สวัสดีครับ ในฉบับที่แล้วเราได้เรียนรู้เรื่องกระบวนการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติมาพอสมควร
แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ การเตรียมพร้อมเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่มีสุขภาพดี
เพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดีนะครับ
วิธีการเตรียมความพร้อมที่หมอจะกล่าวต่อไปนี้ เป็นวิธีการง่ายๆ ที่จะสามารถปฏิบัติได้จริง
แต่ไม่ควรเคร่งเครียดกับมันจนก่อให้เกิดความเครียดนะครับ ค่อยๆ พยายามปรับเปลี่ยนแล้วคุณก็จะมีความสุขกับมัน
อย่าลืมว่าสุขภาพจิตที่ดีก็ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายด้วยครับ
- สิ่งที่รับประทานเข้าไปมีผลต่อความสามารถในการตั้งครรภ์ทั้งในด้านบวกและด้านลบ
ดังนั้น ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารก่อนวางแผนตั้งครรภ์อย่างน้อย 3 เดือน
อาหารและความสามารถในการสืบพันธุ์มีผลเกี่ยวเนื่องกัน การบริโภคที่สมดุลเพื่อปรับสภาพร่างกายให้เหมาะสม
เมื่อตั้งครรภ์จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการมีบุตรที่มีสุขภาพแข็งแรงและเฉลียวฉลาด
- เลิกหรือลดการบริโภคคาเฟอีน เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ และน้ำตาลเทียม
คุณควรต้องเริ่มพิจารณาอาหาร
หรือสิ่งที่รับประทานเข้าไป ควรเลิกบริโภคสารให้ความหวานสังเคราะห์ เช่น น้ำตาลเทียม หรือเครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลเทียม
อาหารที่ใส่น้ำตาลเทียมเพื่อลดความอ้วน เป็นต้น ค่อยๆ เลิกบริโภคคาเฟอีนที่มีอยู่ในช็อกโกแลต โกโก้ โซดา
กาแฟ ชา และงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ หยุดการใช้ยาโดยที่ไม่จำเป็น และถ้าคุณสูบบุหรี่ก็ควรเลิกสูบ
- รับประทานวิตามินและเกลือแร่เสริม ตามแพทย์สั่งก่อนการตั้งครรภ์
แต่การรับประทานวิตามิน
และเกลือแร่เสริมเข้าไปไม่ได้หมายความว่า จะทดแทนอาหารได้ ดังนั้นคุณยังต้องรับประทานอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่
- หาน้ำหนักตัวที่เหมาะสมและปรับน้ำหนักให้เหมาะสม
อาจต้องลดน้ำหนักเล็กน้อย
หรืออาจต้องเพิ่มในกรณีที่คุณแม่น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ถ้าน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์เหมาะสม
เมื่อคุณตั้งครรภ์ การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักก็จะสามารถควบคุมให้เหมาะสมได้ (น้ำหนักที่เหมาะสม = ส่วนสูง-110)
- สำรวจประวัติสุขภาพของคนในครอบครัวทั้งสองฝ่ายว่ามีใครที่มีโรคถ่ายทอดทางพันธุกรรมบ้าง
เช่น เบาหวาน ธาลัสซีเมีย ฮีโมฟิเลีย กล้ามเนื้อลีบเล็ก (Muscular dystrophy) Tay-Sachs disease,
Sickle-cell anemia, Cysticfibrosis. โครโมโซมผิดปกติหรือแม้กระทั่งประวัติการเกิดทารกแฝดในครอบครัว
หากพบปัญหาเกิดขึ้นควรจะต้องไปปรึกษาแพทย์ก่อนการตั้งครรภ์ สงสัยว่ามีโรคพวกนี้ในครอบครัวหรือไม่
หรือไม่แน่ใจก็ให้ปรึกษาแพทย์ดูก่อนได้ครับ
- พบแพทย์เพื่อทำการตรวจเลือดหาโรคที่สามารถติดต่อไปสู่ลูก โรคถ่ายทอดทางพันธุกรรม
และรับวัคซีนที่จำเป็นต้องป้องกันไม่ให้เป็นในขณะตั้งครรภ์
เช่น วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน
หรือโรคบาดทะยัก มาฉีดก่อนการตั้งครรภ์ เพราะวัคซีนบางชนิด เช่น วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน
ฉีดแล้วห้ามตั้งครรภ์ไป 3 เดือน
- การตั้งครรภ์ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของผู้หญิงเกือบทั้งหมด แต่ว่าที่คุณพ่อก็สามารถมีส่วนร่วมได้
ความจริงก็คือ การพูดคุยแสดงความสนใจ การพยายามที่จะอ่านและทำความเข้าใจคู่มือเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
