แพ้ก็กลุ้ม ไม่แพ้ก็สงสัย เอายังไงกันแน่ ?


"คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีอาการแพ้ท้องเหมือนคนอื่น จะผิดปกติหรือไม่ และคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องกับไม่แพ้มีผลต่อลูกต่างกันหรือไม่"

เป็นประเด็นที่ผมขออนุญาตนำมาคุยกันในวันนี้ครับ
พูดถึงอาการแพ้ท้องนั้น ถือได้ว่าเป็นอาหารที่พระเจ้าประทานให้มาพร้อมๆ กับการตั้งครรภ์

ทำไมถึงบอกว่า พระเจ้าเป็นผู้ให้มา
ก็เพราะพระเจ้ามีพระประสงค์ต้องการที่จะปกป้องคุ้มครองอันตราย ที่มองไม่เห็นให้แก่ทารกตัวน้อยนิดนั่นเอง

คุ้มครองอะไร และอย่างไร
เราทุกคนต้องยอมรับ และเข้าใจนะครับว่า อาหารที่เรารับประทานเข้าไปทุกเมื่อเชื่อวันนั้น ใช่ว่าจะบริสุทธิ์ผุดผ่อง ปราศจากสารแปลกปลอมที่ร่างกายไม่ต้องการ แต่มีปะปนเข้าไปด้วย

สารแปลกปลอมบางอย่างไม่เป็นพิษ
แต่บางชนิดก็เป็นพิษ
เป็นพิษกับตัวแม่นั้น ยังไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไร แต่หากเป็นพิษกับทารกที่กำลังเจริญเติบโตล่ะ จะเป็นอย่างไร แค่คิดก็เสียวแล้วนะครับ

ด้วยเหตุนี้เอง การแพ้ท้องจนรับประทานอาหารได้น้อยหรือไม่ได้เลย ในทางตรงกันข้ามกลับอ้วกทั้งวัน ทำให้อาหารตกถึงท้องในแต่ละวัน มีเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ผลที่ได้ก็คือ โอกาสที่ทารกน้อย จะได้รับสารพิษที่ปะปนมากับอาหาร ก็จะลดน้อยลงไปเป็นอันมาก

เป็นความโชคดีของทารก ที่แม่มีอาการแพ้ท้อง และอาการแพ้ท้องส่วนมากแล้วก็มักจะเกิดกัน ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ คือสามเดือนแรก ซึ่งก็เป็นช่วงที่ทารกกำลังมีการเจริญเติบโต เปลี่ยนแปลงกันอย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนต้นไม้ที่เพิ่งโผล่มาจากเมล็ด กำลังแตกยอดอ่อน และกำลังผลิใบกันอย่างรวดเร็ว และชัดเจน ในช่วงต้นๆ

ฉันใดก็ฉันนั้น ถ้าหากมีหนองมากัดกินยอดอ่อน หรือใบอ่อน ย่อมทำให้เกิดความเสียหายแก่ต้นไม้นั้นในมันที ตัวทารกขนาดไม่เกินสามเดือนแรกก็เช่นกัน หากมีสารพิษมากระทบ ก็ย่อมจะเป็นเหตุให้การเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลง มีการสะดุด หรือหักเหจนสร้างความพิการเกิดขึ้นมาได้

สามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ จึงมีความสำคัญควรแก่การประคบประหงมเป็นอย่างยิ่ง เพียงลำพังตัวคุณแม่เท่านั้นยังไม่พอ ต้องพระเจ้าเข้ามามีส่วนร่วมด้วย จึงจะดี

การแพ้ท้อง จึงมีประโยชน์ด้วยประการฉะนี้ แต่ถ้าไม่มีอาการแพ้ท้องเลยล่ะ จะผิปกติตามที่ยกประเด็นขึ้นมาหรือไม่
ก็ขอตอบว่า “ไม่ผิดปกติหรอกครับ”
เพราะใช่ว่า เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้ว จะต้องแพ้ท้องซะทุกรายได้

จากการศึกษา พอจะคะเนได้ว่า เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมา ภายในสามเดือนแรก จะมีประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ ที่ไม่มีอาการแพ้ท้องเลย ขณะที่ประมาณสิบเปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน ที่มีอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรง ส่วนที่เหลืออีกแปดสิบเปอร์เซ็นต์ก็จะมีอาการแพ้ท้องบ้างพอทนไหว ซึ่งหลังจากอายุครรภ์สามเดือนขึ้นไปแล้ว อาการแพ้ท้องจะทุเลาไปเป็นอย่างมาก

