การมีลูกถี่เกินไปจะมีปัญหาอะไรหรือไม่
คุณเธอเพิ่งจะคลอดลูกไปได้ครึ่งปี คือหกเดือน ลูกเพิ่งจะหย่านมไปได้ยังไม่ถึงเดือน
แล้วคุณเธอก็ตั้งท้องอีกโดยไม่ได้ตั้งใจ
โชคดีที่คุณเธอมีครอบครัวที่มีความพร้อมที่จะช่วยกันเลี้ยงดูลุกอีกคนได้ แต่ปัญหาของคุณเธอมีว่า
จะตั้งครรภ์ต่อไปได้หรือไม่ เพราะเพิ่งจะคลอดไปเมื่อไม่กี่เดือนนี้นี่เอง
คำตอบแบบง่ายๆ ก็คือ ทำไมจะตั้งครรภ์ต่อไปไม่ได้หละ
ดูตัวอย่างของคนสมัยเมื่อคุณยายทวดยังสาวซิครับ คุณแม่บางคนไม่เคยรู้จักรอบเดือนเลยด้วยซ้ำไป
เพราะไม่เคยว่างเว้นจากการตั้งท้อง คลอดลูกแล้วก็ตั้งท้อง
เรียกว่า หัวปีท้ายปีกันโดยตลอด
คุณแม่สมัยนั้นจึงมีลูกกันที่เป็นโหล ท่านจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีความคิดว่าประเทศไทยจะเป็นมหาอำนาจได้
ต้องมีประชากรเยอะๆ จึงมีนโยบายสนับสนุนการมีลูก ใครมีลูกมากๆ จะได้รางวัลจากรัฐบาล
ทางรัฐบาลจึงจัดให้มีการประกวด แม่พันธุ์ดี โดยยึดหลักลูกดกเป็นตัววัด
ปรากฏว่า แม่ที่ติดอันดับจะต้องมีลูกกันไม่ต่ำกว่ายี่สิบ
ใครมีลูกยี่สิบในช่วงชีวิตของวัยเจริญพันธุ์คือประมาณยี่สิบปีนั้นก็เท่ากับว่า
จะไม่ปล่อยโอกาสให้รอบเดือนได้โผล่มาเห็นเดือนเห็นตะวันกันเลยทีเดียว
แต่ปรากฏว่า นโยบายการสนับสนุนให้มีลูกมากลูกดกนั้น มันผิดหลังทางเศรษฐศาสตร์
คือ คุณภาพจะเดินสวนทางกับปริมาณ การมีประชากรมากๆ มิได้ส่งเสริมให้เป็นประเทศมหาอำนาจ
แต่อย่างใด
ในทางตรงกันข้ามทำให้เกิดความยากจนเข้ามาแทนที่
โชคดีที่ประเทศไทยของเรายังมีผู้นำกลับลำได้ทัน คือแทนที่จะปล่อยให้มีลูกกันมากๆ
แต่ส่งเสริมให้มีลูกกันแต่พอดี
มีตัวอย่างให้เห็นมากมายว่า ประเทศที่เขาเจริญแล้วนั้นต่างก็มีอัตราการเพิ่มของประชากร
เป็นไปในทิศทางที่ควบคู่กันไปกับการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ
สรุปกันไว้ที่ มีบุตร 2 คน กำลังพอดี เมื่อเป็นเช่นนี้ทางด้านเศรษฐศาสตร์
และประชากรศาสตร์ก็ได้ทำการศึกษากันว่า ถ้าหากมีบุตรแค่สองคนแล้ว
จะทิ้งช่วงให้ห่างกันซักกี่ปีถึงจะเข้าท่าที่สุด
ก็ปรากฏว่า เว้นห่างกันสองปีเป็นดีที่สุดครับ
หมายความว่า เมื่อมีลูกคนแรกแล้วก็คุมกำเนิดเสียซักสองปีจึงปล่อยให้ตั้งท้องที่สองต่อไป
เมื่อท้องคนที่สอง กว่าจะคลอดตามกำหนด ก็พอดีลูกคนแรกอายุได้สามขวบ
สามขวบก็คือ อายุถึงเกณฑ์เข้าโรงเรียนอนุบาล ซึ่งก็หมายความว่า ลูกคนแรกนั้น
ก็จะมีวุฒิภาวะโตขึ้นหน่อย รู้จักสังคมที่แตกต่างออกไป จากสังคมเฉพาะภายในบ้าน
ภายในครอบครัวเท่านั้น เป็นสังคมเพื่อนๆ ในระดับโรงเรียนอนุบาล
เมื่อมีน้องคลานตามอีกคนในช่วงที่เหมาะสมเช่นนี้ เขาก็จะเข้าใจความเป็นพี่เป็นน้อง
เข้าใจความรักที่แตกต่าง
และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ คุณแม่จะมีโอกาสได้ดูแลลูกคนที่สองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ขณะที่ลูกคนแรกไปโรงเรียน เรียกว่า ไม่วุ่นวายมากนัก
นั้นคือข้อดีของการเว้นช่วงที่เหมาะสมของการมีลูก ซึ่งคุณเธอคงจะขาดในเรื่องนี้ไป
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ในเมื่อสมาชิกในครอบครัวมีเพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้อยู่แล้ว
ขณะที่อีกประเด็นหนึ่งที่คุณเธอเป็นห่วงก็คือเรื่องของสุขภาพที่กังวลว่า
เพิ่งจะคลอดไปได้ไม่นานนี่เอง จะเป็นอะไรหรือเปล่า
คำตอบก็คือ ไม่น่าจะกระทบอะไรมากนัก โดยเฉพาะถ้าได้อยู่ในความดูแลของแพทย์แล้ว
ก็ไม่น่ามีอะไรต้องเป็นห่วง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้ว แม้ว่าจะกระชั้นชิดเกินไปสำหรับคนยุคนี้ก็ตาม
แต่ก็ใช่ว่าจะต้องไปกังวลอะไร ในทางตรงกันข้าม ผมขอแนะนำให้คิดในสิ่งที่ดีเอาไว้ เป็นต้นว่า
ท้องติดต่อกันเลยก็ดี จะได้ม้วนเดียวจบ เลี้ยงลูกไปทีเดียวพร้อมๆ กันสองคน
แถมยังมีคุณย่าคุณยายอยู่ช่วยเลี้ยง
เมื่อลูกโตขึ้นก็จะได้สบายตัวเร็วหน่อย ไม่ต้องเสียเวลาคุมกำเนิดแบบชั่วคราว
เพื่อเว้นช่วงการมีบุตร
อีกอย่างที่ช่วยให้สบายใจเมื่อได้คิดก็คือไหนๆ ก็อายุมากแล้ว ถ้าหากขืนรอช้าไปดีไม่ดี
อาจจะท้องยากขึ้นเรื่อยตามอายุที่นับวันจะมากขึ้น ฉะนั้นท้องได้เสียตั้งแต่ตอนนี้ก็ดีแล้วครับ
ยังมีสิ่งดีๆ ให้คิดอีกตั้งหลายอย่าง กับการตั้งครรภ์ที่มาเร็วเกินไปกว่าที่คิด
แต่เมื่อคลอดลูกคนที่สองแล้ว อย่าลืมวางแผนให้ดีก็แล้วกัน
เกิดเผลอตั้งครรภ์ที่สามตามมาติดๆ คราวนี้ยุ่งแน่เลย
(update 16 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ เมษายน 2548 ]
|