ในเดือนเจ็ดนี้ทารกมีน้ำหนักประมาณ 1.1 กิโลกรัม และยาวประมาณ 26 เซนติเมตร
แล้วส่วนยอดของมดลูกอยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างสะดือกับใต้ออก ตอนนี้ทารกมีไขมันมาสะสมตามร่างกายมากขึ้น
ผิวหนังถูกปกคลุมด้วยไขสีขาวที่ช่วยปกป้องผิวหนังจากน้ำคร่ำ หากคลอดทารกในตอนนี้
ทารกยังมีโอกาสรอดชีวิตได้สูงภายใต้การดูแลพิเศษในโรงพยาบาล
สมองได้มีการพัฒนาขนาดโตขึ้นมาก และมีชั้นไขมันที่ปกคลุมเส้นประสาททั้งหมดเอาไว้
ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการรับส่งกระแสประสาทได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทารกสามารถเรียนรู้ได้
สมองมีการพัฒนาส่วนที่ใช้คิดคำนวณ และตอนนี้ทารกสามารถรู้สึกเจ็บ ร้องไห้ เมื่อถูกกระตุ้นด้วย
เสียง หรือแสง ทารกจะตอบสนองโดยการลืมตา จะเห็นว่าทารกมีพฤติกรรมจะเหมือนกับทารกที่ครบกำหนดแล้ว
เสียงดังจากภายนอกมีผลต่อทารกในครรภ์ ทารกได้ยินเสียงนั้น และมีรายงานการวิจัยซึ่งพบว่า
เสียงดังทำให้ทารกมีอัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น และพบว่าในคุณแม่ที่ทำงานในโรงงานที่มีเสียงเครื่องจักรดังๆ
ทำให้ทารกมีความเสี่ยงที่จะเป็นออทิสติกสูงขึ้น แม้แต่เสียงเพลงที่ดังเกินไปก็ตาม
ดังนั้นคุณแม่ที่ต้องทำงานในที่ๆ มีเสียงดัง ควรต้องปรึกษาหัวหน้าถึงการลาพัก
หรือเปลี่ยนไปทำงานในที่เงียบสงบระหว่างการตั้งครรภ์
ตอนนี้ทารกขดตัวอยู่ในท้องคุณแม่เนื่องจากตัวเริ่มโตขึ้นและยาวขึ้น ทำให้พื้นที่มีจำกัด อย่างไรก็ตาม
ทารกยังสามารถที่จะเปลี่ยนท่าได้ ในขณะที่ทารกกำลังเคลื่อนไหว เนื่องจากปริมาณน้ำคร่ำน้อยลง
คุณแม่จึงสามารถรู้สึกได้จากการเคลื่อนไหวของทารกได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวนั้นขึ้นอยู่กับว่า ทารกอยู่ในท่าใด ตำแหน่งของรก
และโครงสร้างร่างกายของคุณแม่เอง บางครั้งชัดเจนมากจนสามารถมองเห็นจากผนังหน้าท้องของคุณแม่ได้เลย
ลองให้คุณพ่อวางมือลงบนหน้าท้องในช่วงเวลาเย็นที่คาดว่าทารกจะมีการเคลื่อนไหวมากที่สุด
บางทีคุณพ่ออาจสามารถรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของทารกจากโลกภายนอก
ทารกสามารถรับรู้รสชาติได้ ผู้เชี่ยวชาญบางท่านเชื่อว่าปุ่มรับรสของทารกที่อยู่ในครรภ์
สามารถรับรู้ได้ดีกว่าตอนที่อยู่ในโลกภายนอกเสียอีก
สารหล่อลื่นภายในปอดของทารกหรือ Suffactant ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทารกสามารถหายใจในโลกภายนอกได้
โดยที่สารหล่อลื่นนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ถุงลมเล็กๆ นั้นแฟบติดกัน แต่สารหล่อลื่นนี้จะมีปริมาณมากพอ
ก็ต่อเมื่อทารกมีอายุครบกำหนดแล้ว หากทารกคลอดก่อนกำหนด อาจเกิดภาวะหายใจลำบากขึ้นได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคลอดเร็วก่อนกำหนดมากๆ การตั้งครรภ์โดยมีความเสี่ยงสูงที่จะต้องคลอดก่อนกำหนด
เช่น มารดามีภาวะความดันโลหิตสูง มีทารกในครรภ์มากกว่าสองคน แพทย์อาจให้ยาฉีดแก่แม่
