ใครว่าเบาหวานกับแม่ท้องเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์แต่เพียงเท่านั้น
เพราะจริงๆ แล้วถ้าแม่ชอบเที่ยวกลางคืนอีกต่างหาก โรคเบาหวานอาจถามหาได้เหมือนกันนะคะ
ความรู้สึกครั้งแรกที่ คุณจอมใจ ตระกูลงาม ทราบข่าวว่าตัวเองท้อง มีทั้งงงงวยระคนกังวลไปพร้อมๆ กัน
เพราะเธอไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเธอนั้นกำลังตั้งท้องได้ 2 เดือนแล้ว และที่เริ่มเป็นกังวลก็
เพราะเธอเองยังคงใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมๆ อยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสูบบุหรี่หรือดื่มเหล้า
ซึ่งเธอรู้ดีว่าไม่เป็นผลดีกับเด็กในท้องเลย
หลังจากรู้ข่าวว่า ตัวเองกำลังเป็นแม่มือใหม่แน่ๆ แล้ว คุณจอมใจจึงพยายามลด ละ
เลิกวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ให้หมดไปทีละน้อย เพื่อรอคอยเจ้าตัวน้อยที่สมบูรณ์แข็งแรงที่จะเกิดมา
แต่พอเริ่มตั้งท้องได้เดือนที่ 6 ข่าวร้ายก็มาถึง...หมอบอกว่าเธอเป็นโรคเบาหวาน
และโรคความดันเลือดสูงอยู่ในเวลานี้ !?!
เธอย้อนความถึงความรู้สึกครั้งแรกที่ได้ยินข่าวนั้นก็คือ เธอรู้สึกเริ่มเป็นกังวลว่า
ลูกจะคลอดออกมเป็นปกติเหมือนเด็กคนอื่นๆ ไหม แต่เมื่อหมอสูติฯ คอยหมั่นตรวจดูสภาพลูกในท้องอยู่บ่อยๆ
และเริ่มคุมเข้มเรื่องอาหารการกินของเธอ ความกังวลใจแต่แรกเริ่มก็เริ่มลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ
โดยเธอรู้สึกดีว่าถ้าปฏิบัติตัวตามที่หมอบอกเสียอย่าง เรื่องดังกล่าวคงไม่เป็นเรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด
- เบาหวาน ...กรรมพันธุ์หรือพฤติกรรม ?
คนส่วนใหญ่อาจจะยังคงมีความคิดเดิมๆ อยู่ว่าโรคเบาหวานเป็นโรคที่ถ่ายทอดแต่เพียงกรรมพันธุ์เท่านั้น
แต่ คุณหมอวิชัย ชวาลไพบูลย์ หมอสูติฯ แห่งโรงพยาบาลกลาง และหมอสูติฯ
ที่ดูแลคุณจอมใจขยายความให้ฟังว่า โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย
และเกิดขึ้นได้กับคนที่เคยมีสุขภาพปกติ แต่ใช้ชีวิตแบบหามรุ่งหามค่ำ กิน ดื่ม เที่ยวไม่หยุด
ไปจนถึงหญิงตั้งครรภ์ที่อายุเกิน 35 ปีขึ้นไป เรียกได้ว่าโรคเบาหวานเป็นโรคใกล้ตัวเรากว่าที่คาดคิดเอาไว้เสียอีก !
ด้วยเหตุนี้ในกรณีของคุณจอมใจ ซึ่งเป็นแม่มือใหม่ที่เริ่มตั้งครรภ์เมื่ออายุมาก
จึงเข้าข่ายที่จะเป็นโรคเบาหวานได้ง่ายกว่าแม่มือใหม่วัยเอ๊าะ และวิถีชีวิตที่เธอเคยทั้งสูบบุหรี่
และดื่มเหล้ายิ่งเป็นปัจจัยเร่งให้โรคนี้เกิดขึ้นในยามที่เธอตั้งท้องขึ้นมา
คุณหมอวิชัยสรุปให้ฟังอีกครั้งว่า โรคเบาหวานที่เกิดจากกรรมพันธุ์คือทั้งพ่อหรือแม่เป็น
ลูกที่ออกมาจะมีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะเป็นเบาหวานตั้งแต่เด็กๆ ส่วนโรคเบาหวานที่เกิดจากการมีวิถีชีวิต
ที่ไม่ค่อยถนอมสุขภาพสักเท่าไหร่แบบนี้ ใครๆ ก็มีสิทธิ์เป็นโรคเบาหวานกันได้ทั้งนั้นค่ะ
- เบาหวาน...เกิดมาได้อย่างไรนะ ?
