เดี๋ยวนี้กระแสธรรมชาติบำบัดกำลังมาแรง แม้แต่แม่ท้องเองก็เถอะ ถ้าเกิดอาการอึดอัดอยากอาเจียน
ท้องผูกถ่ายไม่ออกอยู่หลายวัน หรือเป็นเหน็บชาเสมอๆ ลองบรรเทาอาการดังว่าด้วยวิถีธรรมชาติดูบ้าง...
แล้วจะรู้ว่าของอย่างนี้ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ ให้มากมายอะไรเลยค่ะ
แพ้ท้อง
แม่ท้องเกือบครึ่งจะมีอาการแพ้ท้องในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งท้อง
สาเหตุใหญ่ๆ เกิดจากฮอร์โมนของรกหลั่งออกมามากที่สุดในช่วงนี้
ส่งผลให้ร่างกายต้องเจียนออกมาเพื่อขจัดสิ่งแปลกปลอมดังกล่าว
บำบัดด้วยวิถีธรรมชาติ
คนสมัยโบราณจะให้แม่ท้องดื่มน้ำขิง หรือน้ำต้มดอกบัว ซึ่งจะนำดอกบัวสดๆ มาต้มดื่ม
เพื่อลดอาการแพ้ท้อง นอกจากนั้นการกินข้าวกัญญา (ข้าที่มีสีดำสนิทหรือข้าวหอมมะลิวนิล)
ก็ช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน
ถ้าแม่ท้องคนไหนมีเวลาว่างมากพอ สามารถจัดสรรเวลามานั่งสมาธิ
เพื่อทำจิตใจให้สงบและรู้สึกผ่อนคลาย เมื่อใจสบาย อาการแพ้ท้องจะบรรเทาลงได้เหมือนกันค่ะ
จุกเสียดแน่นหน้าอก
แม่ท้องส่วนใหญ่จะมีอาการจุกเสียดเพราะกล้ามเนื้อหน้าท้องยืดหดมากขึ้น
ทำให้หูรูดกระเพาะอาหารเปิดค้างอยู่เล็กน้อยแทนที่จะปิดสนิท
ส่งผลให้ของเหลวในกระเพาะอาหารดันกลับไปสู่หลอดอาหาร
เกิดอาการจุกเสียดแน่นหน้าอกได้ และอาการนี้จะมีมากขึ้นตามอายุครรภ์ที่มากขึ้นค่ะ
บำบัดด้วยวิถีธรรมชาติ
แม่ท้องสามารถหาน้ำขิงมาดื่ม หรือกินขมิ้นขาว หรือขมิ้นชันชนิดเม็ดที่ขายตามท้องตลาดมากินก็ได้
หรือแม่บ้านคนไหนสนุกกับการทำกับข้าวก็สามารถหาเมนูที่มีกระชายเป็นส่วนประกอบมาปรุงในมื้อนั้น
อาหารที่ยกตัวอย่างมา ทั้งหมดช่วยลดอาการจุกเสียดแน่นท้องได้เหมือนๆ กันค่ะ
ปวดหลัง ปวดแขน ขา
นับแต่เริ่มท้อง ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปจะทำให้เส้นเอ็นและข้อต่อหย่อนลง
ทำให้แม่ท้องมีอาการปวดบริเวณรอยต่อกระดูกเชิงกรานตรงหัวหน่าว ส่วนบางคนอาจมีอาการปวดร้าวที่ขา
เพราะลูกไปกดทับตรงเส้นประสาท ทำให้แม่รู้สึกชาและอ่อนแรงบริเวณบั้นท้าย ต้นขา และขา
บำบัดด้วยวิถีธรรมชาติ
แม่ท้องคนไหนปวดเมื่อยตัวและหลังบ่อยๆ สามารถขอร้องคุณสามีให้ช่วยนวดตัว
โดยเน้นให้ผู้นวดนวดบริเวณบ่า ลำคอ แขน ขาได้นะคะ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงบริเวณช่วงท้องค่ะ
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
แม่ท้องบางรายอาจมีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เพราะติดเชื้อแบคทีเรียเข้าให้
แต่ถ้าดูแลรักษาความสะอาดให้ดีๆ เปอร์เซ็นต์การเกิดภาวะนี้จะน้อยลงไปค่ะ
บำบัดด้วยวิถีธรรมชาติ