เพื่อช่วยเพิ่มระดับของ Surfactant ในปอดของทารกในครรภ์ได้ แต่ถ้าหากถุงน้ำแตกก่อนกำหนด
หรือคลอดก่อนกำหนดโดยที่ไม่ได้มีการเตรียมตัวมาก่อน กุมารแพทย์อาจพิจารณาให้ Surfactant
สังเคราะห์แก่ทารกเมื่อหลังคลอดทันที เพื่อป้องกันการแฟบติดกันของถุงลมทำให้เกิดภาวะหายใจลำบาก
ในเดือนที่เจ็ดนี้ว่าที่คุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง
อาการท้องอืด มีลมในกระเพาะอาหารมาก และท้องผูกยังคงเป็นอาการที่รบกวนคุณอยู่
ขนาดของมดลูกที่โตขึ้นจะทำให้ดันกระเพาะอาหารขึ้นไป หากคุณรับประทานอาหารแล้วแน่นท้องมาก
ควรแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆ อีกครั้ง
คุณจะลุกจากเตียงลำบากขึ้น ลงนอนตะแคงก่อนแล้วใช้มือช่วยดันตัวขึ้นมา
ในไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์นี้ อาการบวมตามมือและเท้าเกิดขึ้นเป็นปกติ
เพราะร่างกายสะสมน้ำไว้มาก อาจจะสังเกตได้จากแหวนที่คับมากขึ้น ผิวหนังของว่าที่คุณแม่จะแพ้ง่ายมากในช่วงนี้
อาจมีผื่นขึ้น หรือเป็นสิว ไม่ต้องกังวล หากเป็นมากควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
อาการปวดหลังของคุณจะเป็นมากขึ้นและบางทีส่งผ่านลงไปที่ขาทั้งสองข้าง
ครึ่งหนึ่งของหญิงตั้งครรภ์มีอาการปวดหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการตั้งครรภ์ดำเนินเข้าสู่ไตรมาสที่สาม
อาการเจ็บที่หลังและส่งผ่านลงไปที่ขา อาจเกิดขึ้นได้จากการที่กระดูกสันหลังส่วนล่างนูนออก
จากการที่ถูกมดลูกที่มีขนาดโตขึ้นดัน ทำให้เส้นประสาทเกิดการบาดเจ็บ หรือถูกกด
หรือบางทีการที่คุณก้มยกของโดยท่าทางไม่ถูกต้อง บิดตัวเร็วเกินไป อาจเป็นสาเหตุให้ปวดหลัง
และบางครั้งอาการปวดหลังก็หายไปเมื่อทารกเปลี่ยนท่า
หากคุณนอนเอนหลังลงไปแล้วทำให้ไม่สุขสบาย นั่นเกิดจากการที่มดลูกที่มีขนาดใหญ่ลงไปกดอวัยวะต่างๆ
ตามแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้เลือดที่ไปหัวใจมีปริมาณน้อยลง ลองนอนตะแคงจะช่วยให้รู้สึกสบายมากขึ้น
อัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น เพราะหัวใจต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อที่จะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย รก
และทารก ดังนั้นอัตราการเต้นของหัวใจของว่าที่คุณแม่มักจะสูงกว่าปกติประมาณ 10-15 ครั้งต่อนาที
ว่าที่คุณแม่บางคนอาจถูกตรวจพบว่ามีเสียงผิดปกติของการเต้นของหัวใจ แต่มันจะหายไปเมื่อคลอดแล้ว
เต้านมของคุณยังขยายต่อไปอีก รวมถึงต่อมผลิตน้ำนมก็มีความพร้อมแล้วที่จะผลิตน้ำนมออกมาเลี้ยงทารก
ในไตรมาสสุดท้ายนี้ว่าที่คุณแม่อาจมีน้ำนมสีเหลืองไหลออกมาเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ ข้อควรระวังก็คือ
ระวังการกระตุ้นที่บริเวณนมเพราะจะทำให้มดลูกบีบตัวและเกิดการคลอดก่อนกำหนดได้
หากว่าที่คุณแม่มีอาชีพที่จำเป็นต้องยืนนานๆ อาจขอถุงเท้าที่ช่วยพยุงขาจากคุณหมอ
หรือพยาบาล เนื่องจากอาการของเส้นเลือดขอดอาจเป็นมากขึ้น
(update 18 ตุลาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ กุมภาพันธ์ 2548 ]
|