เรื่องของเชื้อรากับผู้หญิงดูราวกับเป็นเรื่องราวที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนาน
แม้ว่าจะไม่ราบรื่นก็ตาม
ดิฉันนะเบื้อ เบื่อ มีอะไรกับตาคนนั้นทีไรเป็นต้องมีตกขาวและไปตรวจก็เป็นเชื้อราทุกที
บอกให้ใส่ถุงยางอนามัยก็ไม่ยอมหาว่าเกานอกเสื้อ
ดิฉันเป็นเชื้อราในช่องคลอดค่ะ เป็นๆ หายๆ ไม่แน่นอน เป็นคนสะอาด ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ช่วงนี้
และไม่แน่ใจว่าติดมาจากไหน ช่วยบอกหน่อยได้ไหมค่ะ ว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดใหม่ได้อย่างไร
เพราะอายที่จะไปหาหมอแล้ว
เชื่อว่าคงจะมีผู้หญิงทั้งสาว และไม่สาวอีกมากมายหลายคนที่เกิดปัญหาเช่นเดียวกัน
เพราะความไม่เข้าใจในการดูแลรักษาความสะอาดของอวัยวะในจุดซ่อนเร้น เชื่อไหม
การเป็นเชื้อราของจุดซ่อนเร้นนั้น ... คนที่สะอาดมากไปก็เป็น คนที่สกปรก ไม่ดูแลรักษาความสะอาดก็เป็น
... ต้องเป็นพวกเดินสายกลาง จึงจะไม่ค่อยเป็น !!
จำไว้เสมอๆ ว่า แห้ง โล่ง โปร่ง สบาย อากาศถ่ายเทสะดวก เป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันการเกิดเชื้อรา
แต่ ผู้หญิงในยุคปัจจุบันทำตรงกันข้าม !!
- การนุ่งกางเกงยีนส์รัดๆ
ทำให้เกิดความอบร้อน อับชื้นภายใน
การศึกษาวิจัยยืนยันว่า ผู้หญิงที่นุ่งยีนส์เป็นประจำ มีอโอกาสเป็นเชื้อราในร่มผ้ามากกว่าผู้หญิงที่นุ่งกระโปรง
- ชุดชั้นในที่รัดแน่น
ผลิตจากผ้าใยสังเคราะห์ จะทำให้เกิดการอับชื้นภายในจุดซ่อนเร้น
และอากาศถ่ายเทไม่สะดวก เหงื่อออกมากจนเกิดการหมักหมมและเป็นบ่อเกิดของเชื้อราได้
- เดี๋ยวนี้นอกจากชุดชั้นในที่ผลิตจากผ้าใยสังเคราะห์ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดเชื้อราในร่มผ้าแล้ว
ยังมีการใช้ผ้าอนามัยแผ่นเล็ก
ซึ่งแน่นอนว่าผลิตจากใยสังเคราะห์เช่นเดียวกัน
ปิดปากทางเข้าส่วนสงวนอีกชั้นหนึ่ง โดยคิดว่าจะช่วยซึมซับตกขาว ไม่ให้เปื้อนชุดชั้นในสวยๆ ที่มีราคาแพงๆ
แต่หารู้ไม่ว่าเป็นการทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวกเพิ่มขึ้นอีก แถมหลายต่อหลายคนยังนุ่ง แพนทีโฮส
อีกชั้นหนึ่งชนิดเต็มตัวเสียด้วย เรียกว่า สามชั้นเลย ในการทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
ถ้าแถมกางเกงชั้นนอกรัดๆ ไปด้วยก็ 4 ชั้นพอดิบพอดี
- เวลานอนในตอนกลางคืนยังนุ่งกางเกงในนอนเลย
ไม่รู้ว่าจะปิดไม่ให้อากาศระบายไปถึงไหน นอนอยู่คนเดียวในห้องนอนตัวเองแท้ๆ จะว่าอายใครก็ไม่น่าจะใช่
เพราะเห็นเดี๋ยวนี้แต่งตัวกันออกจะเปิดเผยอยู่แล้ว
- เคยมีโอกาสไปเมืองจีนแถวๆ มณฑลเสฉวน ผู้หญิงจีนนั่งเปิดเผยมาก คือนั่งถ่างขาอ้าซ่ารับลมเลย
บางคนงี้โชว์กางเกงในเห็นชัดเจน แต่กางเกงในของเธอเป็นแบบกางเกงในบ็อกเซอร์
หรือกางเกงขาสั้นตัวเล็กๆ นั่นแหละเห็นแล้วก็ไม่น่าเกลียด ข้อดีก็คือ อากาศถ่ายเทสะดวก
ไปถามเพื่อนหมอจากเมืองจีน เห็นบอกว่าไม่ค่อยเป็นเชื้อราในร่มผ้ากัน จะเอาอย่างบ้างก็น่าจะดีนะครับ
ใส่นุ่งนอนตอนกลางคืนก็พอ
- สาวไทยเดี๋ยวนี้บางคน นอกจากนุ่งกางเกงในนอนแล้ว บางคนยังสวมยกทรงนอนเสียอีก...