หมั่นดื่มน้ำให้มากๆ และหาสมุนไพรอย่างขลู่ อ้อยแดง สับปะรด กระเจี๊ยบมากิน
จะช่วยขับปัสสาวะให้ดีขึ้น แม่บางรายอาจหาฟ้าทะลายโจรชนิดแคปซูลมากินสัก 1-2 เม็ด
แล้วดื่มน้ำกระเจี๊ยบตาม จะช่วยรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ดี
แต่การกินฟ้าทะลายโจรไม่ควรกินอยู่เป็นประจำ (กินได้ประมาณ 1-2 วันแล้วควรหยุดกิน)
เพราะประสิทธิภาพของฟ้าทะลายโจรจะเหมือนยาปฏิชีวนะ ซึ่งต้องกินตามกำหนดเวลาและในปริมาณที่พอดี
ไม่อย่างนั้นอาจเกิดการดื้อยาขึ้นได้
ท้องผูก ริดสีดวงทวาร และเส้นเลือดขอด
ช่วงท้องฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนจะทำงานมากขึ้น ส่งผลให้ลำไส้ของเราเคลื่อนตัวช้าลงจนเกิดอาการท้องผูกได้
แม่บางคนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้เกิดแรงกดต่อระบบหมุนเวียนโลหิตมากขึ้น
ทำให้เส้นเลือดโป่งหรือขอดบริเวณขา
บำบัดด้วยวิถีธรรมชาติ
ควรดื่มน้ำให้มากๆ และกินผัก ผลไม้ให้เยอะขึ้น เพื่อเพิ่มกากใยในการขับถ่าย เช่น กล้วยน้ำว้า มะละกอ
แม่ท้องที่มีเส้นเลือดขอดมากๆ สามารถหาสมุนไพร เช่น ไพลมาประคบ หรือหาใบบัวบกสดๆ
มาหั่นกินก็ได้ จะช่วยให้เส้นเลือดแข็งแรงขึ้นได้ค่ะ
อาการมือบวมและตะคริวที่ขา
พอตั้งท้องได้ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป แม่ท้องบางคนอาจมีอาการมือบวม ข้อเท้าบวมเพราะเส้นประสาทถูกกดทับ
แต่ถ้าแม่ตัวบวมเกินไป ควรปรึกษาหมอสูติฯ ประจำตัวนะคะ เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะครรภ์เป็นพิษ
ส่วนแม่บางคนอาจเป็นตะคริวเพราะขาดแร่ธาตุบางอย่าง เช่น ขาดธาตุแคลเซียม
บำบัดด้วยวิถีธรรมชาติ
แม่ท้องควรงดกินอาหารรสเค็มจัดลง และเพิ่มการกินอาหารจำพวกโปรตีนให้มากขึ้น
ส่วนแม่ที่เป็นตะคริวควรกินปลาเล็กปลาน้อย นม โยเกิร์ต หรืออาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมให้มากๆ
จะช่วยแก้อาการตะคริวได้ค่ะ
อาการซึมเศร้า
ช่วงท้องมีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้แม่ท้องบางคนมีอารมณ์แปรปรวน
บางคนรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียนอยู่เป็นประจำ แต่ภาวะนี้อาจบรรเทาได้ถ้าแม่ท้องคนนั้นๆ
พยายามผ่อนคลายตัวเองและมองโลกในแง่ดีเข้าไว้
บำบัดด้วยวิถีธรรมชาติ
พยายามหมั่นทำจิตใจให้สงบ นั่งสมาธิ สวดมนต์ เปิดเพลงเบาๆ สบายๆ ฟัง
หรือหางานอดิเรกที่ชื่นชอบ เพื่อช่วยให้จิตใจแจ่มใสและเบิกบาน
ลองหันมาบำบัดตัวเองด้วยวิถีธรรมชาติดูบ้างเป็นไรคะ แล้วจะรู้ว่าของดีนั้นน่ะ...อยู่ใกล้มือเราเสียเหลือเกิน
(update 5 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 265 กุมภาพันธ์ 2548 ]
|