เดือนที่ 9


มาดูซิว่าตอนนี้ทารกของคุณเป็นอย่างไรบ้าง

ตอนนี้ทารกของคุณจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นวันละ 1 ออนซ์ ซึ่งอาจมีน้ำหนักมากถึง 3.5 กิโลกรัม (7 ปอนด์ 11 ออนซ์) และยาวประมาณ 36 เซนติเมตร (14 นิ้ว) เมื่อครบกำหนด 40 สัปดาห์พอดีทารกอาจยาวถึง 20 นิ้ว หรือมากกว่านี้เล็กน้อย

เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 36 สัปดาห์ ทารกจะมีความสมบูรณ์ของร่างกายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว และจะสามารถมีชีวิตรอดได้หากมีการคลอดก่อนกำหนด โดยอาจไม่จำเป็นต้องใช้เวลา ในหน่วยบริบาลแรกเกิดของโรงพยาบาลนานนัก เนื่องจากปอดสมบูรณ์เต็มที่แล้ว พร้อมที่จะทำงานเมื่อทารกออกสู่โลกภายนอก

ในช่วงสี่สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์ทารกจะมีการเพิ่มน้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีการสะสมไขมันใต้ผิวหนังจะทำให้ทารกดูอ้วน แก้มยุ้ย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมตัว ในการรองรับแรงกดที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการคลอดนั่นเอง

ขนที่ปกคลุมร่างกายอยู่มากมายจะเริ่มหายไป และมีไขมันมาเคลือบผิวหนังอยู่แทน ไขมันเล่านี้จะช่วยปกป้องผิวที่บอบบางของทารกเอาไว้ ผิวหนังอาจจะลอกและแห้งแตกบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า และผิวหนังมักมีสีค่อนข้างซีดเมื่อแรกคลอด

ใบหน้าเมื่อแรกคลอดจะค่อนข้างกลม และรอบขอบตาอาจดูคล้ำเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองถึงแม้บางคนจะใช้เวลานานถึงหกเดือนก็ตาม

แขนและขาจะอยู่ในท่างอ นิ้วมือและนิ้วเท้ามีความสมบูรณ์เต็มที่ และนิ้วมือและนิ้วเท้าเล็กๆ นั้นจะมีเล็บที่บอบบางและคมอาจทำให้ข่วนตัวเองได้ซึ่งคุณอาจจะเห็นรอยข่วนนั้นได้ เมื่อทารกคลอดออกมา

หากเป็นทารกเพศชาย ตอนนี้ลูกอัณฑะจะเคลื่อนลงมาอยู่ในถุงอัณฑะเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะสามารถมองเห็นได้จากการตรวจอัลตราซาวนด์ สำหรับทารกเพศหญิงจะมีเนื้อเยื่อของเต้านม และหัวนมได้เคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว

ขี้เทาที่อยู่ในลำไส้ของทารกจะทำให้ระบบขับถ่ายเริ่มมีการเคลื่อนไหว และขับถ่ายเป็นครั้งแรกเมื่อทารกออกสู่โลกภายนอก

ทารกจะมีการเคลื่อนไหวน้อยลงเมื่อคุณใกล้คลอด แต่ทารกที่อยู่ในสภาวะที่ไม่ดีนัก ก็จะเคลื่อนไหวน้อยลงเช่นกัน เพื่อเก็บพลังงานเอาไว้ ดังนั้นเมื่อคุณตื่นนอนขึ้นในตอนเช้าและก่อนเข้านอน นั่งอยู่บนเตียงสักสามสิบนาทีและนับจำนวนครั้งของการเคลื่อนไหวของทารก หากคุณนับได้จำนวน 5-6 ครั้ง ก็ถือว่าเพียงพอแล้วและคุณก็สบายใจได้ว่ามีความปลอดภัยในโลกส่วนตัวเล็กๆ นั้น ทารกเคลื่อนไหว 10 ครั้งต่อวันถือว่าปกติดี

ปอดของทารกนั้นมีการพัฒนาจนสมบูรณ์เต็มที่ มีการผลิตฮอร์โมนบางชนิดออกมา ซึ่งช่วยในการพัฒนาความสมบูรณ์ของปอดภายหลังการคลอด

หัวใจของทารกจะเต้นประมาณ 110-150 ครั้งต่อนาที เมื่อทารกคลอดออกมาจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้น ในระบบไหลเวียนเลือด เมื่อปอดมีการขยายตัวออก ทำให้เลือดมีการไหลผ่านไปยังปอด และเกิดระบบไหลเวียนเลือดที่สมบูรณ์

รกซึ่งให้อาหารและออกซิเจนแก่ทารกมาเป็นเวลานานจะมีความสมบูรณ์เต็มที่เมื่ออายุครรภ์ 34 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะเริ่มมีการเสื่อมสภาพลงเมื่อมีการคลอดรกออกมา รกจะมีน้ำหนักประมาณ 1 ใน 6 ของน้ำหนักของทารก

ร่างกายของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ตอนนี้คุณแม่รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง

คุณแม่อาจจะเหนื่อยกับการตั้งครรภ์ ในเดือนสุดท้ายนี้คุณจะอุ้ยอ้ายมากขึ้น จะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกเหมือนอย่างแปดเดือนแรก แต่อาการที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ เช่น หายใจไม่พอ อาหารไม่ย่อย heartburn จะลดลงเนื่องจากทารกเคลื่อนตัวลงสู่ช่องเชิงกราน และทำให้คุณเคลื่อนไหวหรือเดินได้ลำบากมากขึ้น


คุณแม่มักจะหงุดหงิดรำคาญ

ในช่วงนี้สิ่งที่มากระทบเล็กๆ น้อยๆ มักทำให้คุณหงุดหงิดอยู่เสมอ ความอดทนของคุณจะลดลง คุณอาจจะหงุดหงิดกับการที่ต้องเดินเข้าห้องน้ำบ่อยมากนับครั้งไม่ถ้วนในตอนกลางคืน หรืออารมณ์เสียที่ไม่สามารถก้มลงไปผูกเชือกรองเท้าของตัวเองได้ หรือรำคาญกับคำถามที่ซ้ำซาก เช่น ท้องกี่เดือนแล้ว ? เมื่อไหร่จะคลอด ? ใกล้ครบกำหนดหรือยัง ?