อะไรมันจะมากไปขนาดนั้น น่าจะเว่อร์ไปหน่อยแถมผิดสุขอนามัยของร่างกายด้วย
- หลายต่อหลายคนเวลาอาบน้ำ จัดการฉีดสายน้ำ
สวนเข้าไปชำระล้างภายในช่องคลอดด้วย
โดยหารู้ไม่ว่า น้ำอาจจะสะอาดแต่ตัวหัวฉีดที่แขวนอยู่ในห้องน้ำนั่นน่ะ
เคยมีคนเอาไปวิเคราะห์ส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วพบว่า อุดมสมบูรณ์ไปด้วยเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย
จึงเท่ากับว่าภายในสะอาดดีแล้ว แต่สาวเจ้ากลับฉีดเชื้อราเช้าไปให้เป็นโรคซะเอง...
- ยังไม่หมดเรื่องแค่นี้ บางคนสะอาดมากเสียจนกระทั่งไปซื้อยาฆ่าเชื้อมาสวนเข้าไปภายในกะจะล้างให้สะอาดเลย
โดยหารู้ไม่ว่า ภายในช่องคลอดของผู้หญิงนั้นมีแบคทีเรียที่เป็นมิตรต่อคนที่เรียกว่า แลคโตแบวิลลัส
อยู่โดยช่วยป้องกันข้าศึกศัตรูจากภายนอกรุกราน พอโดนสวนล้างด้วยยาฆ่าเชื้อเข้าไป
แบคทีเรียที่เป็นมิตรของคนเราก็โดนทำลายไปด้วย ภายในส่วนสงวนก็เลยขาดทหารป้องกันราชอาณาจักร
คราวนี้แหละที่เชื้อราได้โอกาสมุดเข้าไปได้ อย่างสะดวกโยธินเลย
- เวลาอาบน้ำเสร็จ
คุณผู้หญิงทั้งหลายก็จะใช้ผ้าเช็ดตัว
ที่ตากอยู่บนราวตากในห้องน้ำบ้าง หน้าห้องน้ำบ้าง มาเช็ดทำความสะอาด โดยหาทราบไม่ว่าในห้องน้ำ
และบริเวณที่อับหน้าห้องน้ำนั้นน่ะ เป็นแหล่งซ่องสุ่มเชื้อรา ผ้าเช็ดตัวที่ตากอยู่
ในบริเวณดังกล่าวจึงย่อมได้รับเชื้อรามาบ้าง ชอบมาก
- ทำไม๊ ทำไม ไม่รู้จักตากผ้าเช็ดตัวไว้ในที่อากาศถ่ายเทสะดวกแลได้รับแสงแดดส่องมาโดน
เพื่อทำลายเชื้อโรคบ้างในเวลากลางวัน ... ทำแบบนี้ทุกวันตอนเย็นกลับมาใช้ก็จะได้ผ้าเช็ดตัวที่สะอาดสดใส
และปลอดเชื้อโรคแล้ว
- ใครๆ ก็รู้ว่า ธรรมชาติให้แสงแดดมาฆ่าเชื้อโรคอยู่แล้ว ถ้าไม่รู้จักใช้เป็นประโยชน์
ก็ไม่รู้จะสอนเตือนอย่างไรแล้ว... จริงไหม
- ชุดชั้นในทั้งหลายทั้งปวงที่ใช้นั้นน่ะ
อย่าตากหน้าห้องน้ำเหมือนที่ทำอยู่เพราะอับชื้น และติดเชื้อราได้ง่ายเช่นกัน
จัดการตากไว้ที่อากาศถ่ายเทสะดวกและแสงแดดส่องถึง ใครจะเห็นบ้าง ก็ช่างเขาประไร
เราสะอาดปราศจากโรคก็พอแล้ว
มาดูกันว่า เราจะดูแลป้องกันส่วนสงวนของเราไม่ให้เป็นเชื้อราได้อย่างไรดีกว่า
1. ชุดชั้นในควรจะเป็นชนิดที่ทำจากผ้าฝ้ายและไม่ควรจะรัดแน่นเพราะจะทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
ควรซักตากในที่อากาศถ่ายเทดี แสงแดดส่องถึง และไม่ควรใช้ชุดชั้นในร่วมกับผู้อื่น ไม่ควรสวมกางเกงชั้นในนอน