และการดูแลทารกแรกเกิด ถึงแม้จะทำได้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
- โดยส่วนใหญ่ประสบการณ์ของคุณพ่อมักจะเริ่มต้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนผ้าอ้อม
หรือการกล่อมลูกให้หลับเท่านั้นเอง แต่ที่จริงแล้วคุณพ่อสามารถมีส่วนร่วมในการเตรียมพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ได้
เช่น ต้องมีสุขภาพดีด้วยถ้าภรรยาพยายามที่จะปรับการรับประทานอาหาร เลิกดื่มแอลกอฮอล์ และดื่มน้ำมากขึ้น
ว่าที่คุณพ่ออาจสนับสนุนเธอด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมไปด้วยกันลดหรือเลิกดื่มแอลกอฮอล์และหยุดสูบบุหรี่ เป็นต้น
และเมื่อคุณมีความพร้อมในการตั้งครรภ์แล้ว คุณอาจต้องทำใจว่าการที่จะตั้งครรภ์ได้นั้น
จำเป็นต้องใช้เวลาบ้างครับในคู่สามีภรรยาที่อายุยังไม่มาก บางคู่ใช้เวลาเกือบเป็นปีกว่าจะตั้งครรภ์ก็เป็นไปได้ครับ
ดังนั้นอย่ารีบร้อนและลุ้นมากในแต่ละเดือน เพราะจะทำให้เสียสุขภาพจิตนะครับ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติจะดีกว่า
แต่ถ้าหากคุณมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลานานกว่าหนึ่งปี แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ
กรณีนี้ขอแนะนำให้ไปพบสูตินรีแพทย์ครับ เพราะบางครั้งคุณอาจมีปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับระบบ
หรือกระบวนการในการเจริญพันธุ์ ส่วนในรายที่สงสัยว่าจะตั้งครรภ์เราก็มีวิธีการที่จะสังเกตได้ครับ
- อย่างแรกคือเมื่อประจำเดือนขาดหายไป ถ้าคุณมีประจำเดือนขาดหายไป
ถ้าคุณมีประจำเดือนมาเป็นปกติทุกเดือนแต่กลับหายไปมักเป็นอาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจตั้งครรภ์
คุณอาจซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์ที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไปมาทดสอบเองได้
และถ้าหากผลการตรวจการตั้งครรภ์โดยใช้ชุดตรวจที่ซื้อจากร้านขายยาได้ผลบวก
ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดโดยการตรวจเลือดครับ
- เมื่อคุณตั้งครรภ์คุณอาจสังเกตเห็นว่า มีอาการอยากอาหารมากขึ้น
บางครั้งการอยากอาหารมากขึ้นก็อาจเป็นอาการของคนกำลังท้อง แต่ก็ไม่ใช่อาการที่แน่นอนเสมอไป
การอยากอาหารอาจอยู่ในความคิดของคุณตลอดเวลาก็ได หรืออาจเป็นจากร่างกายกำลังขาดสารอาหาร
การอยากอาหารมักเกิดร่วมกับอาการแสดงอื่นๆ ในหญิงตั้งครรภ์ดังหัวข้ออื่นๆ ที่จะกล่าวต่อไป
- บริเวณรอบๆ หัวนมมีสีเข้มขึ้น เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน
- มีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยในช่วงที่คาดว่าจะมีประจำเดือน
เนื่องมาจากการที่ตัวอ่อนฝังตัวเข้าไปในเยื่อบุโพรงมดลูก
- เมื่อตัวอ่อนฝังตัวและเกิดการสร้างฮอร์โมนจากรก Human chorionic gonadotropin (hCG)
จะทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น
- ระดับของฮอร์โมน Progesterone ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้รู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลีย ง่วงนอนบ่อยๆ
คุณอาจรู้สึกราวกับว่าไปวิ่งมาราธอนมาทั้งที่นั่งอยู่ที่ทำงาน
- เต้านมจะคัดตึงคล้ายกับก่อนจะมีประจำเดือน แต่จะคัดตึงมากกว่านั้นมาก
- คลื่นไส้อาเจียน จะเกิดขึ้นหลังจากตั้งครรภ์ไปแล้ว 2 สัปดาห์
- อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น
| ระดับของฮอร์โมน hCG ในหญิงตั้งครรภ์ |
| อายุครรภ์ | hCG level (U/ML) |
| 3-4 สัปดาห์
1-2 เดือน
2-3 เดือน
ไตรมาสที่ 2
ไตรมาสที่ 3 |
500-6,000
5,000-200,000
