โรคที่มากับเรื่องกิน ลิสเทอริออซิส


แม้จะชื่อแปลกไม่คุ้นหู แต่โรคนี้กลับอยู่ใกล้ตัวเพียงนิดเดียว หากไม่ดูเรื่องอาหารการกินให้ดี คุณแม่และลูกน้อยก็อาจโดนโรคร้ายนี้เล่นงานเอาได้

บางครั้งเราอาจเจ็บป่วยจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปโดยที่อาจทราบหรือไม่ทราบสาเหตุ โรคลิสเทอริออซิส (Listeriosis) ก็เป็นโรคชนิดหนึ่งที่มีสาเหตุเกิดจากการปนเปื้อนในอาหารของแบคทีเรียชื่อ “ลิสเทอเรีย โมโนไซโตจินนีซ” (Listeria monocytogenes) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งทางศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้ประมาณการว่า ชาวอเมริกันป่วยเป็นโรคลิสเทอริออซิส ปีละ 2,500 คน และ 1 ใน 5 ของผู้ปวยจะเสียชีวิต

โรคลิสเทอริออซิสนี้อันตรายมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อแม่ท้องและทารกในครรภ์ที่ได้รับเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร ซึ่งอาจจะส่งผลให้ทารกคลอดก่อนกำหนด แท้ง เสียชีวิตในครรภ์ เจ็บป่วยอย่างรุนแรง หรือเสียชีวิตในช่วงแรกเกิดจากการติดเชื้อนี้


ลิสเทอริออซิส เชื้อที่อยู่รอบตัว

เชื้อลิสเทอเรียเป็นแบคทีเรียซึ่งพบได้ทั่วไป ทั้งในดิน แหล่งน้ำธรรมชาติหรือตามต้นไม้ พืชผักต่างๆ แม้แต่คนและสัตว์ก็สามารถมีเชื้อลิสเทอเรียอยู่ตามร่างกายได้โดยไม่แสดงอาการเจ็บป่วย และถึงแม้ว่าเชื้อนี้จะพบอยู่ทั่วไปแต่การจะติดเชื้อได้ส่วนมากมักจะเป็นผลมาจากการบริโภคอาหาร ที่มีการปนเปื้อนของเชื้อนี้เข้าไป ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลมากนักหากไปสัมผัสเชื้อเข้าโดยตรง

สำหรับโอกาสติดเชื้อลิสเทอเรียนั้นไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละคน และหากติดเชื้อแล้ว ความรุนแรงก็จะไม่เท่ากันด้วย เพราะแต่ละคนมีภูมิคุ้มกันโรคต่างกัน และปริมาณเชื้อที่แต่ละคนได้รับก็ไม่เท่ากัน สำหรับกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคลิสเทอริออซิสได้ง่าย มักจะเป็นกลุ่มที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือมีความไวต่อการติดเชื้อ เช่น คุณแม่ตั้งครรภ์รวมทั้งทารกในครรภ์และทารกแรกเกิด ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง เอดส์ เบาหวาน ไต เป็นต้น กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงเหล่านี้ ควรระมัดระวังความปลอดภัยของอาหารให้มากเป็นพิเศษ เพื่อลดความเสี่ยงและโอกาสในการเจ็บป่วย


แม่ท้อง ความเสี่ยงสูง

ขณะตั้งครรภ์ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนต่างๆ ซึ่งจะมีผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคลดลง เพิ่มโอกาสในการติดเชื้อต่างๆ รวมทั้งเชื้อลิสเทอเรียมากขึ้น ในรายงานของ CDC พบว่า หญิงตั้งครรภ์มีโอกาสเป็นโรคลิสเทอริออซิสได้ง่ายกว่าคนปกติทั่วไปถึง 20 เท่า และ 1 ใน 3 ของคนไข้ที่พบว่าเป็นโรคลิสเทอริออซิส คือหญิงตั้งครรภ์

โรคลิสเทอริออซิสสามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ทารกในครรภ์ได้ผ่านรก แม้ว่าแม่จะไม่มีอาการของโรคเลยก็ตาม ซึ่งหากทารกในครรภ์เป็นโรคนี้จะทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนด แท้ง หรือทำให้ทารกที่คลอดออกมามีสุขภาพไม่สมบูรณ์ได้

ในทางทฤษฎี มีโอกาสเป็นไปได้ที่ทารกที่กินนมแม่จะเป็นโรคลิสเทอริออซิส โดยได้รับเชื้อผ่านทางน้ำนมแม่ แต่อย่างไรก็ดี ยังไม่มีผลการพิสูจน์ที่แน่ชัด ดังนั้นคุณแม่ควรจะป้องกันตนเองไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ดีกว่า เพื่อสุขภาพของตัวคุณเองและลูกน้อย


อาการแบบไหน ไม่ควรวางใจ

อาการของโรคลิสเทอริออซิสอาจแสดงให้ทราบเพียง 2-3 วันเท่านั้น ผู้ป่วยบางรายอาการอาจยาวนานเป็นสัปดาห์ก็ได้ และอาการอาจเป็นมากหรือเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จนในบางครั้งจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าเป็นโรคนี้ เนื่องจากภูมิคุ้มกันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความรุนแรงและปริมาณเชื้อที่ได้รับก็แตกต่างกัน เพราะเหตุนี้การเลือกบริโภคอาหารที่ปลอดภัย เหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในระหว่างการตั้งครรภ์