2. ผ้าอนามัยแผ่นเล็กไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้ ถ้ามีตกขาวมากควรเตรียมชุดชั้นในไปเปลี่ยน
หรือซื้อหาชนิดที่มีการเสริมผ้าฝ้ายตรงเป้ากางเกงให้หนาขึ้น จะได้ซึมซับตกขาวได้ดี
กลับถึงบ้านแล้วรีบซักทำความสะอาดทันทีจะชำระตกขาวออกไปได้ดีขึ้น
3. ถ้าจะใส่ถุงน่องควรเป็นชนิดใส่ถึงแค่ต้นขาหรือหัวเข่าก็น่าจะพอแล้ว
4. การล้างทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ควรทำเฉพาะภายนอกเท่านั้น น้ำสะอาดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการชำระล้างทำความสะอาด
และถ้ามีกลิ่นอับมากจะใช้สบู่อ่อน หรือสบู่เหลวอนามัย ทำความสะอาดเฉพาะที่เพื่อเพิ่มความมั่นใจก็ไม่ว่ากัน
แต่อย่าสวนล้างน้ำ หรือน้ำยาทำความสะอาดเข้าไปภายใน
5. ไม่ควรจะใช้ยาสอดรักษาเชื้อราด้วยตนเอง เพราะอาจใช้ไม่ครบขนาดทำให้เชื้อราเกิดการดื้อยาได้ในภายหลัง
ควรปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับยารักษาเชื้อราให้ครบขนาดจะดีกว่า และควรไปตรวจติดตามผลการรักษาด้วยว่าหายขาดแล้ว
6. ยาปฏิชีวนะที่รับประทานเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นยาปฏิชีวนะรักษาอาการสิวอักเสบ
หรือการรักษาการอักเสบติดเชื้อเรื้อรังบริเวณอื่นที่ต้องรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานๆ
จะทำให้เสี่ยงติดเชื้อราได้ง่ายขึ้น เพราะยาปฏิชีวนะจะไปทำลายแบคทีเรีย แลคโตแบซิลลัส
ที่เป็นมิตรและอาศัยอยู่ภายในช่องคลอดและทวารหนัก
7. การรับประทานโยเกิร์ต หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแบคทีเรียแลคโตแบซิลลัสจะช่วยทำให้มีแบคทีเรียดังกล่าว
ภายในระบบทางเดินอาหาร และช่องคลอดมากขึ้น นอกจากช่วยทำให้อาหารย่อยดีแล้ว
ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการป้องกันเชื้อราในระบบอวัยวะเพศด้วย
8. การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งของการเกิดเชื้อราในส่วนสงวน
ผู้หญิงที่รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดอยู่ จึงต้องรักษาสุขอนามัยของอวัยวะเพศให้ดีเพื่อป้องกันเชื้อรา
...เท่านี้คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นแล้ว
(update 9 กันยายน 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 มีนาคม 2547 ]
|