การที่ไม่มีอาการแพ้ท้องเกิดขึ้นเลยนั้น ว่าไปแล้วมันมีทั้งข้อดีและข้อไม่ดี ที่ดีก็คือ คุณแม่ไม่ต้องมีอาการทรมานจากการตั้งครรภ์ แต่ที่ไม่ดีนั้น นอกจากความเสี่ยงจากสารพิษ ที่เกิดจากการที่คุณแม่รับประทานอาหารต่างๆ จนเพลิน ดังนั้นทารกอาจได้รับสารพิษ โดยที่คุณแม่ไม่รู้ตัวได้

ฉะนั้น หากไม่แพ้ท้องเลย คุณแม่ต้องมีความระมัดระวังในการเอ็นจอยอี๊ตติ้งนะครับ

ข้อที่ไม่ดี อีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่ออาการแพ้ท้องไม่เกิดขึ้น จะเป็นเพราะการตั้งครรภ์ที่ไม่สมบูรณ์ได้หรือไม่ เป็นต้นว่า การตั้งครรภ์ไข่ฝ่อ คือ ตั้งครรภ์แต่ไม่มีทารก หรือการตั้งครรภ์ที่ทารกในครรภ์มีอันเป็นไป ทำให้ระดับของฮอร์โมนแห่งการตั้งครรภ์ อยู่ในระดับที่ไม่สูงพอจนกระทั่งทำให้คุณแม่มีอาการแพ้ท้องได้

ฉะนั้น หากตั้งครรภ์แล้ว ไม่มีอาการแพ้ท้องเลย ก็ชวนให้สงสัยได้เหมือนกันว่า ครรภ์ปกติดีหรือไม่ แต่ถ้าตรวจกันแล้ว ปรากฏว่าทารกแข็งแรงดีก็ถือว่า คุณเป็นคุณแม่คนหนึ่งที่โชคดีนะครับ ที่ไม่มีอาการแพ้ท้องมารบกวน แต่คุณต้องอย่าลืมนึกถึงความปลอดภัยแก่ทารกน้อยด้วยนะครับ

คุณแม่ที่แพ้ท้องกับไม่แพ้ท้อง จึงมีผลต่อลูกต่างกันตรงประเด็นดังกล่าวข้างต้นมากที่สุด คือ ความปลอดภัยที่มีต่อตัวทารก ถ้าคุณแม่แพ้ท้องมาก ความปลอดภัยต่อตัวทารกก็มีมาก แต่ถ้าคุณแม่ แพ้ท้องเล็กน้อย หรือไม่แพ้เลย ความปลอดภัยต่อตัวทารกก็จะมีน้อย ถ้าหากตัวคุณแม่ไม่มีความระมัดระวังในการเลือกรับประทานอาหาร ผลกระทบถึงความแตกต่างอีกอย่างหนึ่ง ที่ผมไม่อยากจะให้เกิดขึ้น นั้นก็คือ ผลกระทบของการแพ้ท้องต่อจิตใจของคุณแม่ เพราะผลทางจิตใจของผู้เป็นแม่ จะกระทบไปถึงจิตใจของคุณลูกในครรภ์ได้

สรุปง่ายๆ ว่า หากแม่มีสุขภาพจิตดี ก็จะมีผลในทางที่ดีต่อสุขภาพกายและใจของทารกในครรภ์ ในทางตรงกันข้ามคือ ถ้าหากสุขภาพจิตของคุณแม่ไม่ดี ของคุณลูกก็จะพลอยไม่ดีตามไปด้วย ก็ขอให้รับทราบในข้อนี้ไว้ด้วย ผมถึงไม่อยากให้คุณแม่ทั้งหลาย เอาอาการแพ้ท้องที่เกิดขึ้นทั้งๆ ที่เป็นของดี ที่พระเจ้าให้มาเพื่อปกป้องลูกน้อยของคุณ แต่กลับมาเกิดเป็นผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคุณแม่ แล้วกระเทือนไปถึงคุณลูกในครรภ์จนได้อย่างน่าเสียดาย

ขอให้อดทนต่ออาการแพ้ท้องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอาการคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาเพราะการตั้งครรภ์ และเป็นอาการที่เกิดขึ้นมาเพียงชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น

ขอให้อดทน อดทนในวันนี้ เพื่อสิ่งที่ดีในวันข้างหน้า คิดได้ ทนได้ อาการแพ้ท้อง จะดีขึ้นได้เองอย่างอัตโนมัติครับ


(update 10 กันยายน 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 มีนาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600