10,000-100,000
3,000-50,000
1,000-50,000 |
| การตรวจอัลตราซาวนด์ก็สามารถบ่งบอกการตั้งครรภ์ได้ครับ |
| จำนวนวันหลังประจำเดือนครั้งสุดท้าย |
ระดับของ hCG | สิ่งที่เห็นได้จากการอัลตราซาวนด์ |
| 34 + หรือ - 2 | 914 + หรือ - 106 | ถุงน้ำคร่ำ |
| 40 + หรือ - 3 | 3783 + หรือ - 683 | ส่วนก้อนตัวเด็ก |
| 47 + หรือ - 6 | 3178 + หรือ - 2898 | เห็นหัวใจเด็กเต้น |
เมื่อทราบว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องทำนอกเหนือจากการบอกข่าวดีนี้
ให้คนในครอบครัวและเพื่อนๆ ทราบ ก็คือต้องพบสูติแพทย์เพื่อทำการฝากครรภ์โดยเร็วเท่าที่คุณจะสามารถทำได้
- มีสูติแพทย์ท่านใดบ้างที่พร้อมทั้งวันเวลาที่คุณหมอออกตรวจผู้ป่วยนอก
เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกคุณหมอที่ออกตรวจในวันที่คุณว่าง
- ค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์และการคลอด หากโรงพยาบาลใดมีชุดการคลอดแบบเหมาจ่าย
ก็จะช่วยให้คุณประหยัดได้มากทีเดียว
- โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ฝากครรภ์มีเครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจที่ครบครันทันสมัยหรือไม่
เช่นการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพของทารกได้ชัดเจน
เพื่อที่จะได้ประเมินสุขภาพของทารกได้อย่างถูกต้องแม่นยำกว่าการตรวจโดยใช้เพียงหูฟังของแพทย์ฟังเสียงเต้นของหัวใจ
หรือการใช้มือคลำหน้าท้อง
- เมื่อมาตรวจครรภ์แต่ละครั้งคุณหมอจะให้ข้อมูลการเติบโตของทารกให้คุณหรือไม่
- คุณสามารถให้สามีอยู่ร่วมในขณะคลอดได้หรือไม่
- โรงพยาบาลนั้นมีหน่วยทารกแรกเกิดที่เป็นเฉพาะทางและหน่วยทารกแรกเกิดอาการหนัก
(Neonatal Intensive Care Unit) หรือไม่เพราะในกรณีฉุกเฉินที่เด็กคลอดออกมามีความผิดปกติ
หรือคลอดก่อนกำหนดที่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โรงพยาบาลจะสามารถรับมือสถานการณ์นั้นได้ดีเพียงใด
- เมื่อได้ข้อมูลมากพอแล้วคุณอาจลองไปเยี่ยมชมที่โรงพยาบาลก่อนก็ได้ โดยปกติหากคุณตั้งครรภ์โดยปราศจากความเสี่ยง
คุณหมอมักนัดตรวจครรภ์เดือนละหนึ่งครั้งตั้งแต่ทราบว่าตั้งครรภ์จนกระทั่งคุณตั้งครรภ์ได้เจ็ดเดือนหรือ 28 สัปดาห์
และนัดเดือนละสองครั้งตั้งแต่อายุครรภ์ 28 สัปดาห์ จนถึง 36 สัปดาห์หรือเก้าเดือน
และหลังจากนั้นจะนัดทุกหนึ่งสัปดาห์จนกระทั่งคลอด หากคุณตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงจะต้องมาพบคุณหมอบ่อยกว่านั้น
การมาตรวจครรภ์ครั้งแรกอาจใช้เวลานานแต่ครั้งต่อไปคุณจะไม่ต้องเสียเวลานานเช่นนั้นอีก
เพราะการมาตรวจครั้งแรกต้องมีการตรวจร่างกาย ตรวจครรภ์ ซักประวัติ ตรวจเลือด ชั่งน้ำหนัก
วัดส่วนสูง อีกทั้งคุณยังมีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบจากคุณหมออีกด้วย
ในสมุดพกสำหรับการตั้งครรภ์คุณสามารถจดสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์เช่น ชื่อคุณหมอ
หมายเลขโทรศัพท์ทุกหมายเลขที่จะทำให้คุณสามารถติดต่อคุณหมอได้วันเวลาที่คุหมอออกตรวจผู้ป่วยนอก
วันที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย กำหนดคลอด การนัดหมายในการตรวจครั้งต่อไป บันทึกอาการของคุณ
การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว การเจริญเติบโตของทารก คำถามสำหรับถามคุณหมอในการนัดตรวจครั้งต่อไป
ความรู้สึกต่างๆ หรืออะไรก็ตามที่คุณอยากจะเขียน
เมื่อเริ่มการฝากครรภ์แล้ว สิ่งที่คุณต้องทำต่อไปคือการทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของคุณ
และพัฒนาการของทารกในแต่ละเดือน
(update 6 กันยายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 มีนาคม 2547 ]
|