เวลาที่คุณไปฝากท้องกับคุณหมอ คุณคาดหวังอะไรจากคุณหมอคะ แน่นอนย่อมเป็นการดูแลรักษาที่ดีที่สุด
เช่นเดียวกันค่ะ คุณหมอเองก็มีเรื่องคาดหวังกับคุณแม่ท้องที่คุณหมอดูแลเหมือนกัน
และแต่ละเรื่องที่คุณหมอต้องการจากคุณแม่ก็ล้วนเป็นประโยชน์กับคุณแม่ทั้งนั้น อยากรู้แล้วใช่ม้า
ว่าหมอสูติฯ เขาคาดหวังอยากเจอคุณแม่แบบไหนกัน
แม่ท้องที่...เป็นคนสนใจตัวเอง คือใส่ใจเรื่องสุขภาพของตนเอง
เช่น ประจำเดือนของตัวเอง ประวัติสุขภาพของตัวเอง สามี และครอบครัว การแพ้ยา เป็นต้น
เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางการดูแลคุณแม่ตลอด 9 เดือนนี้
ว่ามีเรื่องไหนที่ต้องดูแลและระวังกันเป็นพิเศษ
การไม่ทราบข้อมูลสุขภาพตัวเองบางเรื่องก็อาจทำให้คุณเสียประโยชน์ไปได้ เช่น
ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อคำนวณช่วงเวลาการคลอด
ทั้งที่จริงๆ สามารถคำนวณได้จากประจำเดือนครั้งสุดท้ายก่อนตั้งครรภ์ เป็นต้น
แม่ท้องที่...ปฏิบัติตามคำแนะนำ
ไปฝากท้องแต่ละครั้งคุณหมอก็มีคำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัว
เพื่อดูแลตัวเองฝากกลับมาด้วยทุกครั้ง ซึ่งคุณแม่บางคนไม่ได้ปฏิบัติเพราะ
- เชื่อคำบอกเล่าจากแหล่งอื่นๆ จนไม่ยอมทำตาม โดยที่ไม่ได้แจ้งคุณหมอด้วย
ว่าไม่ได้ทำตามคำแนะนำที่บอกไป
- ไม่สามารถทำตามนั้นได้ เพราะมีข้อจำกัด หรือความจำเป็นบางอย่าง เช่น หน้าที่การงาน
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด สิ่งที่คุณควรทำก็คือ ปรึกษากับคุณหมอเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง
หรือเพื่อให้คุณหมอช่วยแนะนำวิธีดูแลอย่างอื่นทดแทน เพราะถ้าหากมีปัญหาใดเกิดขึ้น
การประเมินอาการ หาสาเหตุของคุณหมอก็จะทำได้ล่าช้า และไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรค่ะ
แม่ท้องที่...มีท่าทีเป็นมิตร
ในการสื่อสารสัมพันธ์กัน แน่นอนค่ะว่า ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ย่อมต้องการทุกสิ่งที่ดีๆ
สำหรับลูกด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งมีข้อมูลมาก ทางเลือกก็มาก จึงมีการแสดงอาการเหมือนจัดแจง
สั่งการ เช่น จะผ่าคลอด ขอคลอดวันที่ตัวเองต้องการ ฯลฯ ซึ่งบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกหลักทางการแพทย์
และยังอาจเป็นอันตรายกับคุณแม่เองได้ ถ้าจะให้ดีคุณควรแจ้งในสิ่งที่ต้องการ
ในลักษณะหารือกับคุณหมอว่ามีความเป็นไปได้อย่างไร และตัดสินใจร่วมกันด้วยเหตุและผล
แม่ท้องที่...สื่อสารกับหมอ
คือ มีปัญหาอะไรก็จะเล่าและปรึกษา เพื่อคุณหมอจะได้ให้การดูแลแก้ไข
หรือมีข้อแนะนำให้พิเศษ คุณแม่บางคนมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วไม่พูด เพราะอาย ไม่สนใจ
หรือคิดว่า ไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ ผลก็คือ กังวล สงสัย ไม่สบายใจ หรือทนกับอาการบางอย่างที่พบบ่อย
เช่น ตกขาว คันช่องคลอด มีริดสีดวง เป็นต้น แทนที่จะไม่สบายใจหรือทนกับอาการเหล่านี้
ก็สู้ปรึกษาคุณหมอไม่ดีกว่าหรือคะ เพราะเรื่องเหล่านี้คุณหมอฝากมาบอกว่าแก้ไขได้ง่ายนิดเดียว
แม่ท้องที่ ...ไม่มองว่าหมอเป็นผู้ขายบริการทางการแพทย์
ถ้ามีความรู้สึกอย่างนี้มากขึ้นเท่าไหร่ การสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้ในแบบดูแลช่วยเหลือก็จะยิ่งน้อยลง
ปัญหาการฟ้องร้องก็จะมีมากขึ้น ค่าบริการก็จะแพงขึ้น เพราะหมอต้องป้องกันตนเอง
ขณะเดียวกันหมอก็ต้องไม่มองงานของตัวเองเป็นเรื่องการค้าและผลประโยชน์ด้วย
เตรียมตัวเองเป็นคุณแม่รักสุขภาพก่อนพบคุณหมอ
- เตรียมข้อมูลเรื่องที่คุณหมอจะถามเมื่อฝากครรภ์ครั้งแรก เช่น ประจำเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ?
สม่ำเสมอ ? สุขภาพโดยทั่วไปของตัวคุณ การแพ้ยาที่ใช้ประจำ ประวัติการท้อง การคลอด
ในครอบครัวมีครรภ์แฝด โรคเลือด เบาหวาน ? สิ่งแวดล้อมและการดำเนินชีวิตของคุณ เป็นต้น
- ลองจดสิ่งที่อยากรู้ไว้ก่อนไปหาคุณหมอ เช่น อาหารการกินว่าสิ่งที่ต้องกินและห้ามกินมีอะไรบ้าง
อาหารที่ไม่แน่ใจ ปรึกษาเรื่องการคลอด เรื่องที่สงสัยและเรื่องที่ต้องเตรียมตัว อาการแปลกๆ ที่เกิดขึ้น
การเปลี่ยนแปลงในช่วงเดือนต่อไป เรื่องที่เคยได้ยินมาหรือมีคนบอกแล้วคุณยังลังเลใจว่าจะเชื่อดีมั้ย
นัดครั้งต่อไป เป็นต้น
ถึงจะดูว่าสิ่งที่คุณหมอต้องการจากคุณแม่ที่ไปฝากครรภ์ด้วย จะเป็นไปเพื่อความสะดวก
ในการทำงานของคุณหมอก็เถอะ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ สิ่งเหล่านี้ล้วนเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่
และลูกในท้องทั้งนั้น เรียกว่าได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย อย่างนี้ก็น่าจะปฏิบัติตัวเป็นคนไข้ที่ดีของคุณหมอนะคะ
ส่วนคุณหมอเองก็อย่าเพิ่งรำคาญเวลาคุณแม่ตั้งคำถามแล้วกัน คนไม่เคยท้องก็ต้องห่วง
กังวลกันบ้างเป็นธรรมดาจริงมั้ยคะ
(update 2 เมษายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 97 พฤศจิกายน 2546 ]
|