เมื่อน้ำคาวปลาของคุณแม่หลังคลอด
เกิดมีลักษณะไม่ปกติอย่างที่ควรจะเป็น จะมีวิธีสังเกต ดูแลรักษาอย่างไร
เชิญติดตาม...
Case study
Case 1 คุณบุษบา อายุ 24 ปี
ตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 การตั้งครรภ์ก่อนหน้านี้ คุณบุษบาได้ทำแท้งทั้ง 2 ครั้ง
เมื่อ 2 และ 3 ก่อนเนื่องจากยังไม่พร้อมจะมีบุตร
ภายหลังตั้งครรภ์คุณบุษบาได้ไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งผลการตรวจทุกครั้งก็อยู่ในเกณฑ์ปกติและคุณหมอก็ไม่ได้แจ้งว่ามีปัญหาอะไร
จนกระทั่งเมื่ออายุครรภ์ได้ 38 สัปดาห์ คุณบุษบามีอาการเจ็บท้อง จึงได้ไปโรงพยาบาล
ซึ่งคุณหมอได้รับไว้ในห้องคลอด ภายหลังอยู่ในห้องคลอดประมาณ 6 ชั่วโมง
คุณบุษบาก็คลอดลูกชาย น้ำหนัก 3,200 กรัม แข็งแรงดี
ภายหลังเด็กคลอดคุณหมอได้เตรียมทำคลอดรกต่อไป แต่หลังจากรออยู่นานเกือบ 40 นาที
รกก็ยังไม่ยอมคลอด คุณหมอจึงตัดสินใจทำคลอดรกด้วยวิธีล้วงรก
ซึ่งทำโดยให้คนไข้ดมยาสลบแล้วคุณหมอจึงใส่มือผ่านช่องคลอดเข้าไปในมดลูกเพื่อล้วงรกที่ค้างออกมา
หลังจากนั้นได้ย้ายคุณบุษบาไปยังหอผู้ป่วยหลังคลอดซึ่งภายหลังพักที่หอผู้ป่วยดังกล่าวเพียง 3 วัน
คุณบุษบาก็สามารถกลับบ้านได้
7 วันต่อมา คุณบุษบารู้สึกว่าน้ำคาวปลาที่ทำท่าจะมีสีจางลงและมีปริมาณลดลงกลับมีสีแดงขึ้นมาใหม่
และกลับออกมาขึ้น รู้สึกตกใจจึงรีบมาพบคุณหมอ
ภายหลังการตรวจคุณหมอพบว่าน้ำคาวปลาที่เป็นเลือดสีแดงและมีปริมาณมากขึ้น
น่าจะเกิดจากการที่มีเศษรกค้างอยู่จึงได้ทำการขูดมดลูก ซึ่งก็พบเศษรกจริง และหลังขูดมดลูก
น้ำคาวปลาก็ลดลงและคุณบุษบาสามารถกลับบ้านได้ภายหลังนอนพักอยู่โรงพยาบาล 5 วัน
Case 2 คุณจินตหรา อายุ 35 ปี
เป็นพนักงานขายในห้างสรรพสินค้า ตั้งครรภ์แรก ภายหลังตั้งครรภ์ไปฝากครรภ์กับคุณหมอที่โรงพยาบาลของรัฐใกล้บ้าน
และไปพบคุณหมอตามนัดอย่างสม่ำเสมอซึ่งคุณหมอก็แจ้งว่าผลการตรวจทุกครั้งปกติดี
เมื่อตั้งครรภ์ 37 สัปดาห์ คุณจินตหรารู้สึกว่ามีน้ำใสๆ ไหลออกมาทางช่องคลอด
แต่ไม่เจ็บท้องจึงไม่ได้ไปพบคุณหมอ วันรุ่งขึ้นรู้สึกเจ็บท้องร่วมด้วยจึงไปโรงพยาบาล
คุณหมอตรวจภายในแล้วพบว่าน้ำที่ไหลออกมาคือน้ำคร่ำ ปากมดลูกยังปิดอยู่
คุณหมอจึงให้ยาเร่งคลอดและได้เฝ้าระวังการคลอดต่อไป ภายหลังการตรวจเป็นระยะๆ
นานประมาณ 8 ชั่วโมง พบว่าปากมดลูกก็ยังไม่เปิด คุณหมอจึงตัดสินใจผ่าคลอด
ผลการผ่าตัดได้ทารกเพศชาย น้ำหนัก 2,800 กรัม แข็งแรงดี
หลังการผ่าตัด คุณจินตหรามีไข้สูงตลอดทุกวัน จนกระทั่งหลังผ่าตัดได้ 3 วัน
ไข้ก็ยังไม่ลง คุณหมอตรวจดูพบว่าเวลาที่กดบริเวณมดลูกคุณจินตหราจะรู้สึกเจ็บมาก
ตรวจภายในพบว่าน้ำคาวปลามีสีแดงคล้ำๆ และมีกลิ่นเหม็น ซึ่งน่าจะเกิดจากการอักเสบติดเชื้อในมดลูก
จึงให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อโรค
ภายหลังอยู่ในโรงพยาบาล 10 วัน อาการของคุณจินตหราก็ดีขึ้น ไข้ลง
น้ำคาวปลาหายเหม็นและสีก็เปลี่ยนเป็นสีแดงจางๆ คุณหมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้พร้อมกับลูก
ตัวอย่างทั้ง 2 ราย เป็นตัวอย่างของผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับน้ำคาวปลาผิดปกติ
คือมีทั้งที่น้ำคาวปลายกลายเป็นเลือดสีแดงและน้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น
ซึ่งเป็นสิ่งผิดปกติที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
น้ำคาวปลาคืออะไร ?
