แพ้ท้อง แพ้นี้แค่ชั่วคราว


รู้สึกเปรี้ยวปาก อยากกินอาหารแปลกๆ รู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอาเจียน ส่วนใหญ่มักจะเป็นตอนเช้า หลังตื่นนอน กลิ่นอาหาร น้ำหอมที่เคยชอบ ตอนนี้กลับไม่ชอบ อยากกินของเปรี้ยว อย่างมะม่วง มะดัน มะกอก ยิ่งเปรี้ยวยิ่งอร่อย

อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังจะได้เป็นแม่คนกับเขาแล้วล่ะ เราเรียกอาการเหล่านี้ว่า “แพ้ท้อง” ค่ะ

ส่วนใหญ่อาการแพ้ท้องจะเกิดขึ้น เมื่อประจำเดือนขาดไปประมาณ 2 สัปดาห์ ถ้าจะนับอายุครรภ์ก็ประมาณ 6 สัปดาห์ อาการแพ้ท้องนี้จะเพิ่มขึ้น คือแพ้มากขึ้นเรื่อยๆ และจะแพ้หนักที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ 9 หลังจากนั้นอาการก็จะเริ่มดีขึ้น แม่ท้องส่วนใหญ่จะหายแพ้ในช่วงสัปดาห์ที่ 14 แต่ก็มีแม่ท้องบางคนที่มีอาการแพ้ท้องไปจนถึงคลอด บางคนก็แทบไม่มีอาการแพ้ท้องเลยค่ะ

อาการแพ้ท้องจะแสดงออกได้หลายอย่าง แต่ที่เห็นและเป็นกันมาก จนหยิบไปเป็นฉากในละครทีวีบ่อยๆ ก็อาการอาเจียนโอ้กอ้ากนี่ล่ะ ช่วงนี้คุณแม่ท้องจึงอาจกินอาหารได้น้อย ดังนั้นสิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ เช่น อาหารบางชนิด กลิ่นน้ำหอม ดอกไม้ ฯลฯ ซึ่งจะแตกต่างกันไป แล้วแต่บุคคลรวมถึงอาการแพ้มากแพ้น้อยที่จะเกิดขึ้นด้วย ส่วนเหตุผลของอาการเหล่านี้แม้แต่ในวงการคุณหมอเอง ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดเลยค่ะ แต่ก็สันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจาก 2 ปัจจัยคือ
  • ฮอร์โมน
    ผู้หญิงเราเมื่อตั้งครรภ์ฮอร์โมนหลายชนิดในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งฮอร์โมนที่สร้างมาจากรกที่เรียกว่า human chorlonic gonadotroin (hCG) ซึ่งจะมีระดับสูงสุดในช่วงเดือนแรกๆ ของการตั้งครรภ์ ส่งผลให้คุณแม่เกิดอาการแพ้ท้องมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อระดับฮอร์โมนลดลงอาการแพ้ท้องก็จะลดลงจนหายไปในที่สุด แต่ก็มีคุณแม่บางท่านที่มีอาการแพ้เป็นระยะเวลานาน จนกระทั่งคลอด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรนะคะ หากมีการดูแลครรภ์ที่ดี

    นอกจากนี้การตั้งครรภ์ผิดปกติ เช่น ครรภ์แฝด ครรภ์ไข่ปลาอุก ภาวะเหล่านี้ทำให้ฮอร์โมนจากรก เข้ามาอยู่ในกระแสเลือดของแม่มากขึ้น ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้มากกว่าปกติ

  • สภาพจิตใจ
    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่าใจและกายนั้นสามารถส่งต่อถึงกัน หากเรามีจิตใจที่อ่อนแอจากภาวะเครียด วิตกกังวล ไม่ว่าจะจากการตั้งครรภ์ การคลอด หรือแม้กระทั่งการเลี้ยงดูลูกในอนาคต ส่งผลให้ร่างกายคุณแม่แสดงออกด้วยการคลื่นไส้อาเจียนที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นช่วงนี้ควรพยายามทำจิตใจให้สดชื่นไม่คิด ไม่กังวล เพื่อลูกในท้องจะได้คลอดออกมาอย่างสมบูรณ์แข็งแรงค่ะ

แม่แพ้ท้องต้องดูแลอย่างไร

อย่างที่บอกค่ะ อาการส่วนใหญ่จะแสดงออกด้วยการคลื่นไส้อาเจียน คุณแม่บางคนอาเจียนจนหมดเรี่ยวหมดแรง นับเป็นความรู้สึกที่ทรมานทั้งใจทั้งกาย หลักในการดูแลตัวเองในช่วงแพ้ๆ อย่างนี้ก็คือ เลือกกินและเลือกทำในสิ่งที่จะช่วยให้คุณกินอาหารได้มาก และเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนแบบนี้ค่ะ


เลือกอย่างนี้สิคุณแม่

  • กินอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เพราะระหว่างตั้งครรภ์ ฮอร์โมนที่สูงขึ้นจะมีผลทำให้ลำไส้ทำงานช้าลง อาหารที่ย่อยยากจะผ่านไปได้ยากทำให้มีอาการอืดแน่นท้องได้ง่าย ซึ่งก็ง่ายต่อการคลื่นไส้ อาเจียน

  • ควรกินอาหารในขณะที่ยังอุ่นๆ อยู่ หรือจิบน้ำอุ่น เมื่อรู้สึกมีอาการคลื่นไส้อยากจะอาเจียน

  • แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆ หลายๆ มื้อ เพราะการกินอาหารครั้งละมากๆ จนอิ่ม ส่วนใหญ่มักอาเจียนออกมาหมดได้เหมือนกัน ควรกินครั้งละน้อยๆ ให้พอรู้สึกอิ่ม ใน 1 วัน อาจจะแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆ สักประมาณ 5-6 มื้อ

  • หลังกินอาหารอิ่มแล้วควรเดินช้าๆ ประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้อาหารย่อย และจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย หากมีอาการคลื่นไส้อยากจะอาเจียนให้นั่งพัก หลับตาพร้อมกับหายใจยาวๆ ลึกๆ

  • ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น

  • ในช่วงเช้าควรหาอาหารที่กินง่ายๆ รองท้องเพื่อไม่ให้ท้องว่าง เช่น ขนมปังกรอบ คุกกี้

  • หากคุณรู้สึกแพ้มากชนิดที่เรียกว่ากินอะไรเข้าไปก็อาเจียนออกมาหมด ควรหาลูกอม ขนมหวาน น้ำผลไม้ เพื่อให้ร่างกายรับพลังงานเพียงพอ และป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

  • หลังจากอาเจียนใหม่ๆ ควรดื่มน้ำอุ่นๆ กลั้วคอและล้างกลิ่นที่อาจเป็นสาเหตุให้คุณแม่พะอืดพะอมขึ้นมาอีก

  • หากิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชอบทำให้รู้สึกเพลินๆ เพื่อให้ลืมความรู้สึกที่อยากจะอาเจียน

สิ่งที่ต้องเลี่ยง

  • กลิ่นที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอาหาร น้ำหอม ฯลฯ อย่าลืมบอกให้คนในบ้านรู้ด้วยนะคะว่า คุณแม่แพ้กลิ่นอะไรบ้าง

  • อาหารทอด มันๆ ควรหลีกเลี่ยงนะคะ เพราะความมันในอาหารก็เป็นสาเหตุที่ทำให้อาเจียนได้

  • ไม่ควรปล่อยให้หิวด้วยเพราะกลัวว่ากินเข้าไปแล้วจะทำให้อาเจียน เพราะในขณะที่ท้องว่าง กระเพาะจะหลั่งน้ำย่อยออกมาตามเวลาปกติ ดังนั้นน้ำย่อยที่ออกมาจะทำให้คุณแม่รู้สึกแสบร้อนในท้อง และอาจมีอาการจุกเสียด คลื่นไส้อาเจียนมากขึ้น จึงควรกินอาหารรองท้องไว้บ้าง

  • ไม่ควรนอนทันทีหลังกินอาหาร เพราะการนอนทันทีจะทำให้อาหารไหลย้อนกลับออกมาได้ง่าย

  • ไม่ควรอดนอน เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอจะเป็นสาเหตุของการเวียนหัว และคลื่นไส้ได้ทั้งวันค่ะ

  • ในช่วงที่แพ้ท้อง ไม่ควรไปไหนมาไหนที่ต้องใช้เวลาเดินทางหรือนั่งอยู่ในรถนานเกินไป จะทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลียได้

  • หลีกเลี่ยงการไปกินอาหารนอกบ้านที่มีคนพลุกพล่าน หรือร้านที่มีส่วนของครัวกับโต๊ะอาหารอยู่ในบริเวณเดียวกัน เพราะคุณอาจได้กลิ่นอาหารที่ไม่ชอบ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้

หากลองหลายวิธีแล้วยังรู้สึกว่าอาการแพ้ท้องไม่หาย หือลดลงไปเลย แต่กลับเป็นมากขึ้นทุกที อย่างนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเรื่องการดูแลตนเองนะคะ


(update 26 มกราคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 256 พฤษภาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600