โรคลิสเทอริออซิสที่เกิดในหญิงตั้งครรภ์ อาจมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ มีอาการไข้อย่างเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และในบางครั้งอาจมีอาการท้องเสีย หรือปวดท้องร่วมด้วย โดยอาการของโรคจะรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละคน และถ้าการติดเชื้อลุกลามไปยังระบบประสาท ก็จะมีอาการปวดหัว คอแข็ง มึนงง สูญเสียการทรงตัว ตัวสั่น หรืออาจเกิดชักได้ในผู้ป่วยบางราย ฉะนั้นหากมีอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อตรวจเลือกดูว่า เป็นโรคลิสเทอริออซิสหรือไม่


ยาปฏิชีวนะ ช่วยได้

ระหว่างการตั้งครรภ์แพทย์จะรักษาโรคนี้โดยใช้ยาปฏิชีวนะ และส่วนมายาปฏิชีวนะที่แม่ท้องได้รับจะป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ทารกในครรภ์หรือทารกแรกเกิดได้ หรือถ้าหากทารกที่คลอดออกมาเป็นโรคลิสเทอริออซิส ก็สามารถใช้ยาปฏิชีวนะรักษาได้เช่นเดียวกัน


ถ้าเผลอกินอาหารปนเปื้อน

หากรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อลิสเทอเรีย แต่ไม่มีอาการใดๆ ผู้เชี่ยวชาญส่วนมากเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องตรวจเลือดหรือเข้ารับการรักษาแม้ว่าจะตั้งครรภ์อยู่ก็ตาม แต่อย่างไรก็ดี หากตั้งครรภ์อยู่ควรจะแจ้งให้แพทย์ที่คุณฝากครรภ์ทราบว่า ได้รับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อลิสเทอเรียเข้าไป และควรจะสังเกตอาการของตัวเองต่อไปอีก 2 เดือน ว่ามีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่


ป้องกัน...เรื่องใกล้ตัวที่ถูกมองข้าม

ปกติเรามักเข้าใจว่า การเก็บอาหารที่ปรุงสุกแล้วในตู้เย็นจะช่วยให้อาหารไม่เน่าเสีย และสามารถนำมารับประทานได้เลย ช่วยให้อาหารเน่าเสีย และสามารถนำมารับประทานได้เลยโดยไม่ต้องปรุงใหม่อีก แต่ได้มีการศึกษาแล้วว่าแม้ในตู้เย็น (ที่มีอุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า) เชื้อลิสเทอเรียก็ยังมีโอกาสในการเจริญเติบโตได้ ในขณะที่เชื้ออื่นส่วนใหญ่แทบจะไม่เพิ่มจำนวน ทำให้อาหารไม่เน่าเสีย เราจึงรับประทานอาหารนั้นโดยไม่ทราบว่าอาจมีเชื้อลิสเทอเรียปนเปื้อนอยู่

และนี่คือคำแนะนำในการป้องกันโรคลิสเทอริออซิสสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
  • ไม่รับประทานอาหารประเภทไส้กรอก แฮม เนื้อบด ทันทีที่นำออกจากตู้เย็น แต่ควรนำไปอุ่นให้ร้อนจัดก่อนรับประทาน

  • ไม่รับประทานเนยแข็งแบบนุ่ม (soft cheese) จำพวก feta, Brie, Camembert, blueveined cheese และ Mexicanstyle cheese เช่น queso blanco fresco ควรเลือกเนยประเภทแข็งหรือกึ่งนุ่ม จำพวก มอสซาเรลล่า (mozzarella cheese) เนยแข็งที่ผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ เนยแข็งแบบที่ใช้ทาบนขนมปัง ครีมชีสและคอทเทจชีส (cottage cheese)

  • อาหารกระป๋องสามารถรับประทานได้ แต่ควรจะตรวจดูกระป๋องและภาชนะไม่ให้มีรอยบุบ บวม หรือขึ้นสนิม และระวังเรื่องวันหมดอายุของอาหารด้วย

  • อาหารทะเล อาหารสำเร็จรูป หรืออาหารทะเลรมควันจำพวกปลาแซลมอน ปลาเทร้าท์ ปลาค็อด ปลาทูน่า ปลาแมกเคอเรล หรือลูกชิ้นต่างๆ ที่เก็บโดยการแช่เย็น ไม่ควรนำมารับประทานทันทีที่นำออกจากตู้เย็น แต่ควรนำมาปรุงให้ร้อนจัดก่อน ส่วนปลากระป๋อง เช่น ปลาทูน่ารมควันกระป๋อง ปลาแซลมอนรมควันกระป๋อง อาจรับประทานได้บ้างโดยไม่ต้องอุ่นร้อน

  • ไม่ดื่มน้ำนมดิบที่ไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์หรือรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำนมดิบ ที่ไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์

  • รับประทานอาหารซึ่งผ่านกระบวนการปรุงสุกแล้วให้หมดโดยเร็วที่สุด

  • ทำความสะอาดตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอ

  • ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิในตู้เย็น เพื่อรักษาอุณหภูมิให้อยู่ที่ประมาณ 4 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า เพื่อลดโอกาสในการเจริญเติบโตของเชื้อลิสเทอเรียให้น้อยลง

นับเป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่ควรเรียนรู้วิธีการป้องกันความเจ็บป่วยที่มีสาเหตุมาจากอาหาร และสร้างสุขนิสัยที่ดีในการเลือกรับประทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย มีสารอาหารครบถ้วน เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและทารกในครรภ์ รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวของคุณ และควรจะศึกษาหาข้อมูลใหม่ๆ เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอจะได้ทราบความเคลื่อนไหว และวิธีการป้องกันตัวเองและครอบครัวให้ปลอดภัยจากโรคร้ายต่างๆ ครับ


(update 14 กันยายน 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 119 กันยายน 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600