ในทีนี้จะขอกล่าวแค่เพียงเบาหวานในแม่ท้องก็แล้วกันนะคะ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วแม่ท้อง
มีโอกาสที่จะเป็นเบาหวานได้ใน 2 กรณี คือก่อนท้อง และระหว่างท้อง โดยอย่างหลังทางการแพทย์เขาเรียกว่า
โรคเบาหวานที่เกิดจากการตั้งท้อง (Gestational Diabetes) ค่ะ
แม่ที่เป็นเบาหวานระหว่างตั้งท้องก็เพราะ รก ของเรานี่แหละค่ะ จะสร้างฮอร์โมนออกมาหลากหลายชนิด
เช่น ฮอร์โมนเอสโตรเจน ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และฮอร์โมนเอชพีแอล ฯลฯ
ฮอร์โมนเหล่านี้จะทำหน้าที่ขัดขวางการทำงานของอินซูลิน และเมื่อฮอร์โมนอินซูลินถูกขัดขวาง
การทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับน้ำตาลในเลือดจึงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุครรภ์ที่มากขึ้น
ถ้าแม่รายนั้นไม่ได้รับการรักษาให้ทันท่วงที โรคเบาหวานอาจกำเริบถึงขั้นรุนแรง จนหมดสติ หรือเสียชีวิตได้ค่ะ
- แม่ทุกคนมีสิทธิ์เป็นเบาหวานไหม ?
แม้ฮอร์โมนที่สร้างโดยรกจะเป็นตัวก่อให้เกิดโรคเบาหวานขึ้นได้ แต่ใช่ว่าแม่ทุกรายจะเป็นนะคะ
เพราะทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรหลายๆ อย่างในตัวคุณแม่คนนั้นด้วย
เช่น ถ้ารายไหนมีประวัติญาติโยมเป็นโรคเบาหวาน หรือตัวคุณแม่เองใช้ชีวิตเสี่ยงกับการเกิดโรคคือ
เครียดจัด สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และพักผ่อนน้อย รวมทั้งอ้วนหรือมีอายุอานามขึ้นเลข 35 ขึ้นไป
อย่างนี้แม่คนนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคเบาหวานขณะท้อง เมื่อเทียบกับแม่ท้องที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ค่ะ
แม่แบบไหนเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
นอกจากวิถีชีวิตที่ชอบเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้า สูบบุหรี่แล้ว แม่กลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานยังรวมถึง
- คุณแม่ที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป
- คุณแม่ที่มีญาติ หรือพี่น้องเป็นโรคเบาหวาน
- คุณแม่น้ำหนักตัวมาก หรือเป็นโรคอ้วน
- คุณแม่ที่เคยตั้งครรภ์และคลอดทารกที่มีน้ำหนักตัวมาก คือตั้งแต่ 4,400 กรัมขึ้นไป
- เอ...แล้วถ้าเราเป็นเบาหวานล่ะ ?
