การคลอดทารกในน้ำ...ฟังดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวมากไหมคะ ไม่แปลกหรอกค่ะ
หากคุณจะรู้สึกอย่างนั้น เพราะน้อยคนนักที่จะคาดคิดว่าวิธีการคลอดที่ก้าวล้ำนำโลกอย่างนี้
สามารถทำได้ในเมืองไทยของเราเหมือนกันและทำกันมานานนับสิบปีแล้ว
คุณเพ็ญนิภา ไชยองค์การ หัวหน้าพยาบาลแผนกทำคลอด โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
บอกเล่าประวัติความเป็นมาของการคลอดในน้ำให้ บันทึกคุณแม่ ฟังว่า
" การคลอดในน้ำเกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศรัสเซียค่ะ โดยมีคุณครูสอนว่ายน้ำคนหนึ่งอยากคลอดลูกในน้ำ
และด้วยความช่วยเหลือของแพทย์การคลอดในน้ำครั้งแรกนั้น ทั้งแม่และลูกปลอดภัยค่ะ
ต่อมาในปี 1970 คุณหมอมิเชล โอเดนท์ สูติแพทย์ชาวฝรั่งเศสได้เผยแพร่วิธีการคลอดลูกในน้ำอย่างปลอดภัย
ลงในวารสารทางการแพทย์หลังจากที่เฝ้าทดลองการคลอดในน้ำกับหญิงตั้งครรภ์มานับไม่ถ้วน "
ส่วนการเข้ามาสู่เมืองไทยครั้งแรกนั้น คุณเพ็ญนิภาเล่าให้ฟังว่าเริ่มเข้ามาในปี 1994
โดยนายแพทย์ธนิต หัพพานนท์ สูติแพทย์ประจำโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
ผู้เชี่ยวชาญด้านการคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ (Active Birth) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมการคลอด
และเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แห่งประเทศไทย
ข้อได้เปรียบของการคลอดในน้ำ
1. น้ำอุ่นจะช่วยให้เกิดการผ่อนคลาย ลดอาการเจ็บปวดขณะมดลูกบีบตัว
ทำให้คุณแม่ไม่รู้สึกอยากเบ่งก่อนปากมดลูกเปิดหมด และความลึกของน้ำทำให้คุณแม่
สามารถเลือกอยู่ในท่าที่สบายได้ตามต้องการ
2. น้ำอุ่นทำให้คุณแม่ผ่อนคลาย ลดความเครียด ทำให้ฮอร์โมนแห่งความสุข เอนโดฟิน
หลั่งออกมามาก ซึ่งจะทำให้คุณแม่ต่อสู้กับความเจ็บปวดได้ดี ลดการใช้ยาแก้ปวดที่ไม่จำเป็น
3. คุณแม่สามารถใช้เครื่อง Extonox (เครื่องที่มีก๊าซออกซิเจนผสมกับก๊าซไนตรัส
ในอัตราส่วนที่เหมาะสมขณะอยู่ในน้ำ)
ความปลอดภัยของการคลอดลูกในน้ำ
1. น้ำที่ใช้ต้องได้รับการปรับอุณหภูมิให้อยู่ที่ 37-37.5 องศาเซลเซียส
ซึ่งเป็นอุณหภูมิปกติของร่างกายและไม่มีผลต่อทารกเมื่อคลอดออกมา
2. เมื่อทารกคลอดออกมาพ้นตัวแม่และอยู่ในน้ำ ทารกจะยังไม่หายใจจนกว่าจะสัมผัสกับอากาศ
เมื่อเรายกตัวทารกขึ้นมาจากน้ำ โดยให้ใบหน้าพ้นน้ำ อากาศและอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป
จะทำให้ทารกหายใจเองได้โดยอัตโนมัติ โดยที่สายสะดือยังไม่ถูกตัด
การคลอดในน้ำไม่เหมาะสมกับ
1. ครรภ์แฝด
2. ทารกอยู่ในท่าก้นเป็นส่วนนำ
3. คุณแม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ความดันโลหิตสูง
4. ทารกมีภาวะขาดออกซิเจนขณะคลอด
5. ถุงน้ำคร่ำแตกเกิน 24 ชั่วโมง
6. การใช้ยาเร่งคลอด
7. คุณแม่ได้รับยาแก้ปวดขณะรอคลอด
8. การเจ็บครรภ์ก่อนครบกำหนดคลอด
9. มีเลือดออกมากผิดปกติ
(update 18 มีนาคม 2005)
[ ที่มา...
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 สิงหาคม 2547 ]
|