คุณกังวลหรือเปล่า ?

ความกลัวจะทำให้คุณรู้สึกกังวลใจ อย่าเก็บความกลัวความกังวลเอาไว้กับตัวคุณ พูดกับคนอื่นจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น และจะทำให้คุณหายกลัวได้ หากคุณถามถูกคน


ตื่นเต้นและดีใจ

เมื่อมาถึงขั้นที่ทารกมีการเจริญเติบโตเต็มที่ และพร้อมที่จะออกมาดูโลกแล้ว บางทีคุณจะย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องราวในแปดเดือนที่ผ่านมา เรื่องราวบางอย่างที่เป็นสาเหตุให้คุณกังวลใจในอดีต อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ขบขันได้ในตอนนี้


คุณจะลุกขึ้นมาทำความสะอาดและตกแต่งบ้านยกใหญ่

เหมือนเป็นสัญชาตญาณของการทำรัง คุณจะทำความสะอาดและตระเตรียมพื้นที่สำหรับต้อนรับสมาชิกใหม่ แต่ขอให้คุณมีคนช่วยทำ และอย่าหักโหมเกินไปเพราะมันอาจทำให้คุณต้องไปโรงพยาบาลก่อนกำหนด

บริเวณท้องส่วนล่างจะรู้สึกหน่วงมากขึ้น เนื่องมาจากศีรษะของทารกที่เคลื่อนลงต่ำเพื่อเตรียมพร้อมต่อการคลอด จะมีน้ำหนักไปถ่วงบริเวณท้องส่วนล่างมากยิ่งขึ้น

ตอนนี้เลิกกังวลกับน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นได้แล้ว เพราะว่ามันกำลังจะหายไปในไม่ช้า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแบ่งเป็นส่วนทารก 38% ส่วนของเลือดและของเหลวที่เพิ่มขึ้น 22% ส่วนของมดลูก เต้านม ก้นและขา ที่ขยายใหญ่ขึ้น 20% เป็นน้ำหนักของน้ำคร่ำ 11% และอีก 9% เป็นน้ำหนักของรก

ปากมดลูกจะอ่อนนุ่มขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมที่จะขยายออก หรือเปิดออกให้ทารกเคลื่อนผ่านออกมาได้ ช่องคลอดจะมีการขยายความยาวออกด้วยเช่นกัน เส้นเลือดดำจะมีเลือดมาคั่งอยู่ทำให้บริเวณช่องคลอดมีสีออกม่วงๆ และคุณก็จะมีตกขาวออกมากขึ้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากปากมดลูกมีการผลิตเยื่อเมือกออกมามากขึ้น

ระมัดระวังในการทรงตัวให้มากยิ่งขึ้น เพราะน้ำหนักของหน้าท้องที่มากขึ้นจะทำให้คุณเสียสมดุลของการทรงตัว เป็นสาเหตุให้ปวดหลัง

ทาครีมให้ผิวหนังชุ่มชื้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นรอยแตกของผิวหนังบริเวณหน้าท้อง เต้านม สะโพกและต้นขา รอยแตกนี้อาจจางลงได้บ้าง

พักให้มากขึ้น ลดกิจกรรมต่างๆ ลง ผ่อนคลายความตึงเครียด เพราะมีทฤษฎีที่พบว่า ฮอร์โมนจะหลั่งออกมาในขณะที่มีความเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุให้มดลูกบีบตัวทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ ในหญิงตั้งครรภ์ที่ใกล้จะคลอดจะมีของเหลวสะสมอยู่ตามเข่า เท้า ขาส่วนล่าง ทำให้อวัยวะเหล่านั้นบวมขึ้น การยกขาสูง หรือการแช่ขาในอ่างน้ำเย็นจะช่วยให้อาการบวมดีขึ้น

เมื่อดำเนินการตั้งครรภ์มาจนถึงเดือนที่ 9 หรือเดือนที่ 10 แล้วการตั้งครรภ์ก็จะต้องสิ้นสุดลง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ช่วยกันดูแลประคบประหงมมาเป็นเวลานานนั้น บัดนี้ก็จะออกมาดูโลกภายนอก ให้ชื่นชมกันแล้วครับ คอลัมน์พัฒนาการในครรภ์ซึ่งได้เขียนมานานกว่าปีแล้วนั้นก็ต้องสิ้นสุดลงเช่นกัน หวังว่าที่ผ่านมาจะให้ประโยชน์แก่ผู้อ่านบ้างไม่มาก็น้อย อาจช่วยให้สามารถจินตนาการถึงภาพของลูกน้อยในครรภ์ได้ชัดเจนขึ้น และเข้าในถึงพัฒนาการในช่วงอายุครรภ์ต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลครรภ์ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้หมอก็ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามมาโดยตลอดและหวังว่าจะได้พบกันใหม่ในคอลัมน์อื่นๆ ต่อไปครับ


(update 16 พฤศจิกายน 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ เมษายน 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600