ลองสังเกตดูอาการของตัวเองก็ได้นะคะว่า เราหิวบ่อย กินเก่งเกินไปหรือเปล่า หรือหิวน้ำ
และปัสสาวะบ่อยไหม นอกจากนั้นเรายังอ่อนเพลียง่ายหรือไม่ ถ้าใช่
เวลาไปฝากครรภ์คุณหมอจะตรวจระดับน้ำตาลในปัสสาวะของเราว่าอยู่ในระดับปกติไหม
เพราะถ้าไม่มีการตรวจและรักษาอย่างทันท่วงที ระดับน้ำตาลในร่างกายเราจะมากเกินไป
จนทำให้เกิดภาวะน้ำคร่ำมากเกินไป หรือไม่ก็อาจมีภาวะครรภ์เป็นพิษได้นะคะ
- ถ้ารู้สึกเบื่ออาหารที่ซ้ำซาก จำเจ ควรเปลี่ยนเป็นอาหารประเภทอื่นซึ่งอยู่ในประเภทเดียวกัน
เช่น ข้าวเป็นก๋วยเตี๋ยว หรือขนมปังแทน
- ควรควบคุมอาหาร ไม่กินอะไรตามใจปากมากจนเกินไป ควรเลือกกินอาหารที่มีคุณค่า
และปริมาณเหมาะสมกับน้ำหนักตัวและส่วนสูง ข้อมูลตรงนี้หมอด้านต่อมไร้ท่อ และหมอด้านโภชนาการ
จะให้คำปรึกษากับเราแบบตัวต่อตัวได้ค่ะ
- ควรเปลี่ยนวิธีการกินจากที่เคยกิน 3 มื้อ/วัน เป็นมื้อย่อย 5-6 มื้อ/วัน
เพื่อจะได้คุมระดับน้ำตาลในร่างกายให้ดีขึ้น
- ถ้าเป็น...ต้องทำตัวอย่างไร ?
หลังจากที่คุณหมอรู้ผลแล้วว่าเราเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์แน่ๆ หลังจากนั้นคุณหมอจะคอยตรวจเลือด
เราดูระดับน้ำตาลเป็นระยะๆ เพื่อจะรู้ว่าเป็นเบาหวานรุนแรงระดับใด เช่น ถ้าเรามีระดับน้ำตาลในเลือดน้อย
คุณหมอจะให้เรารักษาตัวเราเองด้วยการควบคุมเรื่องอาหาร แต่เรายังคงต้องไปหาหมอบ่อยๆ
เพื่อวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะๆ จะได้ป้องกันการเกิดเบาหวานที่รุนแรงต่อไป
ในกรณีที่เราอาจจะเป็นเบาหวานขั้นรุนแรงมากขึ้น คุณหมอจำเป็นต้องให้เราเข้ารับการรักษาตัว
โดยฉีดอินซูลินเพื่อช่วยคุมระดับน้ำตาลให้ปกติ ซึ่งการจะให้กินยาเม็ดเพื่อรักษาโรคเบาหวานนั้น
จะทำให้ทารกในครรภ์มีความเสี่ยงที่จะพิการได้ ซึ่งนอกจากเรื่องของยาแล้ว
คุณหมอจะให้เราควบคุมอาหารไปพร้อมกันด้วย
เมื่อสามารถคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติแล้ว คุณหมอจะสอนวิธีฉีดยาให้
เพื่อจะได้ดูแลตัวเองเมื่ออยู่บ้าน ขณะเดียวกันลูกน้อยในท้องก็จะได้รับการตรวจสุขภาพถี่มากกว่าครรภ์ปกติ
เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับแม่และลูกในท้องค่ะ
นอกจากการดูแลด้วยฝีมือหมอแล้ว เราสามารถดูแลตัวเองได้โดยพยายามไม่เครียด
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และพยายามควบคุมตัวเองไม่กินอาหารหวานๆ มากเกินไป
ที่สำคัญควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แค่นี้ก็พอจะบรรเทาไม่ให้อาการเบาหวานรุนแรงขึ้นได้แล้วค่ะ
แต่ถ้าแม่ท้องคนไหนยังกังวลว่า หลังคลอดแล้วเบาหวานจะยังรบกวนเราอีกหรือเปล่า
คุณหมอยืนยันค่ะว่า โรคเบาหวานระยะไม่รุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งท้องสามารถหายไปได้หลังคลอด
เพราะช่วงหลังคลอดฮอร์โมนต่างๆ จะกลับคืนสู่สภาพปกติ ขอเพียงให้เราดูแลตัวเองตามคำแนะนำข้างต้น
เท่านี้โรคเบาหวานในช่วงตั้งท้องก็จะหายไปได้เองค่ะ
(update 17 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 257 มิถุนายน 2547 ]
|