ใช่จะสนใจแต่เรื่องทางกายในช่วงตั้งท้องเท่านั้นนะคะ
เรื่องทางใจที่แม่ท้องทุกคนอาจเป็นกังวลเราก็ต้องใส่ใจอยู่มากเหมือนกันค่ะ
เชื่อเหลือเกินค่ะว่า ทั้งแม่ท้องอ่อน ท้องแก่ หรือท้องแรก ท้องสองต่างต้องมีเรื่องกังวลใจเกี่ยวกับการท้องด้วยกันทั้งนั้น
ก็แหม...ผู้หญิงเราน่ะส่วนใหญ่จะเป็นโรคขี้กังวลอยู่แล้วนี่ค่ะ
เรามาดูความกังวลใจที่มักเกิดกับหัวใจแม่ท้องอย่างเราหน่อยดีมั้ยว่ามีเรื่องไหนกันบ้าง
ต่อจากนั้นเราค่อยไปจัดการเรื่องดังกล่าวทีละเปลาะ เพื่อการตั้งท้องอย่างมีความสุขและมีคุณภาพค่ะ
ห่วงเชป กังวลเรื่องสวย
เพราะช่วงตั้งท้องเราจะเริ่มเป็นกังวลว่า ร่างกายเราจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน
ทรวดทรงองค์เอวที่เคยอ้อนแอ้นจะกลับคืนมาได้ดังเดิมไหม หรือท้องที่ป่องๆ อยู่นี้จะเป็นภาพที่ดูน่าเกลียดไปหรือเปล่า
สำหรับพ่อยอดสามีเวลาเห็น ฯลฯ
ดังนั้นเราควรเข้าใจและพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละเดือนค่ะว่า
จะมีอาการอย่างไรบ้าง อย่างแม่บางคนอาจแพ้ท้องอาเจียนรุนแรงหรือบางคนมีหน้าตาซูบซีด
อาการดังว่านอกจากจะหาข้อมูลอ่านได้เองแล้ว เรายังสามารถปรึกษาหมอสูติฯ ประจำตัวได้ด้วยค่ะว่า
ควรทำตัวอย่างไรดี และถ้าคุณหมอยืนยันว่าอาการที่เราปรึกษานั้นปกติดี
ก็ควรจะไว้วางใจและคิดเสียว่าทุกอาการเป็นเรื่องธรรมดาจริงๆ
กังวลเรื่องงาน หงุดหงิดตัวเอง
ถ้าเรื่องนี้การออกมาพักผ่อนโดยไม่คิดเรื่องงาน อาจทำให้คลายกังวลไปได้เปลาะหนึ่ง
แต่หากแม่ท้องยังสองจิตสองใจอยู่ ใจหนึ่งก็อยากพักงานมาดูแลในท้องให้เต็มที่
แต่อีกใจก็เสียดายโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อย่างนี้ความกังวลและความหงุดหงิดใจ
จากการที่ไม่มีโอกาสได้เจอะเจอกับเพื่อนร่วมงานเหมือนเมื่อครั้งก่อนๆ จะเกิดขึ้นและค่อยๆ
ขยายไปสู่ความหงุดหงิด ที่โลกอันกว้างใหญ่เริ่มแคบลงอยู่แค่เพียงในบ้าน
ถ้าเป็นแบบนี้เราควรทำใจให้ไดก่อนนะคะว่า ที่ออกมาจากงานนั้นเพื่อลูกน้อยจริงๆ
และพยายามปรับตัวปรับใจหางานอดิเรกมาทำให้เพลินจะได้ไม่เครียดมาก ยิ่งงานอดิเรกดังกล่าว
สามารถหารายได้ให้อีกทางหนึ่ง ยิ่งเป็นการดีใหญ่ค่ะ
บางคนก็อาจหงุดหงิดตัวเองที่จะหยิบจับทำอะไรก็ไม่สะดวกเหมือนก่อน
ถ้าคุณเข้าข่ายเครียดกังวลด้วยเหตุผลนี้ก็ต้องบอกตัวเองค่ะว่า
การท้องใช่จะพรากความเป็นสาวทำงานของคุณไปตลอดกาล
เมื่อไหร่ที่ถึงเวลาสมควรคุณก็จะกลับมาเป็น working woman ที่แคล่วคล่องได้อย่างเคย
แถมท้ายด้วยตำแหน่ง working mom ที่แสนจะน่าภูมิใจอีกด้วย
คลอดนี้ปลอดภัยแน่รึ ?
เมื่อถึงช่วงเวลานี้แล้วขอเพียงเราให้กำลังใจตัวเองว่า ท้องนี้เราสามารถคลอดได้อย่างปลอดภัยแน่ๆ
แค่นี้ก็เป็นขวัญกำลังใจให้เราได้แล้วค่ะ แต่ถ้าใครยังคงกลัวๆ อยู่โดยเฉพาะแม่ท้องแรก
ขอให้เชื่อมั่นในตัวเองเถอะค่ะ ก็ผู้หญิงเราถ้าไม่มีอาการบ่งชี้ว่าผิดปกติ
แล้วผ่านการคลอดมาอย่างปลอดภัยกันทั้งนั้น
ดังนั้นถ้าเพียงเราไปฝากท้องอย่างสม่ำเสมอ เราก็เบาใจได้หลายเปลาะทีเดียวค่ะ
เพราะวิทยาการเครื่องไม้เครื่องมือเดี๋ยวนี้ทันสมัยเสียจนเราไม่จำเป็นต้องกังวลกับเรื่องนี้จนเป็นทุกข์กับตัวเองเลย
เครียดเรื่องลูกในท้องจัง...
ร้อยทั้งร้อยแม่ท้องกังวลว่าลูกตัวเองจะออกมาปกติหรือเปล่า บ้างก็กังวลว่าถ้าดูแลตัวเองไม่ถูกวิธี
ลูกในท้องอาจได้รับผลกระทบได้ บางบ้านคาดหวังให้ลูกสะใภ้มีหลานชายเอาไว้เชยชม อย่างนี้เป็นแม่ไหนๆ
ก็ต้องเครียดด้วยกันทั้งนั้นแหละค่ะ
แต่ถ้าแม่ท้องดูแลตัวเองอย่างดี หาความรู้เรื่องการดูแลครรภ์เสมอๆ หรือปรึกษาหมอสูติฯ
ประจำตัวเป็นระยะๆ แถมให้ประวัติการเจ็บป่วยไว้อย่างถูกต้อง เรื่องกังวลใจต่างๆ ก็คงจะคลายไปได้ค่ะ
มีลูกแล้ว...แต่เลี้ยงอย่างไรดี ?
หลังจากคลอดเจ้าตัวเล็กออกมาแล้ว ความเครียดอันดับแรกของแม่เพิ่งคลอดคงจะเป็นเรื่องการเลี้ยงลูก
แม่ส่วนใหญ่มักกังวลว่าน้ำนมของตัวเองจะเลี้ยงลูกได้พอไหม บ้างก็กังวลว่าจะเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอย่างไรดี
หรือกังวลว่าไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องเลี้ยงเด็กมาเลย แล้วจะเลี้ยงลูกตัวเองไหวไหม
บางรายอาจกังวลไปถึงเรื่องการกลับไปทำงาน และต้องทิ้งลูกไว้ให้คนอื่นเลี้ยง
งานนี้คงต้องค่อยๆ คิดตัดสินใจกับคุณสามีว่าจะฝากลูกไว้กับญาติผู้ใหญ่อย่างลุง ป้า น้า อา หรือปู่ย่าตายายดี
หรือถ้าไม่มีญาติอยู่ใกล้ การเลือกเนิร์สเซอรี่ที่ไว้ใจได้ก็เป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยคลายความกังวลให้กับเราได้
ตรงนี้บทบาทหน้าที่ของคุณพ่อจะช่วยเราได้มากค่ะ อย่างน้อยๆ ก็เป็นกำลังใจให้
และช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านหรือรับเจ้าตัวเล็กไปช่วยเลี้ยงพลางๆ
เรื่องอย่างนี้ถ้าเราเปิดโอกาสคนเป็นพ่อเขาก็พร้อมช่วยอยู่แล้วล่ะ
เครียดเรื่องสามี ...กลัวไม่เหมือนเดิม
ส่วนใหญ่แม่เพิ่งคลอดมักจะพุ่งความสนใจไปที่ลูก โดยอาจละเลยความรู้สึกของสามีไปบ้างอย่างไม่รู้ตัว
บางรายอาจเลี้ยงลูกไปพลาง คิดเล็กคิดน้อยไปพลาง กลัวสามีจะไม่เหมือนเดิม เพราะทรวดทรงองค์เอวที่เคยสวย
กลับไม่สวยเหมือนแต่ก่อนเรื่องปันใจไปให้หญิงอื่นจึงเป็นเรื่องกังวลใจที่แม่เพิ่งคลอดหรือแม้แต่แม่ท้องคิดถึงเป็นอันดับต้นๆ
แต่ถ้าคุณพ่อบ้านให้กำลังใจ และดูแลศรีภรรยาเป็นอย่างดี ความเครียด ความกังวลใจ
และความคลางแคลงใจต่างๆ จะมลายหายไปทีละนิดจนเกิดความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ค่ะ
สำคัญที่สุดคือดูแลใจตัวเองให้ปล่อยวาง หาเรื่องสบายใจมาคิด จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ
เครียดกลัวเงินไม่พอใช้
นับแต่มีเจ้าตัวเล็กมา ทั้งพ่อและแม่อาจเริ่มกังวลใจด้วยกันทั้งคู่ว่าจะหาเงินมาเลี้ยงเขาได้พอไหมในแต่ละเดือน
เพราะไหนจะค่าผ้าอ้อมสำเร็จรูป ไหนจะค่านม ค่ายา หรือค่าผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ
แต่ถ้าลองได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนฟุ่มเฟือยส่วนตัวลงบ้าง และขยันทำมาหากินเพิ่มขึ้น
เรื่องลูกเพียงคนเดียวทั้งเราและสามีสามารถเลี้ยงเขาได้อย่างเต็มที่แน่นอนค่ะ
อีกอย่างหนึ่ง การจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้ดีมีคุณภาพ ใช่แต่จะต้องอาศัยเงินมากๆ เท่านั้นนะคะ
เพราะของเล่นหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เราสามารถหาซื้อได้ในราคาพอเหมาะพอดี
บางอย่างก็สามารถทำใช้เอง ดัดแปลงหรือรับของมือสองจากเพื่อน ญาติที่เป็นแม่ลูกอ่อนมาก่อนก็ทำได้
เงินที่เหลือจะได้เก็บไว้ใช้ในยามขัดสนจริงๆ ค่ะ
ความกังวลใจตั้งแต่เรื่องของตัวเอง ไปจนถึงเรื่องของการเลี้ยงลูกและสามีสุดที่รัก
ทั้งหมดสามารถคลายลงได้ ถ้าเพียงแต่เราทำใจให้สบาย หาข้อมูลเรื่องการเลี้ยงดูลูกให้เต็มที่
และผ่อนคลายกับเรื่องต่างๆ ให้มากๆ ก็จะช่วยให้ผ่านพ้นช่วงความเครียดเหล่านี้ไปได้ค่ะ
(update 29 สิงหาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 258 กรกฎาคม 2547 ]
|