมถึงชุดชั้นในที่ไม่รัดตึงราวนมและขาหนีบ รวมถึงขณะอยู่บ้านอาจเลี่ยงการสวมชุดชั้นใน
4. ก่อนออกจากบ้าน ทาครีมกันแดด SPF 15 ก่อนล่วงหน้า 30 นาที ทาเฉพาะบริเวณที่จะถูกแดด
และสวมแว่นตาดำเสมอ
5. หลีกเลี่ยงการใช้เมกอัพและครีมทาตัวที่เหนอะหนะ ล้างหน้าและอาบน้ำบ่อยๆ
เพื่อให้ผิวได้หายใจ ต่อมเหงื่อจะไม่อุดตัด
6. ไม่ถูสบู่หรือฟอกบริเวณที่เป็นผื่น และเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นเพื่อไม่ให้ระคายเคืองเพิ่มมากขึ้น
7. ถ้าผมยาวควรจะรวบผมให้เกล้าขึ้นไปพ้นคอ ใบหน้า หรือตัดผมสั้นที่ดูแลได้ง่าย
เพื่อที่จะสระผมได้ทุกวัน
8. งดเครื่องประดับที่ทำจากนิกเกิล เช่น ตุ้มหู สร้อยคอ สร้อยข้อมือ
เพราะพบว่ามีผู้แพ้นิกเกิล (NICKEL RASH) มากถึงร้อยละ 40 ใน 5 ปีที่ผ่านมา
และมักจะแพ้รุนแรงขึ้นในช่วงหน้าร้อน
ขาดน้ำ...อันตราย
ผดของอากาศร้อนจัดต่อร่างกายที่อันตรายมากกว่าผดผื่น ก็คือการเสียน้ำและเกลือโซเดียมไปกับเหงื่อในปริมาณมาก
จนเกิดอาการบวมตามมือ ขา เท้าและข้อเท้า อาการตะคริวที่กล้ามเนื้อ แขนขา และหน้าท้อง
และถ้ารุนแรงมากจะมีอาการอาเจียนอ่อนแรง ปวดศีรษะ กระสับกระส่ายและเป็นลมได้
ที่รุนแรงที่สุดซึ่งมักพบในนักกีฬากลางแจ้ง หรือผู้ที่เสียเหงื่อต่อเนื่องนานๆ แล้วดื่มน้ำเปล่าชดเชยทันทีในปริมาณมาก
แต่ขาดเกลือโซเดียมจะเกิดอาการสมองบวม ชัก และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว
ซึ่งฟังดูไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้นะคะ
คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ต้องทำงานกลางแจ้งออกนอกอาคารบ่อยหรือเดินทางบ่อย
จึงควรที่จะระมัดระวังการเสียเหงื่อ ขาดน้ำและเกลือโซเดียมในช่วงหน้าร้อนนี้ไว้ให้ดีค่ะ
ผื่น...ใกล้คลอด
สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แรกอาจจะมีผื่นคันอีกชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้น
ซึ่งเป็นโรคผื่นคันที่มีอาการคันอย่างรุนแรงในช่วงใกล้คลอด เกิดขึ้นได้ 1 ต่อ 160-240
ของคุณแม่ครรภ์แรกและพบในครรภ์หลังเพียงร้อยละ 11.7 สาเหตุของโรคนี้เกิดจากผิวหนัง
โดยเฉพาะผนังหน้าท้องขยายตัวอย่างรวดเร็วในขณะที่ผิวหนังไม่เคยขยายตัวมาก่อนเพราะเป็นครรภ์แรก
จึงพบบ่อยในคุณแม่ครรภ์แรกที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากและเร็ว รวมทั้งในครรภ์แฝดสองและสาม
ผื่นนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มแดงคล้ายยุงกัดกระจายบริเวณรอยแตกของผนังหน้าท้องยกเว้นบริเวณรอบสะดือ
และพบได้บริเวณลำตัว แขนขา บางครั้งมีบริเวณหน้า ฝ่ามือ และฝ่าเท้าได้
ตุ่มเหล่านี้มีชื่อย่อว่า PUPPP (Pruritic Urticarial Papules and Plaques of Pregnancy)
จะมีอาการคันรุนแรงมาก และจะคันทั้งวันทั้งคืนเหมือนโดนหมามุ่ย บางรายจะนอนไม่หลับต่อเนื่อง
ถ้าเกาก็จะระคายเคืองและคันรุนแรงขึ้น และแน่นอนถ้าเกิดในช่วงหน้าร้อนจัดที่มีเหงื่อชุ่มร้อนชื้นคงบรรยายไม่ได้ว่า
อาการคันจะรุนแรงขนาดไหน คุณหมออาจจะต้องให้ยากล่อมประสาทหรือยานอนหลับ แต่คุณแม่เบาใจได้ว่า
จะไม่มีปัญหาอื่นๆ ต่อสุขภาพและต่อลูกในครรภ์ มีแค่คัน คัน และคันเท่านั้น
การรักษาคุณหมอจะให้ทาครีมชนิดสเตียรอยด์ (Sterior) ที่เข้มข้นในบริเวณที่คัน
ถ้ารุนแรงมากอาจต้องให้ยาสเตียรอยด์รับประทานร่วมด้วย ที่สำคัญคือคุณแม่ต้องปฏิบัติตัว
และดูแลผื่นตามข้อแนะนำ 8 ข้อ ที่กล่าวมาอย่างเคร่งครัดจนกว่าจะคลอด
เพราะผื่นจะทุเลาและหายไปเองอย่างรวดเร็วภายใน 7 วัน
หลังคลอดและจะไม่ทิ้งร่องรอยหรือรอยแผลเป็นไว้เลยค่ะ
(update 29 กันยายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 114 เมษายน 2548]
|