ภายในมดลูกของคนเรามีลักษณะเป็นช่องว่างที่เรียกว่า โพรงมดลูกและมีเยื่อบางๆ
บุหรือคลุมผนังของโพรงมดลูกอยู่จนทั่วคล้ายกับผ้ากำมะหยี่ที่บุอยู่ภายในกล่องซึ่งเยื่อดังกล่าวก็คือ
เยื่อบุโพรงมดลูก นั่นเอง
เมื่อมีการตั้งครรภ์ ตัวอ่อนจะมีการฝังตัวอยู่ภายในเยื่อบุโพรงมดลูกดังกล่าวแล้วค่อยๆ
โตขึ้นจนกลายเป็นตัวเด็กซึ่งเมื่อมีขนาดใหญ่มากก็จะมาลอยอยู่ในถุงน้ำคร่ำซึ่งอยู่ภายในโพรงมดลูก
และยึดติดแน่นกับเยื่อบุโพรงมดลูก
ภายหลังการคลอด เยื่อบุโพรงมดลูกจะมีการฉีกขาดและหลุดลอกออกมา
ซึ่งจะทำให้มีเลือดออกมาร่วมด้วย เยื่อบุโพรงมดลูกและเลือดที่ปนกันไหลออกมาให้เห็นทางช่องคลอดเรียกว่า
น้ำคาวปลา นั่นเอง
น้ำคาวปลา
ระยะ 2-3 วันแรกหลังคลอด เลือดที่ไหลปนกับเยื่อบุโพรงมดลูกที่ลอกออกมาจะมีปริมาณค่อนข้างมาก
จึงเห็นน้ำคาวปลาในระยะนี้มีสีค่อนข้างแดง หลังจากนั้นประมาณ 3-4 วันหลังคลอด เลือดจะออกน้อยลง
ทำให้น้ำคาวปลามีสีจางลง ภายหลังคลอดประมาณ 10 วัน น้ำคาวปลาจะออกน้อยลงและภายในช่องคลอด
เริ่มมีการสร้างตกขาวออกมาปนกับน้ำคาวปลา ทำให้น้ำคาวปลาในระยะนี้มีสีขาวปนเหลืองและเหนียวข้น
หลังจากระยะนี้น้ำคาวปลาก็จะหมด แต่จะมีตกขาวแทนซึ่งเป็นกลไกการเปลี่ยนแปลง
ภายหลังคลอดตามปกติของคุณแม่นั่นเอง ในคุณแม่ที่ได้รับการผ่าตัดคลอด
คุณหมอจะเช็ดทำความสะอาดภายในมดลูกขณะผ่าตัดคลอดให้ด้วย
ดังนั้นคุณแม่ที่ได้รับการผ่าตัดคลอดอาจจะมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงของน้ำคาวปลาในระยะเวลาที่สั้นขึ้น
อาจจะไม่ถึง 10 วัน บางคนเพียงแค่ 4-5 วัน น้ำคาวปลาก็อาจจะหายแล้วก็ได้
น้ำคาวปลาผิดปกติ
ลักษณะของน้ำคาวปลาที่ไม่เป็นดังที่กล่าวข้างต้นถือว่าเป็นน้ำคาวปลาที่ผิดปกติ
ซึ่งที่พบได้บ่อยๆ มี 2 ชนิด คือ น้ำคาวปลาที่เคยจางลงแล้วกลับมามีสีแดงใหม่
และน้ำคาวปลาที่มีกลิ่นเหม็น
- น้ำคาวปลาที่กลับมามีสีแดงใหม่
- ส่วนมากแล้วเกิดจากการที่มีเศษรกค้างอยู่ในมดลูกหรือมีการอักเสบของเยื่อบุโพรงมดลูก
ปัญหาของคุณบุษบาเข้าได้กับกรณีนี้ กล่าวคือคุณบุษบามีเศษรกค้างอยู่ภายในมดลูกทำให้น้ำคาวปลา
กลับมามีสีแดงใหม่หลังคลอด และเมื่อให้การรักษาโดยการขูดมดลูกแล้ว ปัญหาก็หายไป
การมีเศษรกค้างอยู่ในมดลูกของคุณบุษบาน่าจะมีผลจากการล้วงรกที่ค้างในมดลูกด้วยมือแล้วได้รกไม่ครบ
- สำหรับปัญหาว่าทำไมบางคนรกถึงค้างในมดลูกไม่ยอมคลอดเหมือนคนอื่นๆ สาเหตุที่พบบ่อยๆ ก็คือ
การที่คุณแม่เคยมีการอักเสบติดเชื้อในมดลูกมาก่อน หรือเคยขูดมดลูกมาหลายครั้ง
กรณีของคุณบุษบาก็เคยทำแท้งมาถึง 2 ครั้ง ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจจะทำให้เกิดการอักเสบในมดลูก
หรือถ้าเคยขูดมดลูกก็อาจทำให้ผนังของโพรงมดลูกไม่เรียบ มีแผลทำให้รกเกาะติดแล้วลอกตัวได้ไม่ดี
ทำให้มีปัญหารกค้าง
- น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น
- ปกติน้ำคาวปลาจะมีกลิ่นคาวเลือด แต่ถ้ามีกลิ่นเหม็นแสดงว่าน่าจะมีการติดเชื้อในมดลูก
ในรายของคุณจินตหรา พบว่ามีไข้ กดเจ็บที่มดลูกและน้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น
แสดงว่ามีการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก แน่นอน สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อของคุณจินตหรา
น่าจะเกิดจากการที่ปล่อยให้น้ำเดินเป็นเวลานาน ซึ่งจะทำให้เชื้อโรคซึ่งอยู่บริเวณช่องคลอดเข้าไปในมดลูกได้
นอกจากนี้การตรวจภายในเป็นระยะๆ เพื่อดูว่าการเจ็บครรภ์คลอดของคุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง
ถ้าตรวจบ่อยครั้งก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย กรณีของคุณจินตหราเองก็น่าจะมีการตรวจภายในที่บ่อยครั้งเช่นกัน
เพราะต้องตรวจดูการเปิดของปากมดลูกเป็นระยะๆ เพื่อประเมินว่าจะคลอดได้หรือไม่
ยาขับน้ำคาวปลา...จำเป็นไหม ?
ในอดีตมีความเชื่อว่าคุณแม่หลังคลอดถ้าน้ำคาวปลาออกมามากๆ ถึงจะดี
เพราะเชื่อว่าจะได้ขับเลือดเสียออกจากร่างกายนั่นเอง ดังนั้นคุณแม่หลังคลอดจึงมักได้รับคำแนะนำ
ให้รับประทานยาขับน้ำคาวปลาซึ่งมักเป็นยาดองเหล้า ความเชื่อดังกล่าวผิดครับ
คุณแม่ที่รับประทานยาดองเหล้ามากๆ ถ้าให้ลูกดูดนม ลูกจะได้รับแอลกอฮอล์ด้วย
ถ้าดูดมากๆ ลูกก็จะเมาเหล้าไปด้วย
ในปัจจุบันหลังจากเด็กและรกคลอดแล้ว คุณหมอจะฉีดยาหรือให้ยาทางหลอดเลือด
เพื่อให้มดลูกหดรัดตัวดี ก็จะเป็นการขับน้ำคาวปลาได้มากพอแล้ว เพราะฉะนั้นการกินยาขับน้ำคาวปลาจึงไม่จำเป็น
ยิ่งในรายที่ผ่าคลอด คุณหมอจะทำความสะอาดในโพรงมดลูกให้ด้วยดังกล่าวแล้ว
น้ำคาวปลาของคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอดก็จะยิ่งน้อยลงไปอีก
การรับประทานยาขับน้ำคาวปลาจึงไม่จำเป็นแต่อย่างใด
Concern
- ภายหลังจากคลอด น้ำคาวปลาที่ออกมาจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีน้ำล้างเนื้อ
และกลายเป็นตกขาวปกติภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ถ้าคุณแม่ท่านใดที่ภายหลังคลอดแล้ว
น้ำคาวปลายังเป็นสีแดงเข้มตลอดเวลาหรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ ต้องรีบไปพบคุณหมอโดยด่วน
เพราะอาจมีความผิดปกติได้
- การรับประทานยาขับน้ำคาวปลาซึ่งมักเป็นยาดองเหล้า เพื่อขับน้ำคาวปลา
เพราะเชื่อว่าจะขับเลือดเสียออกจากร่างกายได้ ความเชื่อดังกล่าวผิดครับ
คุณแม่ที่รับประทานยาดองเหล้ามากๆ ถ้าให้ลูกดูดนม ลูกจะได้รับแอลกอฮอล์ด้วย
ถ้าลูกดูดนมมากๆ ลูกก็จะเมาเหล้าไปด้วย
(update 25 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 112 กุมภาพันธ์ 